กลิ่นอับชื้นของปูนเก่าและสนิมเหล็กตีเข้าจมูกทันทีที่ศรัณย์ก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้ายลงสู่ลานโล่งใต้ถุนอาคารวิศวกรรมศาสตร์เก่า ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาขยับปรับกรอบแว่นสายตาอย่างเคยชิน ขณะที่ดวงตาคู่คมกวาดตามองความมืดสลัวเบื้องหน้า ซึ่งมีเพียงแสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ จากเสาต้นที่สามคอยส่องนำทาง
เสียงดังกุกกัก คล้ายเสียงเหล็กขูดขีดกับพื้นคอนกรีตดังลอดมาจากมุมอับหลังเสาเข็มต้นใหญ่ มันไม่ใช่เสียงที่ดังจนน่าตกใจ แต่เป็นจังหวะความถี่ต่ำสม่ำเสมอที่เจาะทะลุผ่านเพดานขึ้นไปรบกวนการนอนของนักศึกษาหอพักรวมที่อยู่เหนือขึ้นไปสามชั้นติดต่อกันมาเป็นเวลาสามคืนเต็มแล้ว
"ความถี่อยู่ที่ประมาณสิบสองเฮิรตซ์ค่ะ... ต่ำกว่าระดับที่มนุษย์ทั่วไปจะรับรู้ได้ด้วยซ้ำ แต่แรงสั่นสะเทือนระดับนี้เพียงพอที่จะกระตุ้นต่อมรับความรู้สึกใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ กระวนกระวาย และฝันร้ายติดต่อกันได้"
เสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความรู้รอบตัวของอาจารย์อรชรดังขึ้นเบาๆ ข้างกาย ร่างระหงในชุดเสื้อคลุมยาวสีเทาเข้มก้าวออกมาจากเงาสลัวอย่างไร้ซุ่มเสียง ปลายนิ้วเรียวของเธอบรรจงแตะลงบนพื้นคอนกรีตเพื่อสัมผัสคลื่นพลังงานที่ตกค้าง
ศรัณย์พยักหน้ารับอย่างใช้ความคิด เขาดึงสมุดบันทึกปกหนังสีดำคู่ใจออกจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ พร้อมกับปากกาหมึกซึมคู่กาย ตวัดปลายปากกาบันทึกตัวเลขลงไปอย่างรวดเร็ว สมองส่วนหน้ากำลังประมวลผลข้อมูลทางฟิสิกส์ควบคู่ไปกับศาสตร์แห่งพลังงานตกค้างที่ร่ำเรียนมา
"ถ้าเป็นคลื่นความถี่ต่ำที่เกิดจากธรรมชาติหรือโครงสร้างตึกทรุดตัว กราฟการสั่นสะเทือนจะต้องเป็นเส้นตรงสม่ำเสมอ แต่นี่... มีความแปร
ปรวนของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าอ่อนๆ ร่วมด้วย" ศรัณย์พึมพำกับตัวเอง ดวงตาสะท้อนประกายวิบวับอย่างใช้ไหวพริบ "พูดง่ายๆ ก็คือ มีบางสิ่งที่พยายามใช้คลื่นความถี่นี้เป็น 'สื่อกลาง' ในการส่งผ่านความโกรธแค้น หรืออาจจะ... กำลังเรียกหาใครบางคน"
"ถูกต้องค่ะ ศรัณย์" อาจารย์อรชรแย้มรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคู่นคมองลึกลงไปในความมืดเบื้องหน้า "และดูเหมือนว่าเป้าหมายของมัน จะไม่ใช่แค่นักศึกษาในหอพักเสียแล้วล่ะค่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น ลมเย็นยะเยือกสายหนึ่งก็พัดวนกวาดเอาฝุ่นละอองใต้ถุนอาคารให้ลอยฟุ้งกระจาย แสงไฟนีออนกะพริบถี่ขึ้นจนเกิดเสียงฮัมต่ำในลำคอ ก่อนจะดับวูบลงสนิท ทิ้งให้ทั้งบริเวณตกอยู่ในความมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านช่องระบายอากาศแคบๆ ลงมาสาดกระทบกับเงาร่างของใครบางคน—หรือบางสิ่ง—ที่กำลังขยับกายลุกขึ้นยืนช้าๆ จากกองเศษวัสดุก่อสร้าง
ศรัณย์ไม่แม้แต่จะถอยหลัง เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปลายเท้าก้าวออกไปด้านหน้าครึ่งก้าวเพื่อปกป้องอาจารย์สาวโดยสัญชาตญาณ แม้หัวใจจะเต้นระส่ำด้วยความตื่นตัว แต่แววตาของนักศึกษาฟิสิกส์หนุ่มกลับนิ่งสนิทและเต็มไปด้วยความรอบคอบ
"นั่นสินะครับ..." ศรัณย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานชัดเจนในความเงียบ "รบกวนเวลาพักผ่อนของคนอื่นมาสามคืนติดต่อกันแบบนี้ ไม่ใช่พฤติกรรมของวิญญาณที่หลงทางธรรมดาแน่ๆ คุณว่าไหมครับ... 'รุ่นพี่'?"
เงาร่างนั้นชะงักกึก เสียงเหล็กขูดพื้นหยุดลงทันix เสียงหัวใจที่เต้นรัวในอกของศรัณย์ดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความกดดันที่เพิ่มสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก ร่างโปร่งแสงในชุดกาวน์นักศึกษาเปื้อนคราบดินโคลนค่อยๆ หันกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าซีดเผือดและรอยยิ้มบิดเบี้ยวจนแทบฉีกถึงใบหู
ดวงตาสองข้างกลกลวงโบ๋ไร้แววตา แต่กลับมีหยดเลือดสีดำไหลรินออกมาไม่ขาดสาย มุมปากอ้ากว้างส่งเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งคู่โดยตรง
*"เจอตัว... แล้วนะ เด็กน้อยวิศวะ"*
ทันทีที่เสียงนั้นสิ้นสุดลง หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสขนาดเล็กที่ปรากฏขึ้นเฉพาะในสายตาของศรัณย์ก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังระรัวในหัว
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบพลังงานวิญญาณระดับอาฆาตตื่นตัวเต็มพิกัด]
[ภารกิจเร่งด่วน: ปลดปล่อยดวงวิญญาณวิศวกรปี 3 (คดีปริศนาปี 2558) ก่อนที่อาณาเขตลี้ลับจะปิดตาย]
[คำเตือน: ความเสียหายต่อจิตใจ 85% — หากไม่สามารถเคลียร์เงื่อนไขภายใน 3 นาที ท่านจะถูกดึงเข้าสู่มิติกระจกถาวร]
ศรัณย์กวาดตามองตัวเลขสีแดงกระพริบตรงหน้าอย่างรวดเร็ว สมองคำนวณความเสี่ยงและทางหนีทีไล่เสร็จสรรพในเสี้ยววินาที เขาหันไปสบตากับอาจารย์อรชรที่ยังคงยืนสงบนิ่งราวกับไอน้ำยามเช้า ทั้งคู่พยักหน้ารับกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ เพิ่มเติม
ทว่า ในจังหวะที่ศรัณย์กำลังจะก้าวเท้าเข้าไปเผชิญหน้ากับดวงวิญญาณอาฆาตเพื่อเริ่มกระบวนการเจรจาตามหลักการ มือเรียวเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งก็เอื้อมมาจากความมืดด้านหลัง... และแตะลงบนไหล่ขวาของเขาอย่างแผ่วเบา
"ระวังตัวด้วยนะคะ ศรัณย์..." เสียงกระซิบเยียบเย็นที่ดังชิดใบหู ไม่ใช่เสียงของอาจารย์อรชร และไม่ใช่เสียงของวิศวกรหนุ่มตรงหน้า
แต่มันคือเสียงของหญิงสาวอีกคนที่... ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่ในอาคารหลังนี้ตั้งแต่แรกแล้ว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในคดีลี้ลับครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ•ตอนที่ 5
เสียงกระซิบจากใต้ถุนอาคาร
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!