ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ•ตอนที่ 23

สัมผัสแรก

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
รองเท้าคอมแบทหนังแท้กระทืบลงบนพื้นปูนเก่าครูดเสียงดังสนั่น กลิ่นอับชื้นของตึกร้างผสมกับกลิ่นควันบุหรี่จางๆ ตลบอบอวลจนน่าคลื่นไส้ ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดหน่วยลาดตระเวนพิเศษพ่วงด้วยตราสัญลักษณ์ประหลาดบนปกเสื้อยืนขวางทางหนีทีไล่ไว้ทั้งหมด ฌานขยับตัวเข้าหาเงาเสาปูนอย่างเงียบเชียบ นัยน์ตาสีเข้มหรี่ลงประเมินสถานการณ์ด้วยสัญชาตญาณของทายาทหมอผีที่ถูกฝึกมาให้รับมือกับความตายตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ ในขณะที่ริน—วิญญาณสาวห้องข้างๆ ลอยตัวแทบจะแนบแผ่นหลังโปร่งแสงเข้ากับไหล่ของเธอ ปากเรียวบางยกยิ้มมุมปากอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนแม้แต่น้อย "ไงคะคุณหมอผีขา ทางตันเสียแล้วสิแบบนี้ จะให้รินช่วยสิงสักคนแล้วหักคอเล่นเป็นเพื่อนแก้เบื่อไหมล่ะคะ?" เสียงกระซิบกระซอ้างว้างเย็นเยียบเป่ารดต้นคอ ฌานแทบอยากจะศอกกลับไปแรงๆ ให้วิญญาณจอมกวนประสาทนี่กระเด็นทะลุกำแพงเสียจริง ถ้าไม่ติดว่าสถานการณ์ตรงหน้ากำลังเอาชีวิตไม่รอด "เงียบไปเลยริน ถ้าไม่อยากให้ฉันปัดเป่าเธอให้หายไปจากตึกนี้ตอนนี้" ฌานพึมพอดุลอดไรฟัน มือเรียวที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทกำยันต์กระดาษสาแน่นจนชื้นเหงื่อ "ฮึ! คิดจะหนีหัวซุกหัวซุนไปถึงไหน ฌาน วงศ์วรโชติ?" เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดดังขึ้นจากชายร่างสูงที่ก้าวออกมาจากแถวหน้า เขาปลดหมวกแก๊ปออกเผยให้เห็นใบหน้ามีแผลเป็นลากยาวจากหางคิ้วลงมาถึงโหนกแก้ม ดวงตาคู่นั้นกวาดมองเธอด้วยความสมเพชเวทนา "บรรพบุรุษแกสร้างชื่อไว้ดีนัก แต่หลานสาวกลับกลายเป็นแค่พวกสุนัขจนตรอกที่ไร้พลังจะปกป้องแม้กระทั่งวิญญาณเร่ร่อน" "ถ้าคิดว่าฉันไร้พลังนัก ก็เข้ามาลองดูสิคะ ว่ายันต์ในมือฉันจะส่งพวกแกไปลงนรกก่อน หรือฉันจะโดนพวกแกหิ้วหัวกลับไปกันแน่" ฌานเชิดหน้าขึ้นท้าทาย รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่บนริมฝีปากบาง แม้ในใจจะรู้ดีว่าพลังวิญญาณของเธอตอนนี้แทบไม่เหลือพอจะจุดธูปให้ติดด้วยซ้ำ การเผชิญหน้ากับหน่วยล่าหมอผีของทางการในสภาพไร้เกราะป้องกันแบบนี้ มันไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าลานประหาร ความตึงเครียดพุ่งทะยานจนแทบจะคว้ามาจับต้องได้ อากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นฉับพลันจนเกิดไอน้ำจากลมหายใจ รินหุบยิ้มกวนๆ นั้นลงทันที ดวงตากลมโตสีนิลจ้องเขม็งไปยังกลุ่มคนตรงหน้า ความโกรธเกรี้ยวแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นในอกวิญญาณสาว ความทรงจำที่ขาดหายไปแวบหนึ่งทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยกับแววตาเหยียดหยามพวกนั้นอย่างน่าประหลาด "ระวังค่ะ!" เสียงตะโกนพร้อมกับแรงกระชากอย่างรุนแรงจากด้านหลังทำให้ร่างของฌานเซถลาไปชนกับชั้นวางเหล็กขึ้นสนิมที่ตั้งอยู่มุมอับ ชายฉกรรจ์คนหนึ่งพุ่งเข้ามาพร้อมกระบองกระแสไฟฟ้าในมือ ประกายไฟสีฟ้าแลบแปล๊บปลาบแหวกอากาศมาหมายจะฟาดเข้าที่หัวไหล่ของเธอ "ชิ!" ฌานสบถลั่น พยายามเบี่ยงตัวหลบแต่ความแคบของซอกตึกและน้ำหนักของเสื้อโค้ททำให้เคลื่อนไหวไม่ทันการณ์ ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง รินพุ่งร่างเข้าขัดขาของคนร้ายเต็มแรง แรงปะทะของวิญญาณทำให้ชายคนนั้นสะดุดล้มคะมำหัวกระแทกพื้นสลบเหมือดไปคาที่ แต่ความชุนละมุนยังไม่จบแค่นั้น เมื่อเพื่อนร่วมทีมของมันอีกสองคนกรูกันเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ "ถอยไปนะ!" ฌานตวัดมือคว้ายันต์ออกมาร่ายคาถาอย่างลนลาน แต่เพราะพลังที่ร่อยหรอ แสงสีทองจากยันต์จึงวาบขึ้นมาแค่กระพริบตาเดียวแล้วก็ดับมืดลงอย่างไร้ค่า "หมดฤทธิ์แล้วสินะแม่หมอผีสาว" ผู้นำกลุ่มแสยะยิ้มเหี้ยม ก้าวเข้ามาประชิดตัวพร้อมคว้าข้อแขนเรียวของฌานไว้แน่น แรงบีบมหาศาลทำให้กระดูกข้อมือปวดร้าว ฌานนิหน้าด้วยความเจ็บปวดแต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาดุดันจ้องกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว "ปล่อยฉันนะไอ้สารเลว!" "ปากดีนักนะ! เดี๋ยวก็ได้รู้ว่าปากเก่งๆ แบบนี้จะยังร้องออกไหมเวลาอยู่ใต้ตีนฉัน!" ในจังหวะที่มือหยาบกร้านอีกข้างกำลังจะพุ่งเข้ามากระชากคอเสื้อของเธอ รินที่ยืนมองอยู่ข้างๆ กรีดร้องออกมาด้วยความโกรธจัด อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ ลมพายุหมุนขนาดย่อมก่อตัวขึ้นในห้องแคบๆ แรงกดดันทางวิญญาณระดับมหาศาลระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม ร่างของพวกมันทั้งกลุ่มเซถลาถอยหลังด้วยความตกใจกลัว บรรยากาศบิดเบี้ยวจนน่าสะพรึงกลัว "เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย! ผีเหี้ยอะไรวะเนี่ย!" หนึ่งในสมุนร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก จังหวะชุลมุนวุ่นวายนั้นเองที่ทำให้ผู้นำกลุ่มเสียหลัก มือที่กำข้อมือของฌานอยู่หลุดลอกออกครึ่งหนึ่ง ฌานไม่รอช้า เธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายบิดข้อมือกลับแล้วพยายามดึงมือออกให้หลุดจากการเกาะกุม ทว่าด้วยแรงเหวี่ยงและการยื้อยุด ทำให้ฝ่ามือของทั้งคู่ปัดปะทะเข้าหากันอย่างจังในเสี้ยววินาทีนั้น *เปรี๊ยะ!* ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่ากลางหัวใจ—สัมผัสแรกที่ผิวเนื้อแนบชิดกันไม่ได้ให้ความรู้สึกเย็นเยียบของศัตรู หรือความหยาบกระด้างของการต่อสู้ แต่มันกลับร้อนรุ่มราวกับเปลวเพลิงที่ถูกจุดขึ้นในความมืด กระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดสายหนึ่งแล่นพล่านจากปลายนิ้วพุ่งทะยานเข้าสู่กระแสเลือด กระแทกเข้ากับหัวใจของฌานจนเต้นระรัวผิดจังหวะ ความรู้สึกชาหนึบวิ่งลามเลียไปทั่วร่างราวกับถูกกระแสไฟนับพันโวลต์ช็อตจนสมองขาวโพลนไปหมด ฌานเบิกตากว้าง หายใจติดขัด เธอชะงักค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมสบเข้ากับดวงตาของผู้นำกลุ่มที่กำลังจ้องมองเธอด้วยความตกตะลึงไม่แพ้กัน ประกายแสงสีฟ้าอ่อนจางๆ เปล่งประกายวาบขึ้นตรงจุดที่ฝ่ามือสัมผัสกัน เสียงรอบข้างราวกับถูกตัดขาดหายไปในชั่วพริบตา เหลือเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นดังโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านจากฝ่ามือลามขึ้นมาถึงใบ จนพวงแก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ไม่ใช่แค่กระแสไฟฟ้าธรรมดา... แต่มันคือปฏิกิริยาบางอย่างที่เชื่อมโยงจิตวิญญาณและหัวใจของคนทั้งคู่เข้าหากันอย่างไม่มีเหตุผล รินที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ข้างๆ ถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจระคนหึงหวง "เฮ้ๆ เดี๋ยวก่อนนะคะ! นั่นมันเหยื่อที่จะมาฆ่านะคะ ไม่ใช่เจ้าบ่าว! ทำไมถึงไปยืนสบตากันปิ๊งๆ แบบนั้นเล่า!" ฌานสะดุ้งสุดตัวราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ เธอกระชากมือกลับราวกับโดนน้ำร้อนลวก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ปลายนิ้วทำให้เธอต้องเม้มริมฝีปากแน่นอย่างสับสนและขัด แต่ก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว หรือเอ่ยคำพูดใดออกมาเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ ประตูเหล็กบานใหญ่ที่ปิดตายอยู่ด้านหลังก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่าเท้าของใครบางคน แรงลมกรรโชกพัดเอาฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดโค้ทสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู แสงไฟฉายจากบุคคลมาใหม่สาดส่องตรงมาที่พวกเธอ และวินาทีที่เห็นใบหน้านั้นชัดเจน ฌานก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม เมื่อพบว่าคนๆ นั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความฟินปนระทึกนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%