ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าของห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ทำให้พิมพ์รตาละสายตาจากแปลนงานสามมิติบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เลยแม้แต่น้อย สถาปนิกสาวเพียงแค่ยกมือขึ้นส่งสัญญาณอนุญาตโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ปลายเรียวเล็บที่เคลือบด้วยสีนู้ดเรียบหรูยังคงลากเส้นตารางโครงสร้างในโปรแกรมออกแบบด้วยความแม่นยำดุจหุ่นยนต์ไร้หัวใจ ทว่าท่วงท่านั้นกลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตรายของผู้หญิงที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกเกมการแข่งขัน
ประตูเปิดออก พร้อมกับร่างสูงสมส่วนของธน
วิศวกรอาวุโสฝีมือฉกาจผู้กุมหัวใจสำคัญของโปรเจกต์ใหญ่ระดับพันล้านก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"คุณพิมพ์... ทางนั้นเริ่มเคลื่อนไหวแล้วนะครับ" ธนเอ่ยด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง แม้จะร่วมงานกันมานาน แต่เขาก็ยังหวั่นเกรงรัศมีเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวผู้หญิงคนนี้เสมอ
พิมพ์รตาวางเมาส์ลงในที่สุด ดวงตาคู่คมที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นสายตากรอบบางช้อนขึ้นมองผู้ช่วยคนสนิท รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา และมันช่างคล้ายกับรอยยิ้มของฆาตกรที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้าสู่ลานประหาร
"รู้แล้วค่ะ... ฉันถึงได้บอกให้คุณรอจังหวะนี้ไงคะ, ธน" พิมพ์รตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับเย็นเยียบจนคนฟังต้องลอบกลืนน้ำลาย "ข้อเสนอที่เราเตรียมไว้ให้ทีมงานระดับหัวกะทิฝ่ายโครงสร้างฝั่งนั้น... จัดการส่งมอบไปถึงมือพวกเขากันหรือยังคะ?"
"เรียบร้อยครับ ทุกคนได้รับข้อเสนอและสวัสดิการที่สูงกว่าเดิมสามเท่า พร้อมสัญญาจ้างที่รัดกุมไม่มีช่องโหว่... แต่พิมพ์ครับ ถ้าเราดึงตัววิศวกรโครงสร้างมือหนึ่งของคินน์มาได้ถึงสี่คนในคราวเดียว แบบนั้นเท่ากับเราประกาศสงครามแบบเปิดเผยเลยนะครับ คินน์เขาไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไปแน่" ธนเตือนด้วยความหวังดี
พิมพ์รตาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าแต่น่าขนลุก เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูทสีเทาเข้มเข้ารูปขับเน้นสัดส่วนและทรวดทรงให้ดูทรงอำนาจและน่าเกรงขาม เธอก้าวเท้าเดินช้าๆ ไปยังกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครเบื้องล่าง แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าสะท้อนเงาใบหน้าเรียวเฉี่ยวที่ผ่านเรื่องราวเจ็บปวดมานับไม่ถ้วน
"ประกาศสงครามเหรอคะ? หึ... คุณพูดผิดแล้วค่ะ ธน" พิมพ์รตาหันกลับมาสบตาผู้ช่วยหนุ่ม แววตาวาววับด้วยเพลิงแค้นที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความสุขุม "ฉันไม่ได้ประกาศสงครามค่ะ... ฉันกำลังทวงคืนสิ่งที่มันสมควรเป็นของฉันตั้งแต่แรกต่างหากล่ะคะ"
ภาพเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนผุดขึ้นมาในหัวราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน วันที่เธอยืนอยู่บนซากปรักหักพังของชีวิตแต่งงาน วันที่คินน์ผู้เป็นสามีและวิศวกรอัจฉริยะในคราบเทพบุตร หันหลังให้เธออย่างไร้เยื่อใยเพียงเพราะความทะเยอทะยานและข้อครหาทางธุรกิจ วันที่เธอกอดท้องป่องๆ ของตัวเองร้องไห้อย่างโดดเดี่ยวในห้องพักแคบๆ ขณะที่เขาเดินควงแขนอยู่กับความสำเร็จบนจุดสูงสุดของชีวิต
ความเจ็บปวดในวันนั้น ถูกหลอมรวม หล่อหลอม และเจียระไนจนกลายเป็นเพชรเม็ดงามที่คมกริบ พร้อมจะกรีดเฉือนหัวใจคนที่เคยทำลายเธอให้แหลقคามือ
ในขณะเดียวกัน ที่ตึกสำนักงานใหญ่อีกฟากฝั่งของเมือง บรรยากาศภายในห้องทำงานของคินน์กลับหนาแน่นไปด้วยความกดดันจนแทบหายใจไม่ออก วิศวกรหนุ่มอนาคตไกลผู้ไม่เคยเกรงกลัวอุปสรรคใดๆ ในชีวิต กำลังยืนแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะทำงาน ร่างสูงใหญ่สั่นเทาเล็กน้อยอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน สายตาคู่คมจดจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ—หน้าจอที่ยังคงแสดงภาพถ่ายของเด็กชายตัวน้อยแก้มป่อง ดวงตากลมโตสุกใส และรอยยิ้มที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจก
*...น้องแทนคุณ ลูกชายวัยสามขวบของพิมพ์รตา...*
ข้อความแชทจากสายสืบที่แนบมาพร้อมกับใบสูติบัตรและผลตรวจสุขภาพยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือด พุ่งเข้ากระแทกกลางใจคินน์ราวกับค้อนปอนด์ยักษ์ ลมหายใจของเขาติดขัด สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก ความจริงที่ถูกปิดบังไว้พรั่งพรูเข้ามาในหัว ประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดในอดีตได้ทันที วันที่เธอหายตัวไป วันที่เธอปฏิเสธความช่วยเหลือทุกอย่างจากเขา และวันที่เธอกลับมาพร้อมกับคราบน้ำตาที่ถูกแทนที่ด้วยความเยקטยหยิ่ง
เด็กคนนั้น... คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง!
"คุณคินน์ครับ! แย่แล้วครับ!" เสียงเปิดประตูพรวดเข้ามาพร้อมกับเลขานุการหนุ่มที่หน้าตาตื่นตระหนก "วิศวกรโครงสร้างอาวุโสของเราสี่คน... ยื่นใบลาออกพร้อมกันหมดเลยครับ! แถม... แถมพวกเขายังบอกว่าจะย้ายไปสังกัดบริษัทสถาปัตยกรรมคู่แข่งอย่าง 'Aethel Studio' ของคุณพิมพ์รตาด้วยครับ!"
คินน์ยังคงนิ่งค้าง ราวกับไม่ได้ยินคำรายงานของลูกน้อง สมองของเขารenounce ทุกสิ่งรอบตัว เสียงของเลขานุการดังอื้ออึงอยู่ในหู ทว่าในใจกลับมีเพียงภาพใบหน้าของเด็กชายในโทรศัพท์และแววตาดุดั่งน้ำแข็งของพิมพ์รตาซ้อนทับกันไปมา
เธอไม่ได้แค่แย่งชิงโปรเจกต์... เธอกำลังแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา และที่สำคัญที่สุด... เธอกำลังซ่อนลูกชายของเขาเอาไว้จากอ้อมอกของพ่อแท้ๆ
คินน์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความตกใจ ความรู้สึกผิดบาป และแรงพะว้าพะวังที่ระเบิดออกจนกลายเป็นความคลุ้มคลั่ง วิศวกรหนุ่มกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ
เกมนี้... ไม่ใช่แค่เกมธุรกิจอีกต่อไปแล้ว
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของคินน์ก็แผדเสียงริงโทนดังขึ้นทำลายความเงียบงัน หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าแบบไม่ระบุชื่อ ทว่าคินน์กลับรู้สัญชาตญาณทันทีว่าปลายสายคือใคร ร่างสูงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ก่อนจะกดรับและแนบหูโดยไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ
*"เกมเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเองนะคะ, คุณคินน์..."* เสียงหวานทุ้งอันเป็นเอกลักษณ์ของพิมพ์รตาดังสอดแทรกผ่านลำโพงด้วยความราบเรียบ เย็นชา และเย้ยหยัน *"หวังว่าคุณจะชอบของขวัญต้อนรับการกลับมาของฉัน... อ้อ แล้วก็ระวังตัวไว้ให้ดีนะคะ เพราะสิ่งที่ฉันจะเอาคืนจากคุณต่อจากนี้... มันจะเจ็บปวดมากกว่าการสูญเสียบริษัทไปหลายร้อยเท่าเลยล่ะค่ะ"*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางผ่านความเจ็บปวดนี้ไปด้วยกันนะคะ
ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม•ตอนที่ 4
กลยุทธ์การหักเหลี่ยม
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!