เสียงโซ่ตรวนเหล็กกล้าที่ลากครูดไปกับพื้นหินแกรนิตเย็นเฉียบในยามวิกาล ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วโถงตำหนักใหญ่ ดั่งเสียงยมทูตที่กำลังเคาะประตูเรียกวิญญาณ ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ หลินฟางเซียนกลับยืนตัวตรงอย่างสง่างาม อาภรณ์ปักลายหงส์สีเพลิงของพระชายาหาได้สั่นคลอนตามแรงกดดันของราชโองการฉุกเฉินไม่ ดวงตาดอกท้อคู่คมกวาดมองเหล่าองครักษ์เสื้อแพรที่ชักกระบี่ออกจากฝักจนเกิดเสียงเสียดสีบาดแก้วหู ก่อนจะมาหยุดลงที่ร่างของสตรีผู้นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงไม้แกะสลักลวดลายวิจิตร
"ถอยไป!"
น้ำเสียงทรงอำนาจที่เต็มไปด้วยไอสังหารดังขึ้นตัด
ความวุ่นวาย เซียวหานจิ่งก้าวเข้ามาจากเงาดำเบื้องหลัง ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรทองแผ่รังสีความเย็นยะเยือกที่น่าสะพรึงกลัว นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากราดมองราชโองการในมือหัวหน้าขันที ก่อนจะตวัดกลับมามองสตรีที่ตนเพิ่งลั่นวาจาหย่าร้างในนาม ทว่ายามนี้แววตานั้นกลับมิได้มีความรังเกียจเดียดฉันท์ เจืออยู่เลย มีเพียงประกายความดุร้ายราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่พร้อมฉีกกระชากผู้บังอาจล่วงล้ำอาณาเขตของตนเป็นชิ้นๆ
"ท่านอ๋อง... พระราชโองการจากฝ่าบาทระบุชัดเจนว่า พระชายาลอบวางยาพิษอนุจ้าว..." หัวหน้าขันทีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยามเมื่อปะทะกับสายตาที่ดั่งคมมีดของท่านอ๋องผู้กุมกำลังทหารครึ่งประเทศ
"เปิ่นหวางยังมิได้ตาย อนุโสมโครกนั่นจะมีค่าอันใดให้ต้องลอบสังหาร?" เซียวหานจิ่งแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเยียบเย็น มือหนาคว้าข้อมือเรียวของหลินฟางเซียนเข้ามากำไว้หลวมๆ ทว่ามั่นคง ราวกับต้องการส่งผ่านความอบอุ่นท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ "หากผู้ใดกล้าแตะต้องนางในตำหนักนี้แม้แต่ปลายนิ้ว... จงเตรียมหัวของมันไว้เซ่นสังเวยดาบประจำกายของเปิ่นหวางเสีย!"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที ไม่มีผู้ใดกล้าขยับตัวแม้แต่ลมหายใจ
หลินฟางเซียนช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีในนาม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยันในโชคชะตา นางดึงมือตนเองกลับอย่างนุ่มนวลแต่มั่นคง ก่อนจะก้าวผ่านร่างของเขาไปหยุดอยู่เบื้องหน้าเตียงนอนที่อนุจ้าว ‘จ้าวซูซิน’ กำลังนอนชักดิ้นชักงอกระสับกระส่าย ริมฝีปากเขียวคล้ำและมีฟองสีขาวปนเลือดไหลซึมออกมา อาการเช่นนี้ในมุมมองของคนยุคโบราณย่อมคิดว่าเป็น ‘พิษร้อยวันพรากวิญญาณ’ ชนิดที่ไร้ทางเยียวยา แต่ในสายตาของศัลยแพทย์มือหนึ่งจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด มันคือภาวะช็อกจากการแพ้ยาอย่างรุนแรง (Anaphylactic Shock) ร่วมกับทางเดินหายใจตีบตันจากอาการบวมน้ำที่กล่องเสียงต่างหาก!
"พวกเจ้าทั้งหมดถอยออกไปให้พ้นระยะรัศมีส้าวก้าว!" หลินฟางเซียนออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เด็ดเดี่ยว และเปี่ยมด้วยพลังอำนาจที่แม้แต่เหล่าข้าราชบริพารยังต้องชะงักงันทำตามโดยสัญชาตญาณ
"ฟางเซียน เจ้า..." เซียวหานจิ่งขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ ทว่ายามที่เห็นแววตาเด็ดเดี่ยวและมั่นใจของนาง เขากลับเลือกที่จะโบกมือไล่ทุกคนให้ออกไปด้านนอกอย่างเงียบเชียบ เหลือเพียงเขากับนางในห้องบรรทมที่อบอวลด้วยกลิ่นอายความตาย
หลินฟางเซียนไม่รอช้า นางทรุดกายลงคุกเข่าข้างเตียง มือเรียวบางปลดกระดุมเสื้อคลุมของอนุจ้าวออกอย่างไร้ความลังเลเพื่อเปิดทางให้ทรวงอกขยายได้สะดวก ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเซียวหานจิ่งที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึงกับกิริยาอันหาญกล้าที่สตรีในห้องหอไม่มีวันทำ
"ท่านอ๋อง... หากไม่อยากให้อนุสุดที่รักของท่านขาดใจตายไปเสียก่อน กรุณาหยิบมีดสั้นเงินบริสุทธิ์บนโต๊ะน้ำชามาลวกไฟให้ร้อนจัด แล้วส่งให้หม่อมฉันเดี๋ยวนี้!" นางเอ่ยโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง น้ำเสียงร้อนรนแต่เปี่ยมด้วยสติสัมปชัญญะอย่างเต็มเปี่ยม
เซียวหานจิ่งขบกรามแน่น แม้จะไม่เข้าใจว่านางกำลังจะทำพิธีมนต์ดำอันใด ทว่าสัญชาตญาณบางอย่างบอกให้เขากระทำตามอย่างไร้ข้อกังขา ชายหนุ่มพลิกกายคว้ามีดสั้นประจำกาย ส่งปลายคมที่ผ่านเปลวไฟลุกโชนให้หญิงสาวด้วยความรวดเร็ว
*ฉับ!*
เสียงกรีดเนื้อผ้าและคมมีดกระทบผิวหนังดังขึ้นเบาๆ หลินฟางเซียนใช้ทักษะการแพทย์ฉุกเฉินระดับสูงที่ฝึกฝนมานับทศวรรษ ลงมือเจาะหลอดลมบริเวณคอหอยของอนุจ้าวอย่างแม่นยำราวจับวาง เพื่อเปิดทางเดินหายใจเทียมในเสี้ยววินาทีที่ความตายกำลังคืบคลานเข้ามา ทันทีที่ปลายท่อเงินขนาดเล็กถูกสอดเข้าไป เลือดสีคล้ำไหลซึมออกมาก่อนที่เสียงสูดหายใจเฮือกใหญ่ราวกับปลาหมดน้ำจะดังขึ้นจากร่างที่นอนแน่นิ่ง!
จ้าวซูซินสำลักอากาศเฮือกใหญ่ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายที่เคยเกร็งกระตุกค่อยๆ ผ่อนคลายลงอย่างน่าอัศจรรย์ ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมทั่วห้อง มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาที่ยืนยันว่ายมทูตถูกขับไล่กลับไปแล้ว
เซียวหานจิ่งยืนนิ่งค้างดั่งรูปสลัก นัยน์ตาคู่คมมองสตรีเบื้องหน้าสลับกับร่างของอนุภรรยาที่รอดตายราวปาฏิหาริย์ ความรู้สึกหวาดหวั่นผสมผสานกับความทึ่งระคนความใคร่รู้พวยพุ่งขึ้นในอก ชายหนุ่มไม่เคยรู้เลยว่า พระชายาผู้เงียบขรึมและอ่อนแอในสายตาคนอื่น จะกุมวิชาแพทย์ที่เหนือล้ำถึงเพียงนี้ไว้ในกำมือ
"เจ้า... เป็นใครกันแน่?" เซียวหานจิ่งก้าวเข้าไปใกล้ ช้อนคางมนของหญิงสาวขึ้นบังคับให้สบตา น้ำเสียงทุ้มต่ำและอันตรายกระซิบชิดริมหีบปากของนาง "สตรีที่ร่ำเรียนแต่ตำรากุลสตรี เหตุใดจึงมีความสามารถในการพรากวิญญาณคนคืนมาจากยมโลกได้เช่นนี้?"
หลินฟางเซียนปัดมือของเขาออกอย่างไม่แยแส นางใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดเช็ดคราบเลือดบนนิ้วเรียวอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอ๋องหนุ่มผู้ทรงอำนาจด้วยรอยยิ้มเย้าหยอกที่ซ่อนคมมีดไว้ภายใน
"หม่อมฉันจะเป็นใครไม่สำคัญหรอกเพคะท่านอ๋อง..." นางกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวสายลม ทว่ากลับชัดเจนดังก้องในโสตประสาทของคนฟัง "สิ่งสำคัญคือ... พระราชโองการฉบับนั้นที่อยู่ข้างนอก กำลังรอให้ท่านอ๋องออกไปประกาศว่า 'หมากตานี้' ของใครบางคนในราชสำนัก... พังไม่เป็นท่าแล้วต่างหากล่ะครับ"
เซียวหานจิ่งแค่นยิ้มมุมปาก แววตาคลั่งรักและพึงพอใจฉายชัดขึ้นในความมืดมิดของรัตติกาล ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของคนฟังต้องสั่นไหว
"เช่นนั้น... เราออกไปดูหน้าคนที่มันกล้าลองดีกับชายาของเปิ่นหวางพร้อมกันดีกว่ากระมังครับ"
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
เฉินเว่ยสายลุย
ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด!•ตอนที่ 5
ทักษะหมอเทวดา
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!