แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทบนโต๊ะประชุมกระจกใสสะท้อนเงาใบหน้าเรียบนิ่งของพิมพ์รตา ราวกับกระจกเงาบานนั้นกำลังเยาะเย้ยความเปราะบางที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้สูทตัดเข้ารูปสีเทาเข้ม ปลายเล็บที่เคลือบด้วยสีนู้ดเรียบหรูจิกเข้าหากันแน่นจนเนื้อเล็บเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด ขณะที่ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองข้อความในกระดาษแผ่นสุดท้ายด้วยหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองเพล
“คุณจะเซ็น หรือจะปล่อยให้โปรเจกต์มูลค่าพันล้านนี้พังคามือคุณเอง... พิมพ์รตา”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากปลายโต๊ะ น้ำเสียงนั้นราบเรียบและเต็มไปด้วยความถือดีตามแบบฉบับของวิศวกรโครงสร้างผู้ยึดมั่นในตรรกะและตัวเลข คินน์นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ แต่ออร่ารอบตัวเขากลับแผ่ไอเย็นเยียบออกมาจนบรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบราวกับป่าช้า ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยแนบชิดและกระซิบคำหวานในอดีต บัดนี้กลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เหลือเพียงความเยือกเย็นของคู่แข่งทางธุรกิจที่พร้อมจะเหยียบย่ำคู่ต่อสู้ให้จมดิน
พิมพ์รตาเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามี ชั่วขณะหนึ่ง ความทรงจำอันเจ็บปวดเมื่อหลายปีก่อนก็ไหลย้อนกลับมาทุบตีหน้าอกเธออย่างรุนแรง ภาพวันที่เธอถูกผลไสให้ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย ภาพที่เขาเลือกความสำเร็จทางวิศวกรรมเหนือหัวใจของภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ และภาพความพินาศที่เกือบทำลายชีวิตเธอทั้งเป็น
แต่ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนี้ในวันนี้... ไม่ใช่พิมพ์รตาคนเดิมที่เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายในอดีตอีกต่อไปแล้วค่ะ
“คุณกำลังใช้ความได้เปรียบเรื่องโครงสร้างฐานรากมาบีบบังคับฉันให้ยอมรับเงื่อนไขบ้าๆ นี่ คินน์” พิมพ์รตากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เธอยันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดันเขากลับ “คุณคิดจริงๆ เหรอว่าสถาปนิกอย่างฉัน จะยอมเอาชื่อเสียงสามปีที่สร้างมาแลกกับการเซ็นสัญญาขายวิญญาณให้คุณ?”
คินน์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวย เขาขยับตัวเข้าหาโต๊ะเล็กน้อย ราวกับเสือดาวที่กำลังสนุกสนานกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม
“ชื่อเสียงเหรอ? หรือว่าคุณกลัวว่าความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้แบบแปลนตึกนี้จะถูกเปิดเผยกันแน่” คินน์จงใจเน้นเสียงต่ำ “แบบแปลนที่คุณยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่ง... ขโมยผลงานของคนอื่น เพื่อให้ได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดในวงการสถาปนิก”
คำพูดนั้นพุ่งเป้าเข้ามากลางใจราวกับลูกศิษย์อาบยาพิษ พิมพ์รตากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ชั่ววินาทีนั้น สงครามประสาทภายในใจของเธอกำลังโหมกระหน่ำดั่งพายุใต้ฝุ่น สองทางเลือกวางอยู่ตรงหน้า—ทางแรกคือการปกป้อง "งานชิ้นเอก" และเกียรติยศที่เธอแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา เพื่อไม่ให้มันตกไปอยู่ในมือของบริษัทคู่แข่ง และทางที่สอง... คือการเปิดฉากแก้แค้นตลบหลังเขาให้เจ็บแสบชนิดที่ต่อให้คินน์มีอำนาจล้นฟ้าก็ไม่มีวันลืม
ความแค้นที่สุมอกมานานนับปีบอกให้เธอเลือกทางที่สอง แต่สัญชาตญาณของการเป็นนักสู้มืออาชีพกลับกรีดร้องให้เธอรักษาผลงานชิ้นนี้ไว้ก่อน
ดวงตากลมโตไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวราวกับน้ำแข็งขั้วโลก พิมพ์รตาสูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากบางเฉียบคลี่ยิ้มเยาะหยันที่งดงามแต่หยาดเยิ้มไปด้วยพิษสง
“คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะ คินน์...” เธอเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบ “ฉันไม่ได้กลัวว่าความจริงจะถูกเปิดเผย... แต่ฉันกำลังคิดว่า ระหว่างการทำให้โปรเจกต์นี้พังคามือคุณ กับการปล่อยให้คุณหลงระเริงไปกับชัยชนะจอมปลอมนี้ อะไรมันจะน่าสนุกกว่ากันแน่”
คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบของเขาฉายแววระแวงระวังขึ้นมาวูบหนึ่ง เมื่อเห็นรอยยิ้มที่อ่านไม่ออกบนใบหน้าของอดีภรรยา รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีแต่ความดุดันและเด็ดเดี่ยวที่เปลี่ยนเธอให้กลายเป็นผู้หญิงอันตรายที่สุดเท่าที่เขาเคยรู้จัก
ก่อนที่บรรยากาศในห้องประชุมจะตึงเครียดไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน สติของทั้งคู่ถูกดึงกลับมา
ประตูกระจกบานใหญ่เปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับร่างของเลขาหนุ่มที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือถือแฟลชไดรฟ์สีเงินยวงยื่นมาตรงหน้าพิมพ์รตาอย่างเร่งรีบ
“คุณพิมพ์ครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ มีคนส่งคลิปวิดีโอการจำลองความล้มเหลวของโครงสร้างตึกหลัก ไปให้ทางคณะกรรมการควบคุมอาคารแล้วครับ!”
พิมพ์รตาหันขวับไปมองหน้าคินน์ทันที ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนสงสัย เพราะคลิปจำลองนั้นเป็นข้อมูลลับสุดยอดที่ถูกเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว ซึ่งมีเพียงแค่เธอ... และคนไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้าถึงได้
คินน์เองก็ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สีหน้าเคร่งขรึมลงถนัดตาเมื่อตระหนักว่าสถานการณ์ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของเขาอีกต่อไปแล้ว
ในจังหวะที่ความโกลาหลกำลังก่อตัวขึ้นที่หน้าประตูห้องประชุม เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงธรณีประตู พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของผู้มาใหม่ที่ทำให้เลือดในกายของพิมพ์รตาและคินน์เย็นเฉียบลงพร้อมๆ กัน
“ขอโทษที่รบกวนเวลาประชุมนะครับ... แต่ดูเหมือนว่าพวกคุณสองคน จะหลงลืมเอกสารสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งไปเสียสนิท”
ร่างสูงสง่าของชายแปลกหน้าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาอย่างเยือกเย็น ในมือของเขามีซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะที่ประทับตราลับเฉพาะของกระทรวงโยธาธิการ และสิ่งที่ทำให้คินน์ถึงกับหน้าถอดสี ก็คือเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ ห้าขวบที่เดินตามหลังชายคนนั้นเข้ามาด้วยดวงตากลมโตคู่สวย... ดวงตาที่ถอดแบบมาจากพิมพ์รตาและคินน์อย่างไร้ที่ติ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดราม่านี้ด้วยกันนะคะ
ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม•ตอนที่ 14
เผชิญหน้ากับความจริง
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!