ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม•ตอนที่ 16

รอยยิ้มที่หายไป

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
เสียงกระดาษแผ่นบางที่ถูกปลายนิ้วกร้านงานสถาปัตย์กรีดผ่านอย่างเชื่องช้า ดังเสียดสีโสตประสาทท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานไร้แสงไฟ มีเพียงแสงจันทร์สีนวลยวงที่สาดส่องผ่านกระจกบานสูง ทาบทับลงบนร่างระหงของพิมพ์รตา สถาปนิกสาวผู้ซ่อนรอยแผลเป็นทางความรู้สึกไว้ภายใต้สูทเข้ารูปสีเข้ม เธอกำลังจ้องมองภาพร่างสเก็ตช์ถ่านเก่าๆ แผ่นหนึ่ง—ภาพโครงสร้างสะพานเหล็กเชื่อมโยงกับสวนลอยฟ้า ที่มุมกระดาษมีลายมือหวัดๆ ของใครบางคนเขียนกำกับไว้ด้วยหมึกซึมสีน้ำเงินเข้มว่า *“วิมานของเรา... ของคุณพิมพ์กับนายคินน์”* รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำ รอยยิ้มที่ไม่ได้แตะต้องความสุขแม้แต่น้อย หากแต่เต็มไปด้วยเศษซากความร้าวรานที่เธอเป็นคนกวาดมันลงหลุมฝังศพด้วยมือของตัวเอง “ตลกดีนะคะ... ความทรงจำเนี่ย” พิมพ์รตากล่าวกับความว่างเปล่า ขณะปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้รอยดินสอที่เลือนรางไปตามกาลเวลา ราวกับมันเป็นรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อน สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ห้องทำงานเย็นชาไร้หัวใจ แต่เป็นบ้านเช่าหลังเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกาแฟคั่วบดใหม่ๆ และเสียงหัวเราะ ในคืนที่ฝนตกกระหน่ำจนโครงสร้างเหล็กหลังคาแทบรับน้ำหนักไม่ไหว คินน์ในวัยที่ยังเป็นเพียงวิศวกรหนุ่มอนาคตไกลผู้สวมเสื้อเชิ้ตพับแขนและเปียกปอนไปด้วยหยาดฝน ได้พุ่งตัวเข้ามาโอบกอดเธอไว้แน่นท่ามกลางเศษซากแบบแปลนที่ปลิวว่อน *“ถ้าวันหนึ่งตึกที่เราออกแบบมันพังทลายลงมาจริงๆ พิมพ์... คุณจะยังเหลือผมอยู่ตรงนี้เสมอนะครับ จำไว้”* น้ำเสียงทุ้มนุ่มในวันนั้น ช่างห่างไกลจากคินน์ผู้เยือกเย็นและไร้หัวใจในวันนี้เสียเหลือเกิน เขากลายเป็นหินผาที่พร้อมจะบดขยี้ทุกความรู้สึกของเธอเพื่อความสำเร็จทางธุรกิจ และเธอก็กลายเป็นปีศาจสาวที่พร้อมจะเอาคืนทุกหยาดหยดเช่นกัน ทว่า ยิ่งเธอพยายามขุดหลุมฝังความทรงจำเหล่านั้นลึกเท่าไหร่ ภาพวันวานอันหอมหวานกลับยิ่งย้อนกลับมาหลอกหลอนชัดเจนขึ้นเท่านั้น ภาพวันที่คินน์นั่งยองๆ บรรจงติดวอลเปเปอร์ลายดอกไม้สีครีมด้วยมือของเขาเองบนผนังห้องนอน ภาพที่เขายื่นแก้วโกโก้อุ่นๆ ให้เธอดื่มในคืนที่เธอปั่นงานโต้รุ่งจนขอบตาดำคล้ำ หรือแม้แต่รอยยิ้มอบอุ่นที่มุมปากของเขา—รอยยิ้มที่เธอไม่เคยได้เห็นมันอีกเลยนับตั้งแต่วันที่ใบหย่าถูกเซ็นลงนาม พิมพ์รตาหลับตาลงช้าๆ หายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวของก้อนเนื้อในอกซ้าย เธอย้ำเตือนตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าผู้ชายคนนั้นคือคนที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี แต่ทำไม... หัวใจเจ้ากรรมถึงยังเจ็บแปลบทุกครั้งที่นึกถึงสัมผัสอุ่นซ่านในอดีตเหล่านั้น ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ทำลายความเงียบงันในห้วงภวังค์ คินน์ก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่รอให้เธออนุญาต ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทาเข้มดูทรงอำนาจและเยือกเย็นเช่นเคย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองรอบห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่กระดาษสเก็ตช์แผ่นเก่าในมือของอดีตภรรยา ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากของวิศวกรหนุ่ม บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความอึดอัดและแรงดึงดูดประหลาดที่ยากจะอธิบาย คินน์สาวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานของเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยแตะจมูก พิมพ์รตาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอแข็งกร้าวไร้ความเกรงกลัว ต่างจากหัวใจที่กำลังเต้นระรัวราวกับกลองเพล "ดึกมากแล้ว ทำไมยังไม่กลับ" คินน์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย แต่มันกลับสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างผิดสังเกตเมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นข้อความที่เขาเคยเขียนไว้บนกระดาษแผ่นนั้น "มันไม่ใช่กงการอะไรของคุณค่ะ, คุณคินน์" พิมพ์รตาตอบกลับด้วยน้ำเสียงคมกริบดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะต่างกันมากแต่แววตาของเธอกลับกดดันเขาให้ต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว "หรือว่าคุณกำลังคิดถึง 'วิมาน' ที่คุณเคยพังมันด้วยมือของคุณเองกันแน่คะ?" คินน์ชะงักไป ดวงตาคมกริบไหววูบชั่วขณะ ราวกับถูกศรปักเข้าที่กลางใจ เขาจำมันได้ดี... ทุกถ้อยคำ ทุกความฝัน และทุกความผิดพลาดที่เขาไม่มีวันแก้ไขมันได้อีกแล้ว "ผมแค่อยากมาบอกว่า..." คินน์เว้นวรรค กลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลแผ่นหนึ่งวางลงบนโต๊ะทำงานของเธอ "เอกสารอนุมัติโครงการที่คุณต้องการ... ผมเซ็นให้คุณหมดแล้ว" พิมพ์รตามองซองเอกสารนั้นสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของอดี สามี เธอแค่นยิ้มหยัน "คิดว่าใช้เศษกระดาษพวกนี้ แล้วจะล้างบาปที่คุณเคยทำไว้กับฉันได้งั้นเหรอคะ?" "ผมไม่ได้หวังจะล้างบาป..." คินน์ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน "ผมแค่อยากให้คุณรู้ว่า... ต่อให้ผมต้องสูญเสียทุกอย่างในชีวิตไปจริงๆ ผมก็ไม่เคยเสียใจที่ครั้งหนึ่งเราเคยสร้างมันด้วยกัน... แม้ว่าในตอนท้าย ผมจะเป็นคนทำลายมันพังคามือก็ตามที" คำสารภาพที่ไร้ซึ่งข้อแก้ตัวนั้น บีบคั้นหัวใจของพิมพ์รตาจนแทบแหลกสลาย เธอเม้มปากแน่นจนห้ามน้ำตาไม่ให้คลอหน่วยไม่ได้ แต่นัยน์ตากลับยังคงแข็งกร้าวไม่อ่อนข้อให้ "แต่ฉันเสียใจค่ะ..." พิมพ์รตาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสبตรงกับเขาอย่างไร้ความปราณี "ฉันเสียใจที่สุด... ที่เคยรักผู้ชายอย่างคุณ" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ด้วยความเจ็บปวดที่ตกตะกอนมานานหลายปี คินน์จ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่เขายังคงรักสุดหัวใจแต่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอื้อมมือไปแตะต้อง เขากำหมัดแน่นข้างลำตัวด้วยความรู้สึกผิดที่กัดกินวิญญาณ ทว่า ในวินาทีที่ความดราม่ากำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของคินน์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอเรืองแสงสว่างวาบพร้อมข้อความแจ้งเตือนจากกล้องวงจรปิดหน้าคอนโดมิเนียมหรูของเขาเอง คินน์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อกดปิดเสียง แต่ภาพเคลื่อนไหวสดจากหน้าจอของกล้องวงจรปิดกลับทำให้ลมหายใจของวิศวกรหนุ่มสะดุดกึก ร่างกายทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน บนหน้าจอนั้น ปรากฏร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยประมาณสี่ขวบคนหนึ่งกำลังยืนเกาะชายเสื้อของพี่เลี้ยงอยู่หน้าประตูห้องของเขา ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่สะท้อนผ่านแสงไฟ พิมพ์รตาหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ในมืออดีสามี เลือดในกายเธอบาดลึกจนเย็นเฉียบ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เด็กชายคนนั้น... มีใบหน้าถอดแบบมาจากคินน์ราวกับพิมพ์เดียวกัน... และที่สำคัญที่สุด เด็กคนนั้นเรียกชื่อผู้หญิงคนหนึ่งว่า *“คุณแม่”* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดราม่านี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%