ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม•ตอนที่ 7

ในคืนที่พายุเข้า

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
เสียงฟ้าคำรามลั่นสนั่นหูราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ เป็นสัญญาณเตือนว่าพายุฤดูร้อนนอกอาคารกำลังโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง แต่บรรยากาศภายในโครงสร้างคอนกรีตเปลือยเปล่าของไซต์งานชั้นสิบห้า กลับหนาแน่นและอึดอัดยิ่งกว่ามวลอากาศก่อนฝนตกเสียอีก พิมพ์รตากอดอกแน่น สัญชาตญาณการป้องกันตัวกรีดร้องเตือนภัยเมื่อเธอรู้ว่าตอนนี้ ประตูเหล็กทางออกฉุกเฉินถูกแรงลมกระโชกจนปิดตาย และความมืดมิดจากไฟฟ้าที่ตัดขาดเนื่องจากพายุ ทำให้พื้นที่โล่งกว้างแห่งนี้เหลือเพียงแสงวาบเป็นระยะจากสายฟ้าที่ฟาดผ่านกระจกโครงสร้างภายนอก ตรงหน้าเธอ... ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว คือคินน์ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อและเส้นเลือดปูดโปนตามสไตล์วิศวกรผู้เจนจัดสนาม เขายืนค้ำฟ้าอยู่ใกล้เสาหลักรับน้ำหนัก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแสงสลัวคู่นั้นจ้องมองเธอไม่ต่างจากนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม ไร้ทางหนี "คุณตั้งใจขังฉันไว้ที่นี่ตั้งแต่แรกสินะคะ, คุณคินน์" น้ำเสียงของพิมพ์รตานิ่งสนิท เยียบเย็น และบาดลึก เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความสั่นไหวในAuraที่เธอพยายามสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจที่เคยแหลกสลายคามือผู้ชายคนนี้ คินน์ไม่ตอบทันที เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ช้าๆ ทว่ามั่นคง เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้องในความเงียบ กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับความชื้นของฝนและกลิ่นกายสะอาด—ลอยมาแตะจมูก ปลุกเร้าความทรงจำอันเจ็บปวดที่เธอฝังกลบมันไว้ใต้กองซากปรักหักพังของการแต่งงานที่ล่มสลาย "ถ้าผมอยากขังคุณ... ผมคงไม่ต้องรอให้พายุเข้าหรอกครับ พิมพ์รตา" คินน์เอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำของเขาแหบพร่าเล็กน้อย "แต่บางที... ความโกลาหลข้างนอก อาจจะช่วยให้คนเรายอมพูดความจริงที่หลบซ่อนมานานเสียที" "ความจริงอะไรคะ? ความจริงที่ว่าคุณเป็นคนทำลายแบบแปลนโครงการแรกของฉัน เพื่อฮุบผลงานไปเป็นของบริษัทคุณ? หรือความจริงที่ว่าคุณไม่เคยเห็นฉันมีตัวตนเลยตลอดเวลาที่เราอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน?" ประโยคคำถามนั้นพุ่งตรงราวกับลูกศรอาบยาพิษ คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมไหววับด้วยความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น แต่มันสายเกินไปไหมที่จะมาแสดงความรู้สึกผิดในวันที่ซากปรักหักพังกลายเป็นเถ้าถ่านไปหมดแล้ว "คุณจำเรื่องนั้นได้แม่นเสมอสินะ..." คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มขมขื่นปรากฏบนมุมปากหยักลึก "ใช่... ผมมันโง่ ผมมันคือนายวิศวกรผู้ยึดถือแต่ตัวเลขและอีโก้ จนมองข้ามหัวใจของสถาปนิกที่ชื่อพิมพ์รตา ผมทำลายความฝันของคุณด้วยมือของตัวเอง... และผมก็ต้องชดใช้มันด้วยความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดสามปีเต็ม" "การชดใช้ของคุณคืออะไรคะ? การมาตามรังควานในโปรเจกต์นี้ หรือการทำเป็นเพิ่งสำนึกผิดตอนที่ฉันไม่ได้ยืนอยู่จุดเดิมที่คุณเคยเหยียบย่ำแล้ว!" พิมพ์รตาโพล่งออกมา เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความอัดอั้นที่สะสมมานาน น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เอ่อคลอหน่วย แต่มันไม่มีวันไหลลงมาต่อหน้าผู้ชายคนนี้เด็ดขาด "คุณคิดว่าคำขอโทษมันซ่อมแซมความไว้วางใจที่พังทลายลงได้หรือไงคะ คินน์!" "แล้วคุณอยากให้ผมทำยังไงล่ะพิมพ์!" คินน์ระเบิดอารมณ์ออกมาบ้าง เสียงคำรามของเขาแข่งกับเสียงฟ้าผ่าด้านนอก มือหนาทั้งสองข้างเอื้อมไปคว้าไหล่บางของเธอไว้แน่น แรงบีบสะท้อนถึงความอัดอั้นตันใจที่ไม่อาจเก็บงดได้อีกต่อไป "ให้ผมคุกเข่าตรงนี้ไหม? ให้ผมเอาชีวิตทั้งชีวิตมาเดิมพันเพื่อขอโอกาสครั้งที่สองจากคุณหรือเปล่า?" พิมพ์รตาผงะเล็กน้อยกับความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดนั้น แต่นั่นไม่อาจสั่นคลอนเกราะกำบังอันแข็ง 100% ที่เธอสร้างขึ้นมาได้ เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา แววตาที่สะท้อนความเด็ดเดี่ยวและไร้ความปราณี "โอกาสเหรอคะ?" เธอแค่นเสียงหัวเราะเยาะหยัน "สำหรับคนที่เคยเหยียบย่ำคุณค่าของฉันจนไม่เหลือชิ้นดีอย่างคุณ... สิ่งเดียวที่คุณสมควรได้รับจากฉัน มีเพียงแค่ความพ่ายแพ้ในเกมนี้เท่านั้นค่ะ" ทั้งคู่ยืนเผชิญหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าว ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยแรงปรารถนาอันบิดเบี้ยวและความแค้นเคืองที่ยังคงคุกรุ่น สายฟ้าแลบแปลบปลาบส่องใบหน้าของทั้งคู่ให้เห็นความเจ็บปวดที่สะท้อนอยู่ในเงาสะท้อนของกันและกัน ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังดิ่งลึกถึงขีดสุด คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากของเขากลือบจะสัมผัสกับหน้าผากมน พิมพ์รตาชะงัก หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความตื่นตระหนก ไม่ใช่เพราะความเสน่หา แต่เพราะแรงดึงดูดอันตรายที่เธอกลัวว่าตัวเองจะพ่ายแพ้ แต่ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะได้ทาบทับลงมาเพื่อทำลายกำแพงทั้งหมด... *กริ๊ง... เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทของคินน์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ* คินน์ขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เขายังคงไม่ละสายตาจากใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความระแวดระวงของพิมพ์รตา ก่อนจะควักโทรศัพท์ออกมากดรับสายด้วยมือเดียวโดยไม่ละสายตาไปจากเธอ "มีอะไร..." น้ำเสียงของเขาห้วนจัดด้วยความไม่พอใจ (คุณคินน์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!) ปลายสายคือเสียงหอบสะท้านของเลขาส่วนตัว (ดิฉันเช็คเอกสารอนุมัติงบประมาณล็อตสุดท้ายของโปรเจกต์เดอะแกรนด์ที่เราต้องแข่งกับคุณพิมพ์รตาแล้ว... ปรากฎว่า ลายเซ็นอนุมัติวงเงินสองร้อยล้านล่าสุด ไม่ใช่ชื่อของคุณคินน์ค่ะ... แต่มันคือชื่อของ 'เด็กชายธัช' ผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ที่เพิ่งซื้อหุ้นบล็อกเชนของเราเมื่อชั่วโมงที่แล้วค่ะ!) คินน์ชะงักกึก สีหน้าของเขาถอดสีลงในพริบตา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เขารีบเหลือบมองหน้าพิมพ์รตาที่ตอนนี้แววตาเยือกเย็นกลับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ—รอยยิ้มที่ซ่อนความลับอันน่าสะพรึงกลัวเอาไว้ "เด็กชายธัช..." คินน์ทวนชื่อนั้นเสียงสั่น ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อคำนวณอายุของเด็กชายปริศนาคนนั้นในหัว "อายุ... ห้าขวบ..." พิมพ์รตาค่อยๆ แกะมือหนาที่บ่าของเธอออกอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ปล่อยให้สายฟ้าฟาดลงมากลางเมืองเบื้องล่างส่องสว่างใบหน้าเรียบเฉยของเธอ "ยินดีต้อนรับสู่เกมแก้แค้นอย่างเป็นทางการนะคะ... คุณพ่อตัวอย่าง" โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดิ่งลึกไปกับเกมแก้แค้นบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%