บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ•ตอนที่ 14

มิตรภาพท่ามกลางความหนาวเหน็บ

ผลงานโดย นภากระซิบผี
ไอน้ำอุ่นพวยพุ่งขึ้นจากถ้วยเซรามิกเคลือบสีคราม ตัดกับความมืดสลัวและกลิ่นอายอับชื้นของห้องพักใต้ดินที่เพิ่งผ่านพ้นมหันตภัยทางจิตวิญญาณมาหมาดๆ "ดื่มช้าๆ ค่ะ... พลังงานในร่างกายคุณพร่องลงไปถึงเกณฑ์วิกฤต การกระตุ้นระบบประสาทด้วยคาเฟอีนหรือความร้อนในปริมาณที่มากเกินไปในตอนนี้ อาจทำให้เส้นพลังงานปราณแฝงในตัวคุณเกิดภาวะตีบตันถาวรได้นะคะ" เสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเด็ดขาดของอาจารย์อรชรดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ร่างโปร่งแสงในชุดผ้าฝ้ายสีอ่อนนั่งอยู่บนขอบเตียงไม้เก่าๆ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่ปลายนิ้วสั่นเทาของศรัณย์ ซึ่งกำลังประคองถ้วยชาสมุนไพรด้วยสองมืออย่างยากลำบาก ศรัณย์หอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬยังคงซึมตามไรผมและกรอบหน้าคมคาย เสื้อยืดสีดำชุ่มโชกไปด้วยคราบเหงื่อและเศษละอองมิติวิญญาณจากเหตุการณ์ปะทะกับไอสังหารระดับอาฆาตเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน ในหัวของเขายังคงมีเสียงหึ่งๆ ของคลื่นความถี่พลังงานที่ตกค้างอยู่จากการคำนวณสมการอาคมในเสี้ยววินาทีสุดท้าย เพื่อปิดผนึกรอยแยกมิติ "ผม... ผมประเมินความหนาแน่นของสนามพลังอาคมคลาดเคลื่อนไปร้อยละเจ็ดครับ... ไม่สิ... ร้อยละสิบสองต่างหาก" ศรัณย์กัดฟันกรอด พยายามบังคับมือตัวเองให้หยุดสั่น "ถ้าผมคำนวณตัวแปรอุณหภูมิของวิญญาณอาฆาตตัวนั้นให้เร็วกว่านั้นอีกนิด แรงสะท้อนย้อนกลับคงไม่ทำลายแนวป้องกันจิตวิญญาณของเราจนเกือบพังทลายแบบนี้" อาจารย์อรชรทอดถอนหายใจเบาๆ เธอยื่นมือเรียวบางออกไป แตะปลายนิ้วลงบนข้อมือซ้ายของศรัณย์เบาๆ ไออุ่นละมุนละไมแผ่ซ่านผ่านผิวหนังเข้าสู่เส้นชีพจรทันที ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดแปลบปลาบที่แผดเผาภายในช่องอกของเขาให้ทุเลาลงอย่างน่าอัศจรรย์ "คุณใช้ตรรกะและฟิสิกส์ประยุกต์มาหักล้างไสยเวทโบราณอีกแล้วนะคะ, ศรัณย์" อารย์อรชรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือแววเอ็นดูแกมดุ "วิญญาณและความอาฆาตไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยสมการเชิงเส้นที่ตายตัวนะคะ บางครั้ง... ช่องว่างระหว่างทฤษฎีกับความเป็นจริง มันก็ถูกเติมเต็มด้วยความเปราะบางของมนุษย์เรานี่แหละค่ะ" ศรัณย์เงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาว แววตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความมั่น and รอบคอบ บัดนี้ฉายแววอ่อนล้าและสับสนอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเขากับเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำเก่าๆ ในมุมห้องที่ดังเป็นจังหวะ "ผมแค่... ไม่อยากให้ใครต้องเป็นอันตรายอีก" ศรัณย์พึมพำเบาๆ ดวงตาหลุบมองไอชาที่ค่อยๆ จางหายไป "ตอนที่รอยแยกนั้นกำลังจะฉีกขาดออกกว้างขึ้น ภาพของห้องทดลองเมื่อตอนปีสองมันแวบเข้ามาในหัวผม... วินาทีที่เครื่องมือชิ้นนั้นระเบิด... ผมช่วยเพื่อนไว้ไม่ได้..." บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นความหนาเหน็บทันที ไม่ใช่ความหนาวจากสภาพอากาศภายนอก แต่เป็นความหนתเยือกที่กัดกินจากก้นบึ้งของจิตใจ ศรัณย์กำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน แผลเป็นในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบไว้ด้วยตัวเลข สูตรคำนวณ และความสมบูรณ์แบบทางวิทยาศาสตร์ ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยแรงกระแทกของพลังวิญญาณ อาจารย์อรชรไม่ได้พูดปลอบใจด้วยคำพูดหวานเลี่ยน ไร้สาระ หรือคำพูดสวยหรูตามแบบฉบับนักจิตวิทยา เธอกลับขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายจางๆ ของดอกไม้ป่าและกำยานโบราณลอยละล่องเข้ามาแตะจมูก ช่วยดึงสติของชายหนุ่มให้กลับคืนสู่ปัจจุบัน "ความรอบคอบของคุณไม่ได้มีไว้เพื่อแบกรับความผิดพลาดของคนทั้งโลกหรอกนะคะ, ศรัณย์" อารย์อรชรเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทว่านุ่มนวลจนหัวใจที่ด้านชาของชายหนุ่มกระตุกวาบ "การที่คุณรอดชีวิตมาได้จนถึงทุกวันนี้ และการที่คุณยืนหยัดอยู่ตรงนี้เพื่อปิดรอยแยก ไม่ใช่เพราะคุณสมบูรณ์แบบ... แต่เป็นเพราะคุณรู้จักเรียนรู้ที่จะเจ็บปวด และยอมให้คนอื่นเข้ามาช่วยแบกรับน้ำหนักเหล่านั้นต่างหากค่ะ" เธอเอื้อมมือไปกุมมือข้างที่สั่นเทาของศรัณย์ไว้แน่นขึ้น ถ่าย 16.5 พลังงานอุ่นซ่านที่เสถียรและมั่นคง ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเขา ช่วยชะล้างความเหนื่อยล้าและเยียวยาบาดแผลภายในจิตวิญญาณทีละน้อย ศรัณย์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดการต่อสู้ค่อยๆ คลายตัวลง เขายอมปล่อยให้ความอบอุ่นนี้โอบอุ้มความเปราะบางของตนเองไว้เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน "ขอบคุณครับ... เอ๊ย... ขอบคุณครับ... เอ่อ..." ศรัณย์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้คำพูดติดปาก แล้วรีบเปลี่ยนสรรพนามแก้เขิน "ขอบคุณ... ค่ะ... เอ๊ย ไม่ใช่! ขอบคุณครับ... เอ่อ อาจารย์ก็พูดเกินไป..." อาจารย์อรชรหลุดหัวเราะเบาๆ ออกมาเป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ รอยยิ้มบางๆ บนเรียวปากของเธองดงามราวกับแสงแรกของรุ่งอรุณที่ทะลุผ่านกลุ่มเมฆหมอกหนาทึบ บรรยากาศรอบตัวที่เคยตึงเครียดและกดดันพลันมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความอบอุ่น ละมุนละไม ที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างในใจของคนทั้งสอง "ไม่ต้องฝืนพูดตามดิฉันหรอกค่ะ พักผ่อนเถอะนะคะ คืนนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องวิเคราะห์กันต่อ... แต่ไม่ใช่ตอนนี้ค่ะ" อาจารย์อรชรกล่าวพร้อมกับดึงถ้วยชาออกจากมือของเขาอย่างนิ่มนวล ก่อนจะดันไหล่กว้างให้นอนราบลงกับหมอนนุ่ม ศรัณย์ยอมล้มตัวลงนอนโดยดี ความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานโถมเข้าใส่จนเปลือกตาหนักอึ้ง เขามองเพดานห้องสลัวๆ โดยมีเงาร่างโปร่งแสงของอาจารย์อรชรคอยนั่งเฝ้าระวังภัยอยู่ที่ข้างเตียง ความรู้สึกปลอดภัยที่เขาไม่เคยสัมผัสมานานนับปีแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่ทว่า... ในขณะที่สติของศรัณย์กำลังจะหลุดเข้าสู่ห้วงนิทรา เสียงเตือนบางอย่างก็ดังขึ้นในโสตประสาท เป็นเสียงสัญญาณดิจิทัลที่แหลมสูงและเย็นเยียบ ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้นในมิติวิญญาณแห่งนี้! *ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... ตรวจพบการแทรกแซงคลื่นความถี่พลังงานแปลกปลอม... ระดับภัยคุกคาม: เกินขีดจำกัดระบบ (OVERFLOW)* หน้าต่างระบบสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นกลางอากาศเหนือเตียงนอน โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า และก่อนที่อาจารย์อรชรจะทันได้ขยับตัวสร้างเขตอาคมป้องกัน ตัวเลขรหัสปริศนาก็จัมพ์ขึ้นเป็นชุดข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบ *“ยินดีต้อนรับสู่พิธีบูชา... ผู้สังเกตการณ์หมายเลขศูนย์ กำลังเชื่อมต่อเข้าสู่เขตอาคมของคุณ ณ บัดนี้”* --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปพร้อมกับศรัณย์และอาจารย์อรชรนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — นภากระซิบผี
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%