บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ•ตอนที่ 6

ร่องรอยแห่งอดีต

ผลงานโดย นภากระซิบผี
"เสียงนั่น... ไม่ใช่เอคโค่จากการสะท้อนของโครงสร้างอาคารแน่นอนค่ะ" ศรัณย์ขยับกรอบแว่นสายตา เลนส์เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนสะับกับแสงสีนวลจากคบเพลิงพลังงานต่ำในมือ ข้อมูลจากเครื่องตรวจวัดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพลังจิต (EMF-P Detector) ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเองแสดงกราฟความถี่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติจนหน้าจอแทบปริแตก อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงสามองศาภายในเวลาไม่ถึงห้าลมหายใจ กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและสนิมเหล็กถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของดอกโมกข์—กลิ่นที่เขาจำได้แม่นว่ามันลอยวนเวียนอยู่รอบกายอาจารย์อรชรเสมอเวลาที่ท่านใช้สมาธิขั้นสูง ทว่า ในอาคารวิจัยร้างตึกสี่คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์แห่งนี้ ที่ซึ่งปิดตายมานานกว่าสิบห้าปีหลังอุบัติเหตุการทดลองพลังงานควอนตัม... ไม่ควรมีใครอื่นนอกจากเขากับดวงวิญญาณเร่ร่อน อาคารหลังนี้ถูกออกแบบตามผังฮวงจุ้ยแบบ 'วงกตผนึกโลหะ' เพื่อจำกัดเขตพลังงานรั่วไหล การจะก้าวผ่านแต่ละห้องจำเป็นต้องอาศัยการคำนวณมุมหักเหของคลื่นความถี่วิญญาณ ศรัณย์กวาดสายตามองรอยแยกมิติสีครามที่สั่นไหวอยู่ตรงกรอบประตูห้องเก็บอุปกรณ์เก่า รอยแยกนั้นบางราดยางใยแมงมุม แต่ทว่าทรงพลังพอจะบิดเบือนกฎฟิสิกส์เบื้องต้นได้ "คุณกำลังคิดว่ามันคือความผิดพลาดของระบบคำนวณสนามแม่เหล็กใช่ไหมคะ ศรัณย์" เสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างกลางดวงหทัยดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง อาจารย์อรชรปรากฏกายขึ้นอย่างไร้ซุ่มเสียง เงาร่างของเธอยังคงโปร่งใสทว่าคมชัดขึ้นกว่าทุกครั้ง ชายผ้าไหมสีนวลสะบัดพลิ้วตามแรงลมไร้ทิศทาง ดวงตาคู่คมที่มักทอประกายความเมตตาเสมอ บัดนี้กลับมองตรงไปยังกล่องไม้จันทน์หอมโบราณที่วางอยู่บนโต๊ะปฏิบัติการกลางห้อง—กล่องที่ถูกล็อกด้วยกลไกฟันเฟืองซับซ้อนสไตล์ศตวรรษที่สิบเก้า ซึ่งไม่มีทางจะมาตั้งอยู่ ณ ที่แห่งนี้ได้ตามหลักตรรกะ ศรัณย์หันกลับมามองคู่หูผู้ลึกลับ เขาไม่เคยถามถึงที่มาที่ไปของเธอ เพราะรู้ดีว่าในโลกแห่งไสยเวทและควอนตัมฟิสิกส์ มีเรื่องราวอีกมากที่เกินกว่าสมการคณิตศาสตร์จะอธิบายได้ แต่แววตาของอาจารย์อรชรในวินาทีนี้... มันมีความไหวระริกบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ "ผมคำนวณความน่าจะเป็นไว้สามข้อครับอาจารย์" ศรัณย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง เพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตัวในอก "หนึ่ง คือความผิดพลาดของเซนเซอร์ตรวจจับ สอง คือภาพหลอนทางประสาทสัมผัสจากก๊าซพิษในอาคารร้าง และสาม... คือมีตัวตนที่สามกำลังแทรกแซงมิติที่เราอยู่ ซึ่งจากสถิติและร่องรอยพลังงาน... ข้อสามมีความเป็นไปได้สูงถึงแปดสิบเจ็ดจุดสี่เปอร์เซ็นต์ครับ" อาจารย์อรชรระบายยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่เหมือนจะโล่งใจและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน เธอย่างก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะไม้ตัวนั้น ปลายนิ้วเรียวยาวที่แทบจะโปร่งแสงแตะลงบนผิวไม้แกะสลักอย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังสัมผัสแก้วตาที่แตกสลาย "เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่ไม่เคยเชื่อฟังคำเตือนเลยสักครั้ง..." อาจารย์อรชรพึมพำ น้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงหึ่งของกระแสไฟฟ้าสถิตในห้อง "ดื้อรั้น ช่างสงสัย และมักจะใช้ตรรกะหักล้างความเชื่อโบราณเสมอ... เหมือนคุณไม่มีผิดเพี้ยนค่ะ ศรัณย์" ศรัณย์ชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาด "หมายความว่า..." "เปิดมันสิคะ" อาจารย์อรชรผายมือไปยังกล่องไม้จันทน์หอม "สิ่งที่คุณตามหามาตลอด และสิ่งที่ผูกพันธะระหว่างเรากับอาคารหลังนี้... มันอยู่ในนั้น" ศรัณย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ เขาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะ มือข้างที่สวมถุงมือกันกระแสไฟฟ้าสถิตค่อยๆ เอื้อมไปสัมผัสกลไกฟันเฟือง ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสสัมผัสกับผิวโลหะเย็นเฉียบ ภาพความทรงจำที่ไม่ใช่ของเขา—ภาพของห้องทดลองที่เต็มไปด้วยเปลวไฟ เสียงกรีดร้อง และกลิ่นควันเคมี—ก็พรั่งพรูเข้ามาในหัวจนหน้ามืด เขาขบกรามแน่น ฝืนใช้หลักสติสัมปชัญญะและตรรกะเข้าควบคุมสติ ค่อยๆ หมุนฟันเฟืองไปตามทิศทางความถี่ที่สอดคล้องกับคลื่นสมองของตนเอง *คลิก...* เสียงกลไกดีดตัวอย่างแผ่วเบา ฝากล่องไม้เปิดอผายออกเผยให้เห็นสิ่งของภายใน มันไม่ใช่ระเบิด ไสยเวทมนตร์ดำ หรือศิลาอาคมใดๆ ภายในกล่องบาะกำมะหยี่สีแดงเข้มที่ซีดจาง มีเพียง 'สมุดบันทึกปกหนังแท้' ที่มุมปกถูกไหม้ด้วยความร้อน และ 'ปากกาหมึกซึมโลหะสีเงิน' ด้ามหนึ่ง บนปกสมุดมีตัวอักษรปั๊มนูนจางๆ ที่ศรัณย์อ่านออกเสียงได้ทันทีโดยไม่ต้องคิด *‘บันทึกการทดลองมิติที่สี่ - อรชร 2548’* ศรัณย์เบิกตากว้าง หันขวับกลับมามองหญิงสาวข้างกาย สมุดบันทึกเล่มนี้มีอายุสิบห้าปี... เท่ากับเวลาที่อาคารนี้ปิดตัวลง และปีที่พิมพ์บนปก... คือปีก่อนที่เขาจะเกิดเสียอีก "อาจารย์..." ศรัณย์ริมฝีปากสั่นระริกเล็กน้อย "นี่มัน..." "ใช่ค่ะ" อาจารย์อรชรหันมาสบตาเขา แววตานั้นสะท้อนภาพของชายหนุ่มผู้รอบคอบอย่างชัดเจน "ฉันไม่ใช่ภูตผีปีศาจ หรือวิญญาณเร่ร่อนที่ไหน... แต่ฉันคือ 'ร่องรอย' ที่หลงเหลืออยู่ของอรชรในอดีต ผู้ซึ่งติดอยู่ในลูปเวลาแห่งการทดลองนี้มานานนับทศวรรษ จนกระทั่งคุณ... ผู้มีคลื่นสมองตรงกัน เดินเข้ามาในอาคารหลังนี้ค่ะ" ยังไม่ทันที่ศรัณย์จะได้ประมวลผลคำสารภาพที่พลิกผันทุกทฤษฎีที่เขายึดถือ หน้าจออุปกรณ์ EMF-P ในมือของเขาก็ส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูง หน้าจอดับวูบแล้วติดขึ้นใหม่พร้อมกับตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบเตือนรัวเร็ว **[WARNING: ANOMALY DETECTED - ENTITY CLASS: OMEGA]** **[ระบบตรวจพบการเชื่อมต่อข้ามเวลา: ผู้บุกรุกนิรนามกำลังเข้าสู่เขตหวงห้ามชั้นที่ 4]** เงาร่างมหึมาสีดำสนิทที่ปราศจากรูปร่างชัดเจน พุ่งทะลุกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กเข้ามาในห้องด้วยความเร็วสูง มันส่งเสียงคำรามก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ พร้อมกับกรงเล็บมืดมนที่พุ่งตรงมาคว้าตัวอาจารย์อรชรหายเข้าไปในรอยแยกมิติที่กำลังฉีกขาดออกกว้างขึ้น! "ศรัณย์! ระวัง!" เสียงกรีดร้องของอาจารย์อรชรดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%