“เสียงหัวเราะของเธอมันดังรบกวนคลื่นความถี่ในหัวฉันเกินไปแล้วนะ ริน”
นิ้วเรียวยาวของคีย์ดีดสายกีตาร์โปร่งตัวเก่าจนเกิดเสียงกังวานทุ้มต่ำ กลบเสียงเอะอะของจอภาพโฮโลแกรมตรงหน้าเราไปเสียสนิท กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและกาแฟคั่วเข้มในร้านหนังสืออิสระมุมอับของย่านเมืองเก่าช่วยดึงสติรินให้หลุดออกจากวงจรอัลกอริทึมที่กำลังประมวลผลไม่หยุดหย่อนในสมอง
รินขมวดคิ้วเล็กน้อย ปลายนิ้วเลื่อนปิดหน้าต่างข้อมูลแจ้งเตือนสีแดงฉานที่มีข้อความปริศนาของ ดร. อรินทร์—*“เก่งมากเด็กน้อย... ในที่สุดเธอก็หา 'ความจริง' เจอจนได้นะ... ลูกสาวของฉัน”*—ให้พับเก็บลงไปในเบื้องหลังของระบบ
“ฉันแค่กำลังวิเคราะห์ความน่าจะเป็นที่มนุษย์เราจะเลือกเข้าร้านหนังสือที่ไม่มีระบบระบายอากาศที่ดีพอ ในยุคที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกับคลาวด์” รินตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย สายตากวาดมองชั้นหนังสือไม้สักที่อัดแน่นไปด้วยตำนานปรัมปราและบันทึกประวัติศาสตร์ยุคก่อนดิจิทัล
“บางครั้งการไม่มีระบบนำทางนั่นแหละที่ทำให้เราเจอทางลัด” คีย์ยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบผมยุ่งเหยิงมองตรงมาที่เธอ “เธอกำลังกลัวรึเปล่าริน... กลัวว่าคำว่า ‘ลูกสาวของฉัน’ จะหมายความว่าชีวิตที่เธอออกแบบและเขียนโค้ดด้วยตัวเองมาตลอด มันเป็นแค่ฟังก์ชันหนึ่งในโปรแกรมทดลองของพ่อเธอกันแน่”
ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างเราชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนปรอยๆ ด้านนอกที่เริ่มกระทบกระจกหน้าต่าง รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจที่เริ่มผิดจังหวะ—*ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความไม่สมบูรณ์แบบของข้อมูลที่เธอยังหาคำตอบไม่ได้*
“ฉันไม่เชื่อเรื่องบังเอิญ คีย์” รินวางสมาร์ทโฟนลงบนโต๊ะไม้ “ทุกอย่างต้องมีเหตุผลมารองรับ เหมือนกับที่เราหนีออกมาจากหอพักวิจัยในวันนี้ เพื่อตามหาเบาะแสเกี่ยวกับโครงการ ‘โปรเจกต์มินotaur’ ที่ถูกลบไป”
คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากระเป๋าเป้คู่ใจมาสะพายไหล่ “งั้นก็เลิกจ้องจอแล้วเดินตามฉันมา เด็กน้อยอัจฉริยะ โลกภายนอกห้องทดลองน่ะ มันไม่ได้รันด้วยคำสั่ง If-Else หรอกนะ”
การก้าวเท้าออกมาสู่โลกภายนอกด้วยกันในวันนี้ ทำให้รินได้เรียนรู้ว่า ทฤษฎีความน่าจะเป็นที่เธอร่ำเรียนมานับร้อยชั่วโมง ไม่สามารถอธิบายสีหน้าของหญิงชราเจ้าของร้านขายดอกไม้ที่ยื่นดอกกุหลาบเหี่ยวๆ ให้ฟรีโดยไม่หวังผลกำไร หรือเสียงหัวเราะของเด็กชายที่วิ่งชนเสาไฟแล้วลุกขึ้นมาหัวเราะต่อได้ทันทีโดยไม่มีการคำนวณความเสียหาย
เราเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่ระบบนำทางดิจิทัลไม่อาจเข้าถึง คีย์พาเธอมาหยุดอยู่หน้าอาคารคอนกรีตเก่าคร่ำคร่าแห่งหนึ่ง ป้ายชื่อเลือนรางขึ้นสนิมบ่งบอกว่าที่นี่เคยเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์เก่าที่ถูกปิดตัวไปเมื่อยี่สิบปีก่อน—ช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่ ดร. อรินทร์ เริ่มต้นพัฒนาอัลกอริทึมควบคุมพฤติกรรมมนุษย์
“ที่นี่คือจุดอับสัญญาณ” คีย์เอ่ยเสียงเบา ขณะใช้กุญแจผุๆ ไขประตูเหล็กฝฝืดสนิม “ไม่มีใครเข้ามาที่นี่หรอก นอกเสียจากว่า... พวกเขาจงใจทิ้งร่องรอยไว้ให้เราตามหา”
ทันทีที่ประตูด้านในเปิดออก กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าพัดปะทะเข้าจมูก ภายในห้องโถงมืดสนิทมีเพียงแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือของคีย์ที่สาดส่องสว่างขึ้น ผนังห้องเต็มไปด้วยผังความสัมพันธ์ตระกูล ข้อมูลโค้ดดิ้งโบราณ และภาพถ่ายโพลารอยด์นับร้อยที่ถูกโยงเส้นด้ายสีแดงเข้าหากัน—และตรงกลางสุดของผนังนั้น มีภาพถ่ายใบหนึ่งที่ทำให้ลมหายใจของรินสะดุดกึก
มันคือภาพถ่ายของเด็กทารกคนหนึ่ง... ที่ข้อมือมีกำไลข้อมือสลักรหัสโค้ดเฉพาะตัว ซึ่งเป็นโค้ดชุดเดียวกับที่รินเห็นทุกครั้งเวลาที่ระบบในหัวใจของเธอรันการทำงาน
“ยินดีต้อนรับสู่จุดเริ่มต้นของอัลกอริทึมที่เธอพยายามหนีมาตลอดนะ ริน” เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาจากด้านหลัง ไม่ใช่เสียงของคีย์... แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคยจากระบบประกาศเสียงตามสายที่พังเสียหายของตึกนี้
*ติ๊ง!*
หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานดีดตัวขึ้นกลางอากาศอย่างไร้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระดับวิกฤตที่สั่นสะท้อนไปถึงก้านสมอง:
[ระบบตรวจพบตัวตนผู้ดูแลระบบระดับสูง: อรินทร์]
[คำสั่งบังคับ: เริ่มต้นกระบวนการลบความทรงจำต้นฉบับในอีก 3... 2...]
[คำเตือน: หากการรีเซ็ตเสร็จสิ้น หัวใจของคุณจะกลับสู่สถานะ 'ไร้ความรู้สึก' ตลอดกาล]
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นแรงไปพร้อมกับรินและคีย์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมตรงกับเธอ•ตอนที่ 11
ความบังเอิญที่ตั้งใจ
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมตรงกับเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!