ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด!•ตอนที่ 3

ใบหย่าที่ส่งไปไม่ถึง

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กลิ่นอายจางๆ ของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นสมุนไพรต้มฝาดเฝื่อนลอยอวลอยู่ในห้องหนังสืออันกว้างใหญ่ ค่ำคืนนี้เงียบสงัดจนได้ยินเสียงน้ำมันตะเกียงไส้ไหม้ดังเป๊าะแปะ ทว่าบรรยากาศภายในกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันระลอกใหญ่ที่พร้อมจะแผดเผาทุกสรรพสิ่งให้มอดไหม้เป็นจุล "ท่านอ๋อง... ทรงทอดพระเนตรให้ชัดเจนอีกคราเถิดเพคะ" สุ้มเสียงของหลินฟางเซียนราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ไร้ลมพัด ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยยาพิษ นางมิได้สะท้านสะเทือนต่อประกายตาดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อที่กำลังจ้องเขม็งมายังร่างของตนแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวสวยยังคงกดทับอยู่บนแผ่นกระดาษเนื้อดีสีงาช้าง แผ่นกระดาษที่ถูกเขียนขึ้นด้วยลายมือหวัดแกมบรรจงอันเด็ดเดี่ยว—หนังสือหย่าขาดจากสามี สิ้นคำพูดนั้น ร่างสูงใหญ่ของท่านอ๋องผู้เกรียงไกรก็ชะงักกึก นัยน์ตาสีดำสนิทเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนประหลาดใจอย่างที่สุด! เซียวหานจิ่งไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่า ในวันที่อำนาจในราชสำนักของเขากำลังสั่นคลอน และสถานะชายาของนางควรจะเป็นเกราะคุ้มpภัยอันมั่นคงที่สุด สตรีผู้เคยอ่อนหวานและก้มหน้ายอมรับชะตากรรมผู้นี้ กลับกล้าหาญถึงขั้นถือกระดาษแผ่นเดียวมาวางเดิมพันกับพยัคฆ์ร้ายอย่างเขา ความเงียบงันปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่มุมปากหยักลึกของท่านอ๋องจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น รอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นต่างต้องหนีบสันหลังวาบด้วยความหวาดกลัว "เจ้ากล้าหาญถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน... ฟางเซียน" น้ำเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำ มันมิใช่เสียงตะคอก แต่มันคือเสียงคำรามจากเบื้องลึกของสัตว์ป่าล่าเนื้อที่ถูกล้ำอาณาเขต ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในสามก้าว ชายผ้าคลุมสีดำปักดิ้นทองสะท้อนกับแสงไฟวับวาวราวกับเงายมทูตที่ทาบทับลงมา ห่อหุ้มร่างบอบบางของนางไว้จนแทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศหายใจ หลินฟางเซียนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาดอกท้อคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความว่างเปล่าและเด็ดเดี่ยวที่ฉาบไว้ ทว่าลึกลงไปภายใต้ความเยือกเย็นนั้น นางกำลังคำนวณทุกความเป็นไปได้ในสมองอย่างรวดเร็ว "หม่อมฉันเพียงแต่มอบอิสรภาพคืนให้ท่านอ๋อง" นางกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงมั่นคง "ในเมื่อการแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะราชโองการสมรสพระราชทานที่ไร้ซึ่งความสมัครใจ บัดนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว การที่หม่อมฉันยังคงอยู่ในตำแหน่งชายา รังแต่จะเป็นภาระและจุดอ่อนให้ศัตรูของท่านโจมตี การหย่าขาดในยามนี้ จึงเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับเราทั้งสองฝ่าย" "ภาระงั้นหรือ?" เซียวหานจิ่งแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองแผ่นกระดาษหย่าตรงหน้าที่มีลายมือชื่อของนางสลักไว้อย่างบรรจง ข้อความทุกบรรทัดถูกร่างขึ้นอย่างรอบคอบ ไม่มีช่องโหว่ สมกับเป็นสตรีผู้ผ่านการอ่านตำราพิชัยสงครามมาอย่างโชกโชน แต่นางกลับมองข้ามความจริงข้อหนึ่งไป... ในพจนานุกรมของเซียวหานจิ่ง คำว่า "ปล่อย" ไม่มีอยู่จริง โดยเฉพาะสิ่งที่เขาถือครองไว้ในมือ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอำนาจ แผ่นดิน หรือแม้แต่... สตรีผู้นี้ "เจ้าคิดว่าชีวิตของเปิ่นหวัง (ข้า) เป็นสนามเด็กเล่นของเจ้าหรือ? นึกอยากจะเข้ามาก็ก้าวเท้าเข้ามา นึกเบื่อหน่าย อยากจะสะบัดชายเสื้อแล้วจากไป ก็เขียนกระดาษงี่เง่าแผ่นนี้ขึ้นมาเพื่อไล่เปิ่นหวังราวกับขับไล่บ่าวไพร่ในจวนอย่างนั้นหรือ!" ปลายนิ้วแข็งแกร่งดุจคีมเหล็กเอื้อมไปคว้าคางมนของนางไว้แล้วเชิดขึ้นบังคับให้สบตา แรงบีบนั้นพอเหมาะพอดีที่จะทำให้นางเจ็บแปลบเล็กน้อย แต่นางกลับเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ยอมส่งเสียงร้องเล็ดลอดออกมาแม้ครึ่งคำ ปฏิกิริยาที่ดื้อรั้นแต่นิ่งเงียบเช่นนี้ ยิ่งกระตุ้นเพลิงโทสะในอกของเซียวหานจิ่งให้ลุกโชนขึ้นไปอีก "ท่านอ๋องโปรดทรงยั้งมือ..." หลินฟางเซียนขยับริมฝีปากพูดผ่านความเจ็บที่ปลายคาง "นี่คือทางออกที่ดีที่สุด..." "ดีสำหรับเจ้าคนเดียวต่างหาก!" เซียวหานจิ่งตัดบทเสียงกร้าว นัยน์ตาดำสนิทวับวาวด้วยประกายคลุ้มคลั่ง มือหนาอีกข้างเอื้อมไปหยิบแผ่นกระดาษหย่าขาดจากโต๊ะขึ้นมา แผ่นกระดาษที่นางใช้เวลาไตร่ตรองและเขียนมันด้วยความหวังที่จะได้หลุดพ้นจากวังวนอันตรายแห่งการแย่งชิงบัลลังก์นี้ นิ้วมือแกร่งขยำกระดาษแผ่นนั้นเข้าหากันอย่างไม่ไยดี แรงบีบมหาศาลทำให้กระดาษเนื้อดีส่งเสียงยับยู่ยี่ ก่อนที่มันจะถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่อหน้าต่อตานางอย่างไร้ความปรานี! เศษกระดาษสีงาช้างปลิวว่อนร่วงหล่นลงสู่พื้นราวกับกลีบดอกไม้ที่ถูกย่ำยี หยดหมึกสีดำที่บรรจงเขียนคำว่า 'หย่า' ถูกฉีกขาดจนแยกออกจากกันอย่างไม่มีวันประสานคืนได้ หลินฟางเซียนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยมองเศษกระดาษที่เกลื่อนกลาดอยู่แทบเท้า ความรู้สึกผิดหวังวาบผ่านเข้ามาในอกเพียงชั่วพริบตาก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชา นางไม่คิดว่าเขาจะใช้วิธีดิบเถื่อนเช่นนี้ในการปฏิเสธ "ท่านอ๋องทำลายมันไป ก็มิได้แปลว่าข้อตกลงนี้จะไม่มีผล..." นางกล่าวเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงคางของตนเองให้หลุดพ้นจากการพัน ทว่าเซียวหานจิ่งกลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นอายบุรุษเพศแผ่ซ่านเข้ามาห่อหุ้มตัวนางไว้จนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยอำนาจและความเยียบเย็นจนน่าขนลุก "ฟังให้ดีนะ... หลินฟางเซียน" เขากดเน้นทีละพยางค์อย่างชัดเจน เพื่อให้สลักลงไปในห้วงความคิดของนาง "ตราบใดที่เปิ่นหวังยังมีลมหายใจ เจ้าก็คือชายาของเซียวหานจิ่ง เป็นพระชายาเอกแห่งจินอ๋องแต่เพียงผู้เดียว... อย่าว่าแต่ใบหย่ากระดาษกระจอกๆ แผ่นนี้เลย ต่อให้เจ้าขุดหลุมฝังศพตัวเองแล้วกระโดดลงไปรอความตาย เปิ่นหวังก็จะฉุดกระชากวิญญาณของเจ้ากลับขึ้นมาขังไว้ข้างกายอยู่ดี!" คำประกาศิตนั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาทของหญิงสาวราวกับเสียงอสุนีบาตฟาดลงกลางใจ ร่างกายของนางชาดิกไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตระหนักรู้ว่า... บุรุษผู้นี้บ้าคลั่งเกินกว่าที่นางเคยประเมินไว้เสียอีก ในจังหวะที่บรรยากาศภายในห้องหนังสือตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ นั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่อๆ ร้อนรนขององครักษ์เงาก็แว่วดังขึ้นจากนอกประวัติ พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่รัวเร็วผิดปกติ "กราบทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงรายงานร้อนรนดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบ เซียวหานจิ่งขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ เขายังไม่ยอมปล่อยมือจากคางของหลินฟางเซียน แต่หันไปทางประตูแล้วตวาดเสียงกร้าว "มีเรื่องอันใด!" "สายลับของเราที่ส่งไปสืบราชสำนักทางเหนือส่งสัญญาณด่วนกลับมาพ่ะย่ะค่ะ..." เสียงขององครักษ์เงาสั่นเครือเล็กน้อยจนสัมผัสได้ "องค์รัชทายาททรง... ทรงถูกลอบปลิดชีพในตำหนักเมื่อยามโฉมที่ผ่านมา และตราประทับหยกประจำตัวถูกขโมยหายไปอย่างไร้ร่องรอย!" สิ้นเสียงรายงานนั้น นัยน์ตาของเซียวหานจิ่งหดแคบลงทันที ความตื่นตระหนกวับวาวขึ้นในดวงตาคู่คมเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม หลินฟางเซียนที่ฟังอยู่เงียบๆ ถึงกับลมหายใจสะดุด สมองอันชาญฉลาดของนางประมวลผลสถานการณ์ในพริบตา—การตายของรัชทายาท และตราประทับที่หายไป... นี่คือแผนการพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินอย่างแท้จริง! เซียวหานจิ่งค่อยๆ ละสายตาจากองครักษ์นอกประตู แล้วก้มลงมองสตรีในอาณัติที่เวลานี้ดวงตาคู่สวยกำลังเบิกกว้างด้วยความตื่นตัว เขายิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนจะกระซิบข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นางต้องหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจ "ดูเหมือนว่า... ใบหย่าของเจ้าจะต้องถูกพับเก็บไว้ก่อนแล้วล่ะชายาของข้า เพราะตอนนี้... สงครามที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว" — ติดตามตอนต่อไป — ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิแห่งอำนาจและหัวใจไปกับเฉินเว่ยสายลุยนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%