“ริน! หยุด!” ฌานตะโกนลั่นห้อง เสียงนั้นแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อสัมผัสเย็นยะเยือกที่ไล้ผ่านต้นคอ แต่เป็นเพราะความหงุดหงิดระคนรำคาญที่สะสมจนทะลุจุดเดือด ทายาทตระกูลหมอผีสาวกัดฟันกรอด ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างโปร่งแสงที่ลอยอยู่เหนือปลายเตียง รินกำลังทำหน้ามึนตึง ทำทีเป็นมองเล็บตัวเองราวกับเมื่อครู่ไม่ได้เพิ่งใช้ปลายนิ้วเยือกแข็งแกล้งลากผ่านผิวเนื้ออุ่นๆ ของเธอเล่น
วิญญาณสาวความจำเสื่อมเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นกะพริบปริบๆ อย่างไร้เดียงสา (ที่ดูอย่างไรก็รู้ว่าเสแสร้ง) ก่อนจะคลายยิ้มกวนประสาทที่ทำเอาเส้นเลือดข้างขมับของฌานเต้นตุบๆ
“โธ่ ฌานจ๋า เรียกซะเสียงหลงเชียว นึกว่าดีใจเสียอีกที่ฉันมาปลุก ดีกว่าปล่อยให้นอนเป็นศพอยู่บนเตียงจนตะวันเลียก้นไม่ใช่เหรอคะ?” รินลอยเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นอายจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าที่ตายซากลอยวนอยู่รอบปลายจมูกของคนตัวเล็ก
“ถ้าฉันไม่ได้นอนติดต่อกันมาสามวันเพราะมีผีหน้ามึนคอยมาหลอกหลอนเล่นซ่อนหากลางดึก ฉันคงตื่นเองได้โดยไม่ต้องพึ่งสัมผัสสยองขวัญของเธอหรอกนะ!” ฌานตวัดเสียงใส่ สะบัดผ้าห่มออกแล้วลุกขึ้นนั่งหลังตรง จ้องหน้าวิญญาณสาวด้วยแววตาเอาเรื่อง มือเรียวบางยกขึ้นเสยผมยาวสลวยที่ยุ่งเหยิงอย่างลวกๆ พยายามข่มอารมณ์กรุ่นโกรธที่พร้อมจะคว้ากระดาษยันต์มาแปะหน้าอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด
รินหัวเราะคิกคัก เสียงใสๆ นั้นช่างขัดกับบรรยากาศมาคุในห้องนอนแคบๆ เสียเหลือเกิน “แหม ก็คนมันเหงานี่นา อยู่คนเดียวในห้องนี้มาไม่รู้กี่ปี พอมีคนเป็นๆ (แถมหน้าตาน่ารักน่าแกล้ง) มาอยู่ด้วย ใครจะอดใจไหวล่ะคะ อีกอย่าง... พลังอาคมจางๆ ของเธอน่ะ ช่วยให้ฉันรู้สึกอุ่นขึ้นนะรู้ไหม”
“ฉันไม่ใช่ฮีตเตอร์เคลื่อนที่ และไม่มีหน้าที่มาบำบัดความเหงาให้ผีเร่ร่อนความจำเสื่อมอย่างเธอ!” ฌานตอกกลับเสียงแข็ง นัยน์ตาสีเข้มหรี่ลงอย่างจับผิด “สรุปว่าคืนนี้เธอต้องการอะไรอีก? ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ เชิญไสหัวทะลุกำแพงออกไปแล้วปล่อยให้ฉันนอนเงียบๆ คนเดียวสักห้าชั่วโมงก็ยังดี!”
รินหุบยิ้มลงชั่วขณะ ร่างโปร่งแสงเคลื่อนเข้ามาประชิดจนแทบจะซ้อนทับกับร่างของหมอผีสาว ดวงตาคู่สวยที่เคยพราวระยับเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง จนฌานเผลอชะงัก กลืนก้อนคำด่าทอลงคอไปโดยไม่รู้ตัว
“ฉันไม่ได้อยากมารบกวนเธอนักหรอกนะ... ฌาน” เสียงของรินแผ่วลงเล็กน้อย เจือความเศร้าสร้อยที่หาได้ยากจนฌานรู้สึกแปลกใจ “แต่ทุกครั้งที่หลับตา... ฉันจำอะไรไม่ได้เลยนอกจากความมืด และเสียงร้องเรียกชื่อใครบางคน... ที่แม้แต่ตัวฉันเองก็จำไม่ได้ว่าคือใคร”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องชั่วขณะ แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟหัวเตียงส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของวิญญาณสาว ทำให้เห็นเงาจางๆ ทอดตัวยาวไปบนผนัง ฌานเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีพลอยสะดุดกึก แม้ปากจะร้ายและเกลียดความวุ่นวายแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้วทายาทหมอผีสาวกลับปฏิเสธความจริงข้อหนึ่งไม่ได้เลย... เธอก็แค่เด็กสาวคนหนึ่งที่แบกรับภาระตระกูลจนเหนื่อยล้า และริน... แม้จะเป็นผีที่น่ารำคาญที่สุดในโลก แต่ก็เป็นสิ่งเดียวในห้องนี้ที่ทำให้ความโดดเดี่ยวของเธอมันเบาบางลง
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?” ฌานยังคงเชิดหน้าขึ้น แม้เสียงจะอ่อนลงกว่าเดิมครึ่งหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว
รินระบายยิ้มบางๆ เสน่ห์ร้ายกาจกลับมาประดับบนดวงหน้าสวยหวานอีกครั้ง วิญญาณสาวยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ฌานผะหนหน้าหนีตามสัญชาตญาณ แต่ถูกมือเย็นเฉียบข้างหนึ่งเอื้อมมาแตะปลายคางไว้เบาๆ ให้หันกลับมาสบตา
“งั้นเรามาทำข้อตกลงกันไหมล่ะคะ... คุณหมอผีคนสวย” รินกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู แรงลมเย็นเยียบทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “ถ้าเธออมยิ้มรับฉันในฐานะ ‘เพื่อนร่วมห้อง’ และยอมฟังเรื่องเพ้อเจ้อของฉันก่อนนอนทุกคืน... ฉันสัญญาว่าจะไม่โผล่มาหลอกหลอนตอนเธอกำลังเคลิ้มหลับอีกเลย แถมจะช่วยกันวิญญาณสัมภเวสีเร่ร่อนตัวอื่นไม่ให้กล้าเข้ามาใกล้ห้องนี้รัศมีสิบเมตรด้วย ดีลไหมคะ?”
ฌานหรี่ตามองวิญญาณเจ้าเล่ห์อย่างพิจารณา สมองอันปราดเปรียวประเมินข้อดีข้อเสียอย่างรวดเร็ว การมีผีตัวนี้คอยกันวิญญาณอื่นก็นับว่าคุ้มค่าไม่น้อย เพราะช่วงนี้พลังอาคมของเธอกำลังเสื่อมถอย การรับมือกับผีเร่ร่อนรอบตึกเริ่มกลายเป็นภาระหนักหนา แต่การต้องมานั่งฟังผีความจำเสื่อมเพ้อเจ้อทุกคืนเนี่ยนะ... มันจะไม่เป็นการชักศึกเข้าบ้านไปหน่อยหรือ?
“สิบเมตรน้อยไป... รัศมีสามสิบเมตร ห้ามมีวิญญาณหน้าไหนกล้าเฉียดมาใกล้เด็ดขาด” ฌานต่อรอง น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความดื้อรั้น “แล้วก็ห้ามจับตัวฉันตามใจชอบ ห้ามส่งเสียงดังหลังเที่ยงคืน และที่สำคัญ... ห้ามทำหน้ากวนประสาทใส่ฉันแบบเมื่อครู่อีก!”
รินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยความชอบใจ “ตกลงค่ะ ตามใจคุณหมอผีทุกอย่างเลย”
“ดี... งั้นก็แยกย้าย กลับไปมุมของเธอซะ ฉันจะนอน” ฌานสะบัดหน้าหนี ทิ้งตัวลงนอนราบกับหมอนอีกครั้ง ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปงถึงคอเพื่อปิดกั้นสัมผัสเย็นเยียบที่ยังคงวนเวียนอยู่รอบตัว
รินมองท่าทางดื้อรั้นนั้นด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ร่างโปร่งแสงค่อยๆ ลอยถอยหลังกลับไปที่เก้าอี้มุมห้องตามสัญญา แต่ก่อนที่เปลือกตาของฌานจะปิดลงเพื่อเข้าสู่ห้วงนิทราที่รอคอย เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับสายลมก็ลอยลอดเข้ามาในโสตประสาท
“ฝันดีนะคะ... ฌานของฉัน”
ฌานขมวดคิ้วแน่นใต้ผ้าห่ม อยากจะลุกขึ้นไปเถียงใจจะขาดว่าใครเป็นของใคร แต่ความเหนื่อยล้าก็โถมเข้าใส่จนร่างบางจมดิ่งลงสู่ความมืดอย่างรวดเร็ว ในที่สุดความสงบก็กลับคืนมาสู่ห้องพักแคบๆ แห่งนี้... โดยที่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ข้อตกลงชั่วคราวนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของพันธะที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะถอนตัว
ทว่า... ความเงียบสงบนั้นกินเวลาได้ไม่ถึงชั่วโมง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเชื่องช้าและหนักหน่วง ทั้งๆ ที่ห้องของฌานอยู่ริมสุดของทางเดิน ชั้นบนสุดที่ไม่มีใครกล้าขึ้นมาเหยียบย่ำยามวิกาล รินที่กำลังนั่งลอยตัวอยู่มุมห้องชะביקนับ หันขวับไปมองที่ประตูหน้าห้องทันที ดวงตาคู่นั้นหรี่แคบลงด้วยความระแวดระวังที่แปลกตา
ฌานสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างในความมืด หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยสัญชาตญาณอันตรายที่กรีดร้องเตือนภัย
ไม่ใช่ผีเร่ร่อน... และไม่ใช่ลมพัด
ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยปากพูดอะไร ลูกบิดประตูห้องน้ำโลหะเย็นเฉียบก็ค่อยๆ หมุนวนช้าๆ... จากด้านในห้อง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความสัมพันธ์สุดป่วนของสองคนนี้ด้วยกันนะคะ!
ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ•ตอนที่ 5
ข้อตกลงคนละขั้ว
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลหมอผีกับผีสาวห้องข้างๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!