กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความเงียบงันในห้องประชุมไร้หน้าต่าง ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก พิมพ์รตากวาดสายตามองเอกสารแปลนโครงสร้างบนโต๊ะทำงานด้วยความนิ่งสนิท ปลายนิ้วเรียวยาวภายใต้เสื้อสูทสีเทาเข้มเคาะลงบนแผ่นกระดาษเบาๆ เป็นจังหวะ ทว่าหัวใจข้างในกลับไหววูบอย่างประหลาด เมื่อเงาของร่างสูงใหญ่ที่คุ้นเคยกำลังก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า
คินน์ไม่ได้ใส่สูทผูกไทเนี๊ยบเฉียบขาดเหมือนทุกครั้ง เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นรอยสักจางๆ ที่เธอเคยจำได้แม่นยำ และดวงตาคู่นั้น... ดวงตาคมกราบที่เคยใช้มองเธอด้วยความเย็นชาและหมาngเมินในวันที่หย่าร้าง บัดนี้กลับฉายแววบางอย่างที่เธอบراแปรความหมายไม่ได้ มันไม่ใช่ความรupร้าว ไม่ใช่ความเย่อหยิ่ง แต่เป็นความลังเล... ความลังเลที่ผู้ชายอย่างคินน์ไม่เคยมีพื้นที่ให้มันมาก่อนในชีวิต
"แบบโครงสร้างช่วงเสา L-1 ในโซนทิศใต้ มีปัญหาเรื่องการรับน้ำหนัก" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไม่มีร่องรอยของการหาเรื่องหรือการประชดประชันอย่างที่เคยเป็นเหมือนในอดีต
พิมพ์รตาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวัง เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็นตามสไตล์สถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมให้ใครกุมความได้เปรียบ "แปลกนะคะ... วิศวกรผู้ยึดถือตรรกะเหล็กกล้าอย่างคุณคินน์ เพิ่งจะมาทักท้วงเรื่องนี้เอาวันที่โครงการดำเนินมาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว หรือว่าตรรกะของคุณมันเริ่มเสื่อมประสิทธิภาพไปตามกาลเวลาเหมือนความสัมพันธ์ของเรากันแนคะ"
คำพูดเชือดเฉือนคมกริบดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้งถูกส่งออกไปอย่างไม่ลังเล พิมพ์รตาตั้งใจจะให้มันบาดลึกเข้าไปถึงความรู้สึกผิดที่เธอรู้ว่าเขามีซ่อนอยู่ แต่สิ่งที่เธอกลับได้รับคือความเงียบ... คินน์ไม่ได้โต้เถียง เขาไม่ได้ใช้วาจาคมคายมาหักล้างเพื่อเอาชนะเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ชายหนุ่มเพียงแค่ถอนหายใจยาวเบาๆ ดวงตาคมกวาดมองเธอด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา
"ผมไม่ได้มาเพื่อหาเรื่องคุณ พิมพ์..." คินน์เอ่ยเสียงเบaลงกว่าเดิม ราวกับประโยคนี้หลุดออกมาจากส่วนลึกที่สุดของความรู้สึกผิดบาปที่เขาแบกรับไว้ "ผมแค่... ตรวจสอบความปลอดภัยของตึกนี้ และในฐานะคนที่เคยทำลายมันทุกอย่าง... ผมแค่อยากมั่นใจว่าโครงสร้างที่คุณตั้งใจสร้าง จะไม่มีวันพังทลายลงมาอีก ไม่ว่าจากแรงภายนอก หรือจากความผิดพลาดของผมเอง"
คำพูดนั้นสะท้อนก้องในโสตประสาทของพิมพ์รตา ร่างบางชะงักไปชั่วขณะ ความเยือกเย็นที่เธอพยายามสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเริ่มสั่นคลอนอย่างควบคุมไม่ได้ ทำไมเขาถึงเปลี่ยนไป? คินน์ที่เธอรู้จักควรจะดื้อรั้น เย่อหยิ่ง และผลักไสเธอออกไปให้พ้นทางสิ ทำไมตอนนี้เขากลับยืนอยู่ตรงนี้ ยอมรับความผิด และมองเธอด้วยสายตาที่เจือความร้าวรานจนน่ากลัวแบบนั้น
ความสับสนตีรวนขึ้นมาในอก พิมพ์รตาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำปากกาในมือจนข้อนิ้วขาวซีด "อย่ามาทำเป็นพูดจaน่าสมเพชแบบนี้หน่อยเลยค่ะคุณคินน์ ความรับผิดชอบที่คุณเพิ่งจะนึกขึ้นได้ มันช้าไปกี่ปีแล้วล่ะคะ? วันที่คุณเหยียบย่ำโปรเจกต์และศักดิ์ศรีของฉันลงกับพื้น คุณไม่เคยพูดคำนี้เลยสักนิด"
"ผมรู้..." คินน์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงจนได้กลิ่นอายบุรุษจางๆ ที่ชวนให้หัวใจกระตุกวูบ "และผมก็รู้ด้วยว่า ต่อให้ผมพูดคำว่าขอโทษเป็นล้านครั้ง มันก็ซื้อเวลาในอดีตคืนมาไม่ได้ แต่พิมพ์... สิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่การขอความเห็นใจ แต่มันคือการชดใช้ ในแบบที่ผู้ชายสารเลวคนนี้พึงกระทำ"
บรรยากาศในห้องเงียบงัดลงไปอีกขั้น ความตึงเครียดไม่ได้เกิดจากการปะทะคารมเหมือนทุกที แต่มันคือแรงดึงดูดประหลาดที่บีบคั้นหัวใจของคนทั้งคู่ให้อยู่บนเส้นบางๆ ระหว่างความแค้นและการโหยหา พิมพ์รตากลืนน้ำฝนเหนียวหนืดลงคอ เธอเบือนหน้าหนีจากสายตานั้น ไม่อาจทนมองประกายความจริงจังที่สั่นคลอนความตั้งใจอันแน่วแน่ของตัวเองได้เลย
แต่ก่อนที่พิมพ์รตาจะได้เอաբาทคำใดโต้กลับเพื่อดึงกำแพงความเย็นชาของเธอกลับคืนมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อก... ก๊อก...
ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของเลขานุการสาวที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย มือเรียวถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ
"ขอประทานโทษค่ะคุณพิมพ์ พอดีมีพัสดุด่วนส่งตรงถึงมือคุณจากสำนักงานทนายความ... และ... และมีเอกสารอีกชุดหนึ่งที่เพิ่งถูกส่งมาจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังค่ะ"
พิมพ์รตาขมวดคิ้วมุ่น ละสายตาจากคินน์หันไปมองซองเอกสารในมือเลขา "อะไรคะ? ฉันไม่ได้สั่งอะไรพวกนี้ช่วงนี้นี่นา"
เลขานุการสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะวางซองเอกสารลงบนโต๊ะตรงหน้าพิมพ์รตาอย่างระมัดระวัง ดวงตาลอกแลกด้วยความประหม่า "คือ... ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า เป็นผลตรวจอัตลักษณ์ทางพันธุกรรม (DNA) ด่วนที่สุดค่ะคุณพิมพ์... และระบุชื่อผู้เกี่ยวข้องคือคุณคินน์ กับ... กับเด็กชายตัวเล็กๆ อีกคนค่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางห้องประชุมที่เงียบสงัด พิมพ์รตาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับกลับไปมองหน้าคินน์ที่ตอนนี้สีหน้าถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบของอดีตสามีหันมาจ้องมองซองเอกสารบนโต๊ะสลับกับใบหน้าตื่นตระหนกของเธอ หัวใจของทั้งคู่หยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อความลับที่ถูกฝังกลบไว้ภายใต้ซากปรักหักพังของอดีต กำลังจะถูกกระชากขึ้นมาเปิดเผยต่อหน้าต่อตาในวินาทีนี้!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและดิ่งลึกไปกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม•ตอนที่ 11
ร่องรอยของความเสียใจ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!