ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม•ตอนที่ 3

รอยร้าวใต้ผืนทราย

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กลิ่นอายความอับชื้นของฝนที่เพิ่งซาลงในคืนนั้น ยังคงติดตรึงอยู่ในโสตประสาทของพิมพ์รตา ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เองค่ะ รอยร้าวบนแผ่นปูนเปลือยตรงหน้า สะท้อนเงาของเธอในกระจกเงาบานใหญ่ แววตาคู่คมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความหวังและหยาดน้ำตาในอดีต บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง ไร้ซึ่งความปราณีและพร้อมที่จะเหยียบย่ำทุกสิ่งที่เคยทำลายเธอให้แหลกคาเท้า ห้าปีที่แล้ว... ณ ไซต์งานก่อสร้างริมแม่น้ำที่ฝุ่นตลบอบอวลและเสียงเครื่องจักรคำรามก้อง คืนที่ความจริงอันแสนโสโครกถูกเปิดเผยอย่างไร้ความปราณี "พิมพ์... คุณไม่เข้าใจโครงสร้างตรงนี้ มันเป็นเรื่องของความปลอดภัยทางวิศวกรรม" น้ำเสียงทุ้มต่ำของคินน์ในวันนั้น ช่างราบเรียบและไร้หัวใจเสียจนเธอนึกอยากจะกรีดร้องออกมาให้ดังที่สุด "ความปลอดภัยของใครคะคินน์? ของโครงสร้างตึก หรือว่า... ของผู้หญิงคนนั้น!" พิมพ์รตากรีดเสียงถาม ท้องฟ้ามืดครึ้มในคืนนั้นกำลังจะปล่อยหยาดฝนลงมา แต่หัวใจของเธอกลับเปียกปอนและแหลกสลายไปก่อนหน้านั้นแล้ว ร่างเพรียวบางในชุดเซฟตี้ไซส์ใหญ่โคร่งสั่นเทาด้วยความโกรธและแรงอารมณ์ที่พรั่งพรู เธอตั้งครรภ์ได้สามเดือน... ช่วงเวลาที่ควรจะได้รับความรักและการดูแลจากสามีผู้เป็นที่รัก แต่วินาทีนั้น สิ่งที่เธอได้รับกลับมีเพียงความเงียบงันและการหลบสายตา คินน์ยืนกอดอก ใบหน้าคมคายภายใต้หมวกนิรภัยสีเหลืองเรียบสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ออก เขามองเธอนิ่งนาน ราวกับเธอกำลังเป็นเพียงแค่นักศึกษาฝึกงานที่ทำแบบแปลนผิดพลาด ไม่ใช่ภรรยาที่กำลังอุ้มท้องทายาทของเขาอยู่ "อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับงานเลยพิมพ์ คุณเป็นสถาปนิก คุณควรใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์" คำพูดประโยคนั้น... มีค่าดั่งคมมีดที่กรีดลงบนกลางใจของพิมพ์รตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหตุผลหรือ? ตรรกะของวิศวกรอย่างเขา ไม่เคยมีพื้นที่ให้ความรู้สึกของมนุษย์อยู่แล้ว ตั้งแต่ไหนแต่ไร พิมพ์รตาเป็นเพียงแค่องค์ประกอบส่วนเกินในสมการชีวิตของเขา เป็นตัวแปรที่คำนวณพลาดไปและจำเป็นต้องถูกตัดทิ้งเพื่อความสมบูรณ์แบบของโปรเจกต์ใหญ่ ในคืนนั้นเอง... ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำซัดลงมาอย่างไร้ความปราณี พิมพ์รตาตัดสินใจก้าวเดินออกมาจากชีวิตของเขา พร้อมกับรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ในช่องท้องจากการผ่าตัดฉุกเฉิน และหัวใจที่ด้านชาจนไม่เหลือเค้าเดิม กลับมาสู่ปัจจุบัน... เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานหรูหราใจกลางเมืองดังขึ้นเบาๆ ดึงพิมพ์รตาหลุดจากภวังค์แห่งความทรงจำอันมืดมน เธอกะพริบตาไล่ภาพอดีตออกไป ลมหายใจเข้าลึกถูกผ่อนออกมาอย่างช้าๆ เพื่อเรียกสติและอำนาจกลับคืนสู่มือ "เข้ามาค่ะ" เสียงหวานทุ้มกังวานเอ่ยอนุญาต ร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาในห้องทำงานของเธอ แผ่นหลังกว้างและไหล่หนานั้นยังคงคุ้นตา แม้เวลาจะผ่านไปนานหลายปี แววตาคมกริบใต้กรอบหน้าเรียบนิ่งคู่นั้นกวาดมองห้องทำงานของสถาปนิกสาวที่กลายมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญในโปรเจกต์พันล้าน คินน์หยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นกายคุ้นเคยที่เธอเคยเกลียดชังและโหยหาในเวลาเดียวกันลอยมาแตะจมูก "แบบแปลนที่คุณเสนอมา มีจุดบกพร่องเรื่องการรับน้ำหนักในโซนทิศใต้" คินน์เปิดฉากพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้รอยต่อของความคุ้นเคยในอดีต ราวกับพวกเขาเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าที่ต้องร่วมงานกัน พิมพ์รตานั่งไขว่ห้าง รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด เธอมองหน้าอดีสามีด้วยสายตาที่คมกริบดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "จุดบกพร่องเหรอคะคุณคินน์? หรือว่า... มันเป็นความกลัวของคุณกันแน่ ที่กลัวว่าผลงานของสถาปนิกผู้หญิงคนนี้ จะเหนือกว่าวิศวกรผู้ไร้ที่ติอย่างคุณ" คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบวูบไหวราวกับผิวน้ำถูกโยนก้อนหินลงไป แต่เพียงเสี้ยววินาทีเดียว เขาก็กลับมาเก็บอาการได้อย่างแนบเนียน ร่างสูงโน้มตัวลงเล็กน้อย มือหนาวางลงบนขอบโต๊ะทำงานของเธอเพื่อกดดัน "อย่ามั่นใจให้มากนักเลยพิมพ์รตา ของบางอย่าง... ถ้าโครงสร้างมันร้าวตั้งแต่รากฐาน ต่อให้คุณตกแต่งให้สวยงามแค่ไหน มันก็พังลงมาอยู่ดี" พิมพ์รตาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและแรงอาฆาต เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เพื่อเผชิญหน้ากับเขาในระยะประชิด ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "คุณพูดถูกค่ะคินน์... บางอย่างถ้าร้าวตั้งแต่รากฐาน ก็ไม่ควรค่าแก่การซ่อมแซมอีกต่อไป สิ่งเดียวที่ทำได้... คือรื้อทิ้ง แล้วสร้างใหม่บนซากปรักหักพังของคุณต่างหากล่ะคะ" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที แรงปะทะระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเสียจนราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตอยู่ในอากาศ คินน์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาจ้องมองอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย ทั้งโกรธ หวาดหวั่น และ... รู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจมาตลอดห้าปี ทว่า... ในจังหวะที่เกมการเชือดเฉือนกำลังดุเดือดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของพิมพ์รตาก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ หน้าจอแสดงผลข้อความแจ้งเตือนจากกล้องวงจรปิดที่หน้าห้องพักส่วนตัวของเธอ พร้อมกับภาพเคลื่อนไหวของเด็กชายวัยสี่ขวบคนหนึ่งกำลังวิ่งซนถือลูกโป่งสีฟ้า โดยมีพี่เลี้ยงสาววิ่งไล่ตามอยู่ไม่ห่าง และเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต และรอยยิ้มที่ถอดแบบพิมพ์มาอย่างไร้ที่ติ ก็ปรากฏเด่นหราอยู่บนหน้าจอ คินน์ที่ยืนอยู่ใกล้พอจะก้มลงมองเห็นหน้าจอโทรศัพท์นั้นได้อย่างชัดเจน ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ลมหายใจของวิศวกรหนุ่มสะดุดกกคอ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อตระหนักได้ว่าเด็กชายหน้าตาเหมือนเขาราวกับแกะคนนั้น คือใครกันแน่... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความเข้มข้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%