“อย่าหลงเชื่อสิ่งที่ดวงตาเห็น ศรัณย์... ในมิติซ้อนทับ ความจริงมักเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความปรารถนาที่เน่าเฟะที่สุด”
น้ำเสียงเรียบเรื่อยของอาจารย์อรชรดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับจนหูอื้อ ศรัณย์ชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวผ่านประตูไม้บานเก่า—ประตูที่เขาจำได้แม่นว่ามันคือประตูห้องนอนที่บ้านวัยเด็กของเขา ทั้งที่ความจริงแล้วมันควรจะเป็นโถงทางเดินของหอพักวิจัยที่เขาเพิ่งก้าวเข้ามาเมื่อครู่นี้
ชายหนุ่มหยุดนิ่ง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขาไม่ได้หลับตา แต่เขากำลังใช้ ‘ทฤษฎีการหักเหของมวลพลังงาน’ ที่เขาเพิ่งสรุปได้จากสมุดบันทึกเล่มเก่ามาวิเคราะห์สภาพแวดล้อม กลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกโมกที่ควรจะอยู่ที่บ้านวัยเด็กกลับให้ความรู้สึก 'ปลอม' จนน่าสะอิดสะเอียน
“อาจารย์ครับ... หากนี่คือกับดักลวงตา ค่าคงที่ของมิติในตอนนี้คงกำลังบิดเบี้ยวอยู่ใช่ไหมคะ” ศรัณย์เอ่ยถามขณะที่มือค่อยๆ หยิบอุปกรณ์ตรวจวัดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดจิ๋วขึ้นมา เขากดปุ่มเปิดใช้งาน ตัวเลขดิจิทัลบนหน้าจอสีฟ้าหม่นเต้นเร่า ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่เลขศูนย์สนิท—นั่นคือสัญญาณที่อันตรายที่สุด เพราะมันหมายความว่าพื้นที่ตรงนี้ไม่ได้ถูกจัดอยู่ในฐานข้อมูลทางฟิสิกส์ใดๆ เลย
อาจารย์อรชรในชุดเดรสสีเทาเข้มขยับเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่คมของเธอสะท้อนแสงไฟสลัวที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากฟิล์มภาพยนตร์เก่า “ถูกต้องค่ะศรัณย์ ความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุดมักเป็นกาวชั้นดีที่เหนียวแน่นที่สุดของเขตแดนอาถรรพ์ ตอนนี้เราไม่ได้แค่ยืนอยู่ในห้องนอนของคุณ แต่มันคือ ‘ภาชนะ’ ที่รวบรวมความเสียใจทั้งหมดในช่วงวัยเยาว์ของคุณเอาไว้”
เสียงประตูไม้บานนั้นค่อยๆ แง้มออกเองช้าๆ เผยให้เห็นภาพร่างของเด็กชายตัวน้อยที่นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ที่มุมห้อง แผ่นหลังนั้นสั่นเทาและเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวที่ศรัณย์จำได้ดีว่ามันเคยกัดกินหัวใจเขามากแค่ไหน
ศรัณย์กำหมัดแน่น พยายามดึงสติตัวเองไม่ให้เข้าไปหาสิ่งนั้น “มันไม่ใช่เรื่องจริง... นั่นเป็นเพียงข้อมูลดิบที่ถูกนำมาฉายซ้ำเพื่อกระตุ้นอารมณ์ให้มิติเข้มแข็งขึ้นใช่ไหมคะอาจารย์”
“ฉลาดมากค่ะ” อาจารย์อรชรขยับยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แต่ในแววตากลับมีความกังวลฉายชัด “แต่น่าเสียดายที่กับดักนี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อดึงตัวคุณไว้ แต่มันสร้างมาเพื่อ ‘ดูดกลืน’ ตรรกะของคุณไปใช้เป็นเชื้อเพลิงขยายอาณาเขต”
ทันใดนั้น ภาพของเด็กชายในมุมห้องก็หันขวับมา ใบหน้าของเด็กคนนั้นว่างเปล่า ไม่มีดวงตา ไม่มีปาก มีเพียงรอยแยกสีดำสนิทที่แผ่ไอเย็นเยียบออกมาจนอากาศรอบข้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ศรัณย์รู้สึกได้ถึงแรงดึงมหาศาลที่พยายามกระชากสติสัมปชัญญะของเขาให้หลุดลอยไป เขารู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากความทรงจำที่น่าจดจำไปทีละชิ้น
“ศรัณย์! อย่าปล่อยให้มันเข้ามาในห้วงความคิด!” อาจารย์อรชรตะโกนก้อง เธอกางฝ่ามือออก ไอพลังงานสีทองอ่อนๆ พวยพุ่งออกมาจากนิ้วมือเป็นดั่งด้ายถักทอสร้างเกราะป้องกัน “ใช้ตรรกะของคุณตัดขาดมัน! ความจริงไม่ใช่ความรู้สึก แต่คือสิ่งที่คุณมองเห็นผ่านเลนส์แห่งเหตุผลเท่านั้น!”
ศรัณย์หลับตาลง ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อทบทวนสมการในหัว เขาเริ่มนับจังหวะการสั่นสะเทือนของอากาศรอบตัวแทนการฟังเสียงร้องไห้ที่บีบคั้นหัวใจ ‘หนึ่ง... สอง... สาม... ค่าพลังงานที่จุดศูนย์กลางกำลังผันผวน’
เขาเหยียดยิ้มออกมาท่ามกลางความมืดมิด “ถ้าความทรงจำนี้คือตัวแปร แล้วผมก็คือคนคุมสมการ... งั้นผมขอ ‘ลบ’ ตัวแปรที่ไม่มีค่านี้ทิ้งก็แล้วกัน”
ชายหนุ่มดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เสียงกังวานดุจแก้วแตกกระจายดังลั่นไปทั่วห้อง มิติรอบตัวที่เคยเป็นบ้านวัยเด็กสั่นคลอนอย่างรุนแรง ผนังห้องเริ่มลอกออกเป็นแผ่นๆ เผยให้เห็นห้วงอวกาศสีดำมืดมิดที่มีเพียงฟันเฟืองจักรกลขนาดมหึมาหมุนวนอยู่เบื้องหลัง
แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะได้ชัยชนะ สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนดังขึ้นในโสตประสาท เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบดุจน้ำแข็งที่กรีดผ่านแก้วหู
[ตรวจพบการแทรกแซงจาก 'ผู้คุมกฎแห่งกาลเวลา'...]
[สถานะ: ภารกิจระดับ SSS ถูกเปิดใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต]
[เงื่อนไขการผ่านภารกิจ: สละความทรงจำที่ล้ำค่าที่สุดหนึ่งอย่าง เพื่อรักษาสมดุลของมิติที่กำลังจะพังทลาย...]
ศรัณย์เบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—อาจารย์อรชรที่ยืนอยู่ข้างกายเริ่มจางหายไปราวกับหมอกควัน มือของเธอที่เคยจับไหล่เขาไว้เริ่มโปร่งแสงจนมองทะลุเห็นพื้นหลัง ดวงตาของอาจารย์มองมาที่เขาด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเศร้าสร้อยที่ลึกสุดหยั่ง
“ศรัณย์... อย่าเลือกหนู...” เธอเอ่ยเสียงเบาหวิวขณะที่ร่างเริ่มสลายกลายเป็นละอองแสงสีเงิน
ในขณะที่ศรัณย์ยังไม่ทันได้เอ่ยปากรั้งร่างของเธอไว้ เงาดำทมิฬขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลังจุดที่อาจารย์อรชรเคยยืนอยู่ มันคือร่างของคนคนหนึ่งที่สวมชุดนักศึกษาแบบเดียวกับศรัณย์เป๊ะ! ร่างนั้นเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่เหมือนเขาทุกประการ ยกเว้นแววตาที่โหดเหี้ยมและรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว
“ขอบคุณนะศรัณย์... ที่ช่วยปลดล็อกประตูให้ฉัน” ร่างจำลองนั้นแสยะยิ้มก่อนจะยื่นมือมาคว้าคอเสื้อของเขาไว้ “ได้เวลาแลกเปลี่ยนที่แท้จริงแล้ว... นายจะเป็นเจ้าของบันทึกนี้ต่อไป หรือจะปล่อยให้ฉันออกไปแทนที่นายในโลกแห่งความจริงกันล่ะ?”
ศรัณย์รู้สึกได้ทันทีว่าพลังงานในตัวเขากำลังถูกสูบออกไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่โลกทั้งใบกำลังจะแตกสลายลงต่อหน้าต่อตา!
นภากระซิบผีหวังว่าทุกท่านจะยังคงประทับใจและเอาใจช่วยศรัณย์ในวิกฤตครั้งนี้ไปพร้อมกันนะคะ
บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ•ตอนที่ 18
กับดักลวงตา
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!