ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด!•ตอนที่ 20

ความหึงหวงของท่านอ๋อง

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
“เจ้ากล้าดียังไงถึงได้ส่งสายตาแบบนั้นให้สตรีของเปิ่นหวาง!” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังก้องขึ้นภายในโถงรับรอง กลิ่นอายสังหารที่อบอวลอยู่รอบกายของเซียวหานจิ่งนั้นรุนแรงเสียจนเหล่าขุนนางที่ร่วมโต๊ะอาหารเสวยต้องลดสายตาลงต่ำ ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดเกรง สตรีผู้ที่เขากล่าวถึงคือหลินฟางเซียน นางนั่งนิ่งอยู่เคียงข้างเขา ดวงตากระจ่างใสราวกับธารน้ำฤดูใบไม้ผลิทอดมองจอกสุราในมืออย่างใจเย็น แม้จะรับรู้ได้ถึงพายุที่กำลังก่อตัวอยู่ข้างกายก็ตาม บุรุษผู้ถูกตวาดคือคุณชายตระกูลเว่ย ผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากชายแดนและดูจะหลงลืมกาลเทศะไปชั่วขณะด้วยความเสน่หาในรูปโฉมและสติปัญญาของพระชายาอ๋อง “ท่านอ๋อง... หม่อมฉันเพียงแค่ชื่นชมในความสามารถของพระชายาที่ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของท่านแม่ทัพเว่ยจนหายดี มิได้มีเจตนาล่วงเกิน...” คุณชายเว่ยพยายามประคองสติเอ่ยตอบ แต่เหงื่อกาฬกลับไหลซึมตามไรผม เซียวหานจิ่งแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูหลินฟางเซียน มือหนาเลื่อนไปวางทาบลงบนหลังมือของนางอย่างจงใจ ความร้อนจากอุ้งมือของเขาแผ่ซ่านผ่านผิวหนังของนาง “ความสามารถของนาง เป็นสิ่งที่เปิ่นหวางรับรู้เพียงผู้เดียว และสิทธิ์ในการชื่นชม... ก็เป็นของเปิ่นหวางแต่เพียงผู้เดียวเช่นกัน” หลินฟางเซียนปรายตามองสามีที่กำลังทำตัวเป็น ‘หมาหวงก้าง’ อย่างเปิดเผย นางไม่ได้ขัดขืน แต่กลับใช้ปลายนิ้วเขี่ยขอบจอกสุราเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่เปี่ยมไปด้วยชั้นเชิง “ท่านอ๋องอย่าได้กังวลไปเลยเจ้าค่ะ คุณชายเว่ยเพียงแค่ต้องการขอบคุณเรื่องยาที่ข้ามอบให้ อีกประการ... ท่านแม่ทัพเว่ยผู้อาวุโสยังรอพบท่านเพื่อปรึกษาเรื่องการจัดระเบียบกองทัพที่ชายแดน หากท่านมัวแต่ถือสาเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ เกรงว่าจะเสียการใหญ่” คำพูดของนางไม่ใช่แค่การห้ามปราม แต่มันคือการ ‘สั่งสอน’ ให้เขารู้จักวางตัวและใช้เหตุผลเหนืออารมณ์ เซียวหานจิ่งชะงักไปเล็กน้อย สายตาคมกริบดุจพยัคฆ์ยามล่าเหยื่ออ่อนแสงลงทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่สงบนิ่งของภรรยา เขาขยับกายเข้าใกล้จนไหล่ชิดกันมากขึ้น “งั้นรึ?” เขาถามย้ำ พลางตวัดสายตามองคุณชายเว่ยอีกครั้งด้วยแววตาที่สื่อความหมายว่า *‘ถ้าเจ้ายังไม่ถอยออกไป หุบเขาที่ชายแดนอาจกลายเป็นหลุมฝังศพของเจ้าแทน’* บรรยากาศในโถงกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง แม้เสียงดนตรีบรรเลงจะยังคงดำเนินอยู่ แต่ในสายตาของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น พวกเขารับรู้ได้ทันทีว่า เซียวหานจิ่งผู้นี้ มิใช่เพียงแค่บุรุษผู้ดุร้ายในสมรภูมิ แต่เขาคือบุรุษผู้มีความหึงหวงที่ไร้ขอบเขต หากใครกล้าแตะต้องสิ่งที่เขารัก ต่อให้มีตำแหน่งสูงส่งเพียงใด ก็มิอาจหลีกหนีคมดาบแห่งความพิโรธได้ “ท่านอ๋อง... หากไม่มีสิ่งใดแล้ว หม่อมฉันขอตัวไปพักผ่อนสักครู่ รู้สึกคลื่นไส้เล็กน้อยเจ้าค่ะ” หลินฟางเซียนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ นางกุมขมับแสร้งทำเป็นอ่อนเพลีย ท่าทีของเซียวหานจิ่งเปลี่ยนจากนักรบผู้เกรี้ยวกราดกลายเป็นสามีผู้เอาใจใส่ในทันที เขาช้อนตัวนางขึ้นสู่อ้อมแขนอย่างแผ่วเบา โดยไม่สนใจสายตาผู้คนนับร้อยในงานเลี้ยง “กลับเรือนกันเถอะ หากเจ้าไม่สบาย หมอหลวงคนไหนก็มิอาจรักษาได้ดีเท่ากับเปิ่นหวางหรอก” ทั้งสองเดินออกจากโถงท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางที่ต่างพากันซุบซิบ ทว่าเมื่อถึงศาลาทางเดินมืดมิดที่ห่างไกลจากสายตาผู้คน แววตาของหลินฟางเซียนกลับเปลี่ยนไปเป็นความเฉียบคม นางผลักอกสามีออกเบาๆ “ท่านอ๋อง... เมื่อครู่ท่านแสดงละครได้แนบเนียนยิ่งนัก แต่คนของท่านที่แฝงตัวอยู่หลังม่านไม้แกะสลักเมื่อครู่ กำลังส่งสัญญาณบางอย่างมา หากข้าคาดไม่ผิด ข่าวเรื่องการสับเปลี่ยนบัญชีคลังหลวงในมือท่าน คงรั่วไหลไปถึงหูของฮ่องเต้แล้ว” เซียวหานจิ่งเลิกคิ้วขึ้น มุมปากกระตุกยิ้มอย่างชั่วร้าย แววตาที่เคยหึงหวงเมื่อครู่บัดนี้กลับกลายเป็นนักกลยุทธ์ที่เจนจัด “เจ้าคิดว่าเปิ่นหวางพาเจ้าเดินออกมาเพราะหึงหวงเพียงอย่างเดียวหรือ? ข้าเพียงต้องการแยกตัวออกมาจาก ‘กับดัก’ ของฮ่องเต้ต่างหากเล่า” เขายื่นมือไปหยิบม้วนกระดาษลับที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ ส่งให้นางด้วยท่าทางที่ดูเหมือนคนกำลังโอบกอดนาง “ในงานเลี้ยงเมื่อครู่ ข้าเห็นขันทีคนสนิทของฮ่องเต้แอบวางบางอย่างไว้ในจอกสุราของเจ้า... สิ่งที่ข้าแสดงความหึงหวง ก็เพื่อให้คนเหล่านั้นเบนความสนใจไปที่อารมณ์ของข้า มิใช่การสังเกตว่าเจ้าดื่มสุราจอกนั้นเข้าไปหรือยัง” หลินฟางเซียนใจหายวาบ นางเปิดม้วนกระดาษออกอ่านเพียงครู่เดียว ก่อนที่สีหน้าจะแปรเปลี่ยนไป มือที่ถือกระดาษสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะความจริงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า มันไม่ใช่รายชื่อบัญชีคลังหลวง แต่มันคือรายชื่อ ‘คนของนาง’ ที่นางส่งไปแทรกซึมในกองทัพ ทั้งหมดถูกจับได้และถูกกักขังอยู่ในคุกใต้ดินหลวงเรียบร้อยแล้ว ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์เสื้อแพรดังขึ้นรอบทิศทาง พร้อมกับพระราชโองการฉบับด่วนที่ถูกชูขึ้นโดยหัวหน้าองครักษ์ผู้มีใบหน้าไร้อารมณ์ “พระราชโองการ... กักบริเวณพระชายาหลินฟางเซียน ข้อหาเป็นสายลับต่างแคว้น!” เซียวหานจิ่งชักกระบี่ออกจากฝักในพริบตา กลิ่นคาวเลือดเริ่มลอยคลุ้งในอากาศท่ามกลางแสงจันทร์ที่ดับมืดลงกะทันหัน การเดินทางผ่านเล่ห์กลและคมดาบนี้ ยังคงมีเดิมพันที่ใหญ่กว่ารอท่านอยู่เสมอ - เฉินเว่ยสายลุย
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%