เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาปึึกบนโต๊ะประชุมกระจกนิรภัยชั้นสี่สิบห้าดังสนั่น ราวกับเสียงประกาศิตแห่งความตายที่ถูกเคาะลงกลางวงล้อมของความเงียบงัน
พิมพ์รตาไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอนั่งไขว่ห้างหลังเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท แผ่นหลังตั้งตรงดิ่งราวก้านกุหลาบหนามแหลมที่พร้อมจะทิ่มแทงทุกสายตาที่บังอาจมองมาด้วยความดูแคลน รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเธอนั้นเย็นเยียบ ยิ่งกว่าเครื่องปรับอากาศที่กำลังเร่งความเย็นจนติดลบในห้องประชุมใหญ่ของโครงการ ‘Aethelgard’ โครงการระดับเมกะโปรเจกต์ที่เธอและเขาต้องร่วมหัวจมท้าย—หรือฆ่าฟันกันให้ตายไปข้างหนึ่ง
“อธิบายมาสิคะ คุณคินน์” น้ำเสียงหวานใสแต่บาดลึกราวน้ำกรดราดรดลงบนแผลสดดังขึ้น “ว่าทำไมแบบแปลนโครงสร้างคานรับน้ำหนักในโซน C ถึงได้มีค่าความคลาดเคลื่อนเกินกว่ามาตรฐานความปลอดภัยไปถึงสิบหเปอร์เซ็นต์ ทั้งที่ในฐานะวิศวกรควบคุม คุณเป็นคนเซ็นอนุมัติด้วยลายมือตัวเองแท้ๆ”
คินน์ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหินอ่อน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีชาโคลไร้ที่ติชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมก్రిบภายใต้กรอบหน้าเรียบนิ่งไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเยືือกเย็นและไร้ความรู้สึกตามแบบฉบับของเขา สันจมูกโด่งเป็นสันคมและกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน บ่งบอกถึงคลื่นอารมณ์ที่กำลังซัดสาดอยู่ภายใน
เขากวาดสายตามองหน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่ ที่ซึ่งเส้นสายลายเส้นสถาปัตยกรรมของพิมพ์รตาถูกซ้อนทับด้วยตัวเลขคำนวณทางวิศวกรรมสีแดงฉาน ตัวเลขเหล่านั้นฟ้องชัดเจนว่า หากตึกนี้ถูกสร้างขึ้นตามแบบที่ถูก "แก้ไข" ลับหลังนี้ มันจะกลายเป็นสุสานขนาดใหญ่ทันทีที่แผ่นดินไหวเพียงเล็กน้อย
“ผมไม่ได้เป็นคนแก้ตัวเลขนั้น” คินน์เอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำของเขาแหบพร่าเล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยความมั่นคงที่น่าหมั่นไส้ “แบบแปลนที่ผมเซ็นอนุมัติเมื่อสามวันก่อน ไม่มีข้อบกพร่องนี้ พิมพ์... คุณก็รู้ว่าผมไม่มีวันปล่อยให้งานโครงสร้างมีความเสี่ยงเรื่องชีวิตคน”
“อ๋อเหรอคะ?” พิมพ์รตาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยาะหยันอย่างไร้ความปราณี เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกทั้งสองข้างวางทับบนโต๊ะ ประสานมือเข้าหากันอย่างผู้กุมความได้เปรียบ “ถ้าไม่ใช่คุณ แล้วจะเป็นใครล่ะคะ? ในเมื่อรหัสผ่านในการเข้าถึงระบบอนุมัติขั้นสุดท้าย มีแค่คุณกับฉัน... และคุณก็เป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์ขาดในการปรับแก้โครงสร้างทางวิศวกรรมโดยไม่ต้องผ่านที่ประชุมคณะกรรมการ”
บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เหล่าคณะกรรมการและวิศวกรอาวุโสต่างก้มหน้ามองตัก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทุกคนต่างรู้ดีถึงประวัติศาสตร์อันร้าวรานระหว่างอดีตสามีภรรยาคู่นี้ การหย่าร้างที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความเกลียดชังเมื่อสองปีก่อน ไม่เคยจางหายไปไหน มันเพียงแค่เปลี่ยนสนามรบจากห้องนอนมาเป็นห้องประชุมมูลค่าหมื่นล้านเท่านั้น
คินน์ก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะประชุม มือหนาทั้งสองข้างทาบลงบนขอบกระจกใสโน้มตัวลงเผชิญหน้ากับเธอ ระยะห่างระหว่างกันสั้นลงจนได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขา กลิ่นที่เคยทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย... แต่ตอนนี้มันกลับน่าสะอิดสะเอียน
“คุณกำลังสงสัยว่าผมตั้งใจจะพังโครงการนี้ เพื่อทำลายบริษัทของคุณ... หรือเพื่อทำลายตัวผมเองกันแน่ พิมพ์รตา” คินน์กระซิบเสียงต่ำ รatนไอร้อนจากลมหายใจของเขาปะทะเข้ากับแก้มเนียน แต่เธอไม่ถอยหลังแม้แต่นิ้วเดียว
“ฉันไม่สนใจหว่าคุณจะมีเจตนาชั่วร้ายอะไรซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าปั้นปึ่งนั่นหรอกนะคะ คินน์” พิมพ์รตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น แววตาของเธอแข็งกร้าวและว่างเปล่า “สิ่งที่ฉันสนใจคือ ความผิดพลาดนี้ทำให้ความน่าเชื่อถือของบริษัทฉันป่นปี้ และถ้าพรุ่งนี้ข่าวนี้หลุดไปถึงมือนักข่าว... โปรเจกต์ที่คุณทุ่มเทนักหนา ก็จะกลายเป็นเศษอิฐเศษปูนทันที”
“ผมจะหาตัวคนทำ” คินน์เอ่ยสัญญารอดไรฟัน กรามของเขาขบแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน “ให้เวลาผมสี่สิบแปดชั่วโมง พิมพ์... ผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่ามีคนจงใจสอดมือเข้ามาแทรกแซงระบบของเรา”
“หมดเวลาของคุณไปนานแล้วค่ะ ตั้งแต่วันที่เราเซ็นใบหย่า” พิมพ์รตาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดเดรสเข้ารูปสีแดงเพลิงขับเน้นรูปร่างระหงให้ดูทรงอำนาจและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน เธอยกเอกสารในมือขึ้นสะบัดเบาๆ ก่อนจะโยนมันลงตรงหน้าเขาอีกครั้ง “จำเลยอย่างคุณไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งสิ้น นอกจากรอรับทัณฑ์บนจากฉัน... เตรียมตัวรับจดหมายยกเลิกสัญญาและฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากทีมกฎหมายของฉันได้เลยค่ะ”
พูดจบ พิมพ์รตาก็หมุนตัวเดินเชิดหน้าออกไปจากห้องประชุมด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคง ทิ้งให้คินน์ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางเศษซากความพัง
เขายืนมองแผ่นหลังที่เคยเป็นโลกทั้งใบของตนเองเดินลับตาไป ความรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกด้านซ้ายแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องยกมือขึ้นกุมไว้ แต่ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความจริงที่ว่า... หากเขาหาหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ไม่ได้ เขาจะไม่เพียงแค่สูญเสียโปรเจกต์นี้ แต่เขาจะสูญเสียโอกาสสุดท้ายในการไถ่บาปผู้หญิงคนนั้นไปตลอดกาล
คินน์หันกลับมามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงค้างภาพแบบแปลนเจ้าปัญหา นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มกดแป้นพิมพ์รัวเร็วเพื่อเจาะเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลแบ็คอัพเชิงลึก ข้อมูลดิบ (Raw Data) และประวัติการเข้าสู่ระบบ (Access Log) เป็นสิ่งเดียวที่จะกอบกู้สถานการณ์นี้ได้
หน้าจอแสดงผลโค้ดรหัสและบันทึกเวลาเป็นพรืด...
*02:14 น. – เข้าสู่ระบบจาก IP Address ภายในอาคาร*
*02:15 น. – ทำการแก้ไขค่าโครงสร้างโซน C*
*02:16 น. – ออกจากระบบ*
คินน์ขมวดคิ้วแน่น เขากดคลิกเข้าไปดูภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลังบริเวณหน้าห้องเซิร์ฟเวอร์ชั้นสิบห้าในช่วงเวลาดังกล่าว ภาพจากกล้องวงจรปิดความคมชัดสูงค่อยๆ โหลดขึ้นมาบนจอ...
ร่างระหงในชุดคลุมสีเข้มก้าวออกมาจากห้องเซิร์ฟเวอร์ ใบหน้าด้านข้างที่สะท้อนจากแสงไฟฉุกเฉินทำให้ลมหายใจของคินน์สะดุดกึก หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ไม่ใช่คนอื่น... แต่เป็น **"คนใกล้ตัว"** ที่สุดของพิมพ์รตาเองที่ถือแฟลชไดรฟ์เดินออกจากห้องควบคุมระบบในคืนนั้น!
ก่อนที่คินน์จะได้กดขยายภาพใบหน้านั้นให้ชัดเจน เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลก แต่ข้อความนั้นทำให้สติของเขาขาดผึ่งลงทันที—
*[ถ้าไม่อยากให้ลูกชายตัวน้อยของคุณที่อยู่โรงเรียนอนุบาล... ต้องมารับเคราะห์แทนความผิดที่คุณไม่ได้ทำ พรุ่งนี้เช้า ถอนตัวจากโปรเจกต์นี้ซะ!]*
พร้อมกันนั้น... ภาพถ่ายแนบไฟล์ที่เป็นรูปเด็กชายวัยสี่ขวบกำลังนั่งระบายสีอยู่ในห้องเรียน โดยมีรอยยิ้มสดใสถอดแบบมาจากพิมพ์รตาไม่ผิดเพี้ยน ก็ปรากฏขึ้นหราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ของเขา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดราม่านี้ด้วยกันนะคะ
ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม•ตอนที่ 13
รอยร้าวในโครงสร้าง
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!