ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม•ตอนที่ 8

กำแพงที่เริ่มสั่นคลอน

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กลิ่นอายความอับชื้นของปูนซีเมนต์ผสมกับหยดฝนที่ซึมผ่านรอยร้าวของอาคารเก่า คือกลิ่นเดียวกับวันที่ชีวิตคู่ของเราพังทลายลงอย่างไร้ชิ้นดีค่ะ พิมพ์รตากดปลายดินสอลงบนกระดาษไขแรงเสียจนไส้ดินสอหักดัง *แกร็ก* ความเปราะบางของมันช่างเหมือนหัวใจของเธอในยามนี้เหลือเกิน แม้ปากจะบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าความเกลียดชังคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด แต่นัยน์ตากลมโตคู่คมกลับไม่สามารถละสายตาจากร่างสูงโปรดของวิศวกรหนุ่มที่กำลังยืนตรวจแบบโครงสร้างอยู่เบื้องล่างได้เลย คินน์ในยามนี้ไม่มีเค้าLรางของสามีผู้เย็นชาและเหินห่างคนเดิม ปลอกแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกพับขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンตามแรงงานหนัก หยาดเหงื่อผุดพรายไรarกรอบหน้าคมคายสันจักษุโดดเด่น ทว่าสิ่งที่ทำให้พิมพ์รตาต้องหายใจสะดุด ไม่ใช่ความหล่อเหลาที่บาดตาบาดใจนั้น... แต่เป็นร่องรอยความอ่อนล้าและความพยายามอย่างสุดกำลัง ที่เขากำลังทำเพื่อโครงการนี้—โครงการที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นความฝันร่วมกันของเรา "ถ้ามัวแต่มองโครงสร้างตรงนั้นแล้วแบบจะเสร็จไหมคะ, คุณวิศวกร" น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นชาจนเฉียบคมดังขึ้นจากด้านหลัง คินน์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้า เขาวางม้วนพิมพ์เขียวลงบนโต๊ะไม้กระดานหยาบๆ สายตาคมกริบคู่นั้นมองลอดผ่านความเงียบงันที่คั่นกลางระหว่างเราทั้งคู่มาเนิ่นนาน "ผมแค่วิเคราะห์รอยร้าวตรงคานรับน้ำหนักครับ..." คินน์เว้นวรรค ดวงตาคมกวาดมองพิมพ์รตาตั้งแต่ปลายรองเท้าบูทปูนซีเมนต์ขึ้นมาจนถึงดวงหน้าที่เชิดขึ้นอย่างถือดี "เหมือนกับรอยร้าวระหว่างเรา... ถ้าไม่รีบซ่อมแซมตั้งแต่เนิ่นๆ วันหนึ่งมันก็จะพังทลายลงมาทับเราจนตายทั้งเป็น" คมกริบ... คำพูดของเขาราวกับมีดโกนอาบน้ำผึ้งที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่า นัยน์ตาของพิมพ์รตาวาวโรจน์ขึ้นด้วยความโกรธกรุ่น เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยปะทะจมูกจนหัวใจที่ควรจะด้านชาเกิดกระตุกวูบอย่างน่ารังเกียจ "อย่ามาเปรียบเทียบเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวค่ะ, คุณคินน์" พิมพ์รตาเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างเพรียวบางสั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ "คุณไม่มีสิทธิ์พูดถึงรอยร้าวอะไรทั้งนั้น ในเมื่อคุณเป็นคนถือค้อนทุบมันด้วยมือของคุณเอง!" คินน์ไม่หลบสายตา ความเจ็บปวดฉายชัดในแววตาคู่คมนั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะตัดสินใจก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอเช่นกัน ระยะห่างที่ลดลงทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนน่าอึดอัด มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเล็กที่ถือดินสอไว้แน่นโดยอัตโนมัติ สัมผัสอุ่นจัดนั้นส่งกระแสไฟแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วร่างจนพิมพ์รตาเผลอกลั้นหายใจ "ผมรู้ว่าผมเลว..." เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนราวกับคนกำลังจะขาดใจ "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันไม่อาจยกโทษให้ได้... แต่พิมพ์... ได้โปรดมองลึกเข้ามาในตาผมจริงๆ สักครั้งเถอะ คุณยังเห็นเงาของคนที่เคยรักคุณหลงเหลืออยู่บ้างไหม... หรือมันตายไปหมดแล้ว?" คำถามนั้นทิ่มแทงหัวใจของสถาปนิกสาวจนแทบแหลกสลาย ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ใต้กองเพลิงแห่งความแค้น—ความโหยหา อ้อมกอดที่คุ้นเคย และความอบอุ่นที่เคยเป็นที่พักพิงเดียวในโลก—จู่ๆ ก็พากันตื่นขึ้นมาอย่างดื้อดึง ท่ามกลางซากปรักหักพังของความเกลียดชังที่เธียรสร้างไว้ พิมพ์รตารู้สึกได้ถึงหยดน้ำตาที่เอ่อรื้นขึ้นมาคลอเบ้า แต่เธอจะไม่ยอมร้องไห้ต่อหน้าเขาเด็ดขาด เธอง้างมือขึ้นเตรียมจะสะบัดตบหน้าคนใจร้ายสักฉาดเพื่อดึงสติที่เริ่มเตลิดไปไกล *หมับ!* คินน์ไม่หลบและไม่ขัดขืน เขากลับคว้ามือเรียวที่เงื้อขึ้นนั้นมากดแนบไว้กับอกข้างซ้ายของตัวเอง ตำแหน่งที่หัวใจกำลังเต้นระรัวราวกับกลองศึก แรงกระตุ้นหนักหน่วงนั้นส่งผ่านฝ่ามือของเธอจนรับรู้ได้ถึงความสำนึกผิดและความเจ็บปวดรวดร้าวที่อัดแน่นอยู่ภายใน "ถ้าการตบหน้าผมสักครั้งมันทำให้ความโกรธในใจคุณลดลง... เชิญเลยครับ, พิมพ์" เขากระซิบเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ใกล้ริมฝีปากเธอแค่คืบ "แต่ได้โปรด... อย่าทำเป็นมองไม่เห็นความจริงที่ว่า หัวใจของผมมันหยุดเต้นตั้งแต่วันที่คุณเดินจากไปแล้ว..." บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เสียงฝนที่โปรยปรายด้านนอกกลายเป็นเพียงฉากหลังอันเงียบงัน ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างลึกซึ้ง กำแพงน้ำแข็งที่พิมพ์รตาเพียรสร้างมาแรมปีเริ่มสั่นคลอนและแตกร้าวลงทีละน้อย ความรู้สึกที่ควรจะตายไปแล้วกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างทรมาน ท่ามกลางเปลวไฟแห่งความชังที่บิดเบี้ยวกลายเป็นความโหยหา ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะขยับเข้าหาเพื่อปลดปล่อยความอัดอั้นทั้งหมดที่มี เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากผู้รับเหมาด้านนอกก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศ "คุณพิมพ์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" ลูกน้องวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักที่หน้าประตูห้องทำงานชั่วคราว "มี... มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณครับ จ่าหน้าซองระบุว่าเป็น... ผลตรวจ DNA ลับ จากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังครับ!" หัวใจของพิมพ์รตาร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอผละออกจากอ้อมแขนของคินน์ทันทีด้วยความตกใจสุดขีด ในขณะที่คินน์หันขวับไปมองซองเอกสารสีน้ำตาลในมือผู้รับเหมาด้วยแววตาฉงนสนเท่ห์ และก่อนที่พิมพ์รตาจะทันได้เอื้อมมือไปคว้าซองเอกสารนั้นมาทำลายทิ้ง คินน์กลับเป็นฝ่ายคว้ามันขึ้นมาแกะออกด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคมกวาดมองตัวหนังสือบนกระดาษแผ่นนั้นเพียงแวบเดียว... ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะชะงักค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกลางหัวใจ เมื่อตัวเลขความเข้ากันได้ทางพันธุศาสตร์ 99.99% ปรากฏเด่นหร่า พร้อมกับชื่อของเด็กชายวัยสี่ขวบหน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดิ่งลึกไปกับเกมแก้แค้นบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%