กลิ่นอายของกำยานสุคนธรสลบไสวอบอวลอยู่ภายใต้ความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในตำหนักบูรพา เสียงปลายพู่กันขนกระต่ายป่าที่จรดลงบนกระดาษซวนจื่อเนื้อดีดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับคุกกรุ่นราวกับผืนแผ่นดินก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ
หลินฟางเซียนวางพู่กันลงอย่างแผ่วเบา ดวงตาดอกท้อคู่คมกวาดมองตัวอักษรจีนตัวบรรจงที่นางเพิ่งเขียนเสร็จ
"ท่านอ๋องทรงยุ่งกับราชกิจนอกเมืองหลายวัน จนเรือนหลังแห่งนี้เงียบเหงาลงถนัดตา... เกรงว่าความใส่ใจของผู้อื่นคงจะฉวยโอกาสเข้ามาแทรกแซงในยามที่เจ้าของตัวจริงไม่อยู่กระมังเพคะ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ภายใต้แพรไหม
เซียวหานจิ่งที่เพิ่งก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักลายมังกรทอง ชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย ดวงเนตรคมปลาบดبดบังความรู้สึกไหววับ เขาก้าวเข้ามาใกล้ร่างระหงในชุดฮั่น복สไตล์ร่วมสมัยที่นางประยุกต์ตัดเย็บขึ้นเองอย่างประณีต กลิ่นอายความเยือกเย็นดุจพญาอินทรีผู้กุมชะตาฟ้าแผ่ซ่านออกมารอบกาย ทว่ายามทอดมองสตรีตรงหน้า แววตาคู่นั้นกลับทอประกายความอ่อนโยนลึกล้ำที่ผู้คนทั่วหล้าไม่มีวันได้เห็น
"ต่อให้แผ่นดินพลิกคว่ำ หรือต่อให้มีผู้ใดทะเยอทะยานอยากก้าวเข้ามาแทนที่ตำแหน่งชายาของเปิ่นหวัง... ก็ไม่มีผู้ใดมีค่าพอจะระคายเคืองสายตาของเจ้าหรอก ฟางเซียน" เซียวหานจิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ มือหนายื่นออกไปหมายจะโอบกอดเอวบางของนางเข้ามาแนบชิด ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับเก้งกวางย่างก้าวก็ดังขึ้นที่หน้าห้องโถง
"ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันนำรังนกตุ๋นโสมพันปีมาถวายเพคะ..."
สุ้มเสียงหวานหยดย้อยราวกับน้ำผึ้งอาบยาพิษดังแทรกขึ้น พร้อมกับร่างระหงของสตรีในชุดผ้าแพรสีชมพูอ่อนปักลายดอกเหมันต์ที่ก้าวล่วงเข้ามาโดยไม่รออนุญาต นางคือ 'คุณหนูรองตระกูลหลี่' - หลี่ชิงหลัน บุตรีเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้มีสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับราชสำนักเบื้องบน นางถูกส่งเข้ามาอ้างว่าเป็น "ผู้ช่วยเหลือดูแลความเรียบร้อย" ในยามที่ท่านอ๋องประทับอยู่จวน ทว่าเจตนาที่แท้จริงนั้นกระจ่างแจ้งเสียยิ่งกว่าดวงตะวันยามเที่ยงวัน
หลี่ชิงหลันชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นและดุดันกำลังยืนประชิดตัวกับหลินฟางเซียน สตรีสามัญชนที่นางดูแคลนมาตลอด แววตาริษยาฉายวาบผ่านนัยน์ตาคู่สวยอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานน่าสงสาร นางย่อกายลงทำความเคารพอย่างชดช้อย
"คารวะท่านอ๋องเพคะ... หม่อมฉันเห็นว่าท่านตรากตรำกับราชกิจมาหลายวัน เกรงว่าพี่หญิงฟางเซียนจะดูแลไม่ทั่วถึง จึงถือวิสาสะเข้ามา..."
"ใครอนุญาตให้เจ้าเข้ามาเหยียบที่นี่" เสียงของเซียวหานจิ่งตวัดขึ้นทันควัน ไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ น้ำเสียงนั้นเยือกเย็นจนอุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงหลายองศา รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนหลี่ชิงหลันหน้าซีดเผือด
ทว่า หลินฟางเซียนกลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย นางหาได้แสดงความหึงหวงหรือเกรี้ยวกราดดังเช่นสตรีในเรือนหลังทั่วไปไม่ กลับกัน นางหยิบถ้วยชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น ดวงตาคู่คมกวาดมองใบหน้าตื่นตระหนกของหลี่ชิงหลันด้วยความรู้สึกขบขันระคนสมเพช
"คุณหนูหลี่ช่างมีน้ำใจยิ่งนัก..." หลินฟางเซียนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงไพเราะทว่าแฝงนัยยะเชือดเฉือน "แต่ทว่า... จวนอ๋องแห่งนี้ แม้แต่ใบไม้สักใบยังต้องผ่านการอนุญาตจากเปิ่นหวังเฟย (ชายาเอก) การที่ท่านถือวิสาสะก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญเช่นนี้ เกรงว่าจะไม่ใช่ความใส่ใจเสียแล้วกระมัง... หรือว่าที่บ้านของท่าน บิดามารดาไม่เคยอบรมสั่งสอนเรื่องมารยาทพื้นฐานของการเป็นแขก?"
หลี่ชิงหลันหน้าถอดสีทันที ริมฝีปากสั่นระริก "พี่หญิง... หม่อมฉัน... หม่อมฉันเพียงแต่หวังดี..."
"หวังดี หรือ หวังสิ่งอื่น?" หลินฟางเซียนตัดบท น้ำเสียงของนางเปลี่ยนเป็นเฉียบคมดุจใบมีดโกน นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเดินเข้าไปหาหลี่ชิงหลันทีละน้อย กลิ่นอายความกดดันจากสตรีผู้ผ่านความเป็นความตายในยุคศตวรรษที่ 21 และเล่ห์กลราชสำนักแผ่ขยายออกจนหลี่ชิงหลันต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว
"เจ้าจำใส่ใจเอาไว้ให้ดี..." หลินฟางเซียนโน้มใบเข้าไปกระซิบข้างหูของคู่แข่งสาวด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน "บัลลังก์ข้างกายท่านอ๋องผู้นี้... ต่อให้เจ้าเอาชีวิตเข้าแลก ก็ไม่มีวันเอื้อมถึง เพราะพื้นที่ตรงนั้น... มีเงาของข้าฝังรากลึกอยู่จนแม้แต่ลมหายใจของเขาก็ยังเป็นของข้า!"
เซียวหานจิ่งมองท่าทีองอาจและเฉลียวฉลาดของภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและพึงพอใจ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางเบา เขารู้ดีว่าสตรีในดวงใจของเขาผู้นี้ไม่เคยต้องพึ่งพาให้เขาออกโรงปกป้องในเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ นางเปรียบเสมือนพยัคฆ์สาวผู้สง่างาม ขยับกรงเล็บเพียงครั้งเดียวก็สามารถเด็ดหัวศัตรูได้โดยไม่ต้องออกแรง
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดและหลี่ชิงหลันกำลังจะเอ่ยปากแก้ตัว ขันทีเฒ่าคนสนิทประจำพระราชวังหลวงก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้านใน ถือม้วนพระราชโองการสีทองอร่ามประทับตราหยกแท้เข้ามาด้วยมือที่สั่นเทา
"พระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! ...ขอให้ท่านอ๋องและพระชายารับพระราชโองการ!"
เซียวหานจิ่งขมวดคิ้วมุ่นทันที แววตาคมกริบฉายประกายความระแวงสงสัยขึ้นชั่วพริบตา เขารับม้วนพระราชโองการมาคลี่ออกอ่านด้วยความรวดเร็ว ทว่าเพียงแค่กวาดสายตาผ่านตัวอักษรบรรทัดแรก ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เคยเยือกเย็นมาตลอด กลับเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดดุดันถึงขีดสุด กล้ามเนื้อบริเวณกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น
หลินฟางเซียนสังเกตเห็นความผิดปกติ นางหันไปมองสามีด้วยความกังวล "ท่านอ๋อง... เกิดอะไรขึ้นเพคะ?"
เซียวหานจิ่งมิได้ตอบคำถามในทันที เขากำม้วนพระราชโองการในมือแน่นจนกระดาษแทบแหลกคามือ ดวงเนตรสีนิลคู่นั้นกวาดมองหลินฟางเซียนด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนในห้องแทบหยุดนิ่ง
"ฮ่องเต้มีพระราชโองการ... ให้แต่งตั้ง 'องค์หญิงต่างแคว้น' เข้ามาเป็นพระชายารอง... โดยมีกำหนดการเดินทางมาถึงจวนอ๋องในคืนนี้!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลและคมดาบนี้เคียงข้างกันมา ณ ที่นี้นะครับ
ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด!•ตอนที่ 21
ศัตรูหัวใจปรากฏกาย
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!