บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ•ตอนที่ 17

ทางเลือกสองแพร่ง

ผลงานโดย นภากระซิบผี
กลิ่นอายความชื้นของสนิมเหล็กและไอเกลือจากอาคารโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตีวนอยู่ในโพรงจมูกของศรัณย์จนแทบสำลัก ในมือขวาของนักศึกษาหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะและหลักฐาน บัตรคำนวณสนามพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้ากำลังสั่นสะเทือนถี่รัวจนแผ่นกระดาษยับยู่ยี่ เบื้องหน้าของเขาคือเงาร่างโปร่งแสงของอาจารย์อรชร—หญิงสาวลึกลับผู้ไร้ตัวตนในทะเบียนราษฎร์—กำลังเลือนรางลงทีละน้อยราวกับหมอกยามเช้าที่ถูกความร้อนแผดเผา ขอบเขตพลังงานรอบตัวเธอแตกร้าวเป็นรอยแยกสีนิล ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนทางฟิสิกส์มิติว่า กฎเกณฑ์ของโลกหลังความตายกำลังดึงรั้งตัวเธอให้กลับคืนสู่จุดสมดุลเดิมตามวัฏจักร "อย่าฝืนเลยค่ะศรัณย์..." เสียงหวานนุ่มที่เคยใช้ถ่ายทอดศาสตร์โบราณ บัดนี้แหบพร่าและเจือด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่แสนจะคุ้นเคย อรชรเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเสียงหยดน้ำจากเพดานโกดังที่ดังเป็นจังหวะราวกับนาฬิกาทรายแห่งชีวิตที่กำลังหมดลง "รอยแยกตรงหน้าคุณเปิดกว้างพอที่จะส่งวิญญาณของดิฉันกลับสู่การหลุดพ้น แต่อย่าลืม... ถ้าคุณเลือกทางนี้ พลังงานสะสมทั้งหมดในสมการที่คุณเพิ่งพิสูจน์มาจะสลายกลายเป็นศูนย์ และคุณจะต้องสูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับดิฉันไปตลอดกาล" ศรัณย์กัดริมฝีปากจนรับรู้ได้ถึงรสคาวเลือด ความคิดในหัวของเขาตีกันยุ่งเหยิงราวกับสมการควอนตัมที่ยังหาคำตอบไม่ได้ ในฐานะนักศึกษาคณะฟิสิกส์ประยุกต์ เขาย่อมเชื่อมั่นในเหตุและผล การสูลายไปตามวิถีธรรมชาติคือความเที่ยงตรงที่สุดของจักรวาล แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่เคยร่วมฟันฝ่าคดีลี้ลับและผ่านความเป็นความตายเคียงบ่าเคียงไหล่กับเธอมาโดยตลอด ความคิดที่จะปล่อยให้อาจารย์อรชรหายลับไปจากความทรงจำ เป็นสิ่งที่ตรรกะใดๆ ในโลกก็ไม่สามารถชดเชยได้ "ผมไม่สนใจสมการบ้าบอนั่นหรอกครับ... เอ๊ย ไม่ใช่!" ศรัณย์เผลอใช้สรรพนามตามความคุ้นชิน แต่รีบเปลี่ยนกลับมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน "อาจารย์ก็รู้ว่าผมเป็นคนรอบคอบแค่ไหน ถ้าผมเลือกจะช่วยอาจารย์ด้วยการดึงพลังงานย้อนกลับจากรอยแยกมิติ มันมีทางออกอื่นที่เป็นไปได้ทางคณิตศาสตร์สิครับ!" "ไม่มีหรอกค่ะ โลกนี้ไม่ได้มีคำตอบให้ทุกเรื่องด้วยตัวเลขเสมอไป..." อรชรส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาคู่สวยมองลึกเข้ามาในดวงตาของเขา ราวกับต้องการบันทึกภาพทุกรายละเอียดของเด็กหนุ่มผู้เติบโตมาไกลเกินกว่าที่เธอเคยคาดคิด "ทางเลือกสองแพร่งในตอนนี้ คือคุณจะยอมปล่อยให้ดิฉันไปสู่สุคติเพื่อแลกกับการปกป้องความสงบสุขในชีวิตธรรมดาของคุณ หรือคุณจะฝ่าฝืนกฎแห่งกรรมวิธีดึงวิญญาณไว้ ซึ่งนั่นหมายถึงคุณจะต้องแบกรับภาระและคำสาปของรอยแยกมิติไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่..." ความกดดันในอากาศพุ่งสูงขึ้นจนแก้วหูอื้ออึง ศรัณย์หลับตาลงชั่วขณะ ปล่อยให้ความทรงจำตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาไหลผ่านสมอง ภาพรอยยิ้มอันอบอุ่น การถกเถียงเรื่องทฤษฎีไสยเวทผสมฟิสิกส์ และมิตรภาพที่คอยฮีลใจในยามที่เขาต้องเผชิญกับคดีอันน่าสะพรึงกลัว ทุกสิ่งทุกอย่างหลอมรวมเป็นแรงผลักดันที่อยู่เหนือเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ มือหนายื่นออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง นิ้วเรียวยาวแตะลงบนขอบรอยแยกสีนิลที่กำลังแผ่ไอเย็นเยียบ ความเจ็บปวดรุนแรงแล่นพล่านขึ้นมาตามเส้นประสาทราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อต แต่ศรัณย์ไม่ยอมถอย "ผมอาจจะเป็นนักศึกษาที่ยึดติดกับตรรกะ..." ศรัณย์ลืมตาขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่เฉียบคมยิ่งกว่าครั้งไหนๆ "แต่เรื่องนี้... ผมขอใช้วิถีของผมเองก็แล้วกันครับ" ทันใดนั้น หน้าจออินเทอร์เฟซโปร่งใสสีฟ้าเข้มก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังกระหึ่มก้องกังวานในโสตประสาท โดยปราศจากการควบคุมใดๆ จากระบบเดิม [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงกฎเกณฑ์ระดับจักรวาลโดยผู้ใช้งาน 'ศรัณย์'] [สถานะภารกิจเปลี่ยนเป็น: ทางเลือกแห่งความมืด (SSS-Rank)] [คำเตือน: ท่านได้ปลุก 'ผู้เฝ้าระวังมิติเบื้องลึก' ให้ตื่นจากการหลับใหล แรงสั่นสะเทือนนี้จะเปลี่ยนแปลงเส้นทางประวัติศาสตร์วิญญาณตกค้างไปตลอดกาล...] — นภากระซิบผี
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%