ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด!•ตอนที่ 13

ร่วมมือชิงอำนาจ

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงกระเบื้องเคลือบสีครามล้ำค่ากระทบลงบนโต๊ะไม้จันทน์แดงดัง *กริ๊ก* เบา ๆ ทว่าก้องกังวานบาดลึกในความเงียบสงัดของห้องหนังสือบูรพา หลินฟางเซียนมิได้ปรายตามองถ้วยชาที่เพิ่งถูกวางลง นางกำลังจรดพู่กันขนหมาป่าลงบนกระดาษซวนจื่อเนื้อดีอย่างใจจืดใจจอด หมึกสีดำสนิทถูกลากผ่านเป็นเส้นสายพู่กันที่คมกริบและเฉียบขาด ราวกับคมดาบที่กำลังกรีดเฉือนแผนผังอำนาจของราชสำนักยุคต้าเฉินให้ขาดออกเป็นเสี่ยง ๆ “หากท่านอ๋องยังทรงใช้สายตาเช่นนั้นมองหม่อมฉัน เกรงว่าแผนการชิงตัดหน้าคลังเสบียงมณฑลเจียงหนานคืนนี้ คงต้องยืดเยื้อไปถึงปีหน้ามะโรงโน้นกระมังครับ” ฟางเซียนเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง ปลายพู่กันยังคงตวัดอย่างมั่นคง เซียวหานจิ่ง ชินอ๋องผู้เยือกเย็นและดุร้ายจนแม้แต่ขุนนางกังฉินยังต้องตัวสั่นยามได้ยินพระนาม บัดนี้กลับมิได้ถือสาหาความวาจาอาจหาญของชายาตนแม้แต่น้อย ดวงเนตรคมปลาบสีนิลกาฬทอดมองร่างระหงในชุดฮั่นfuปักลายหงส์เพลิงสีชาดด้วยประกายความลุ่มหลงที่ยากจะปิดมิด แม้ในยามที่บ้านเมืองกำลังระอุด้วยไฟสงครามการเมือง แต่นางกลับคือสมบัติล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวที่เขายอมก้มหัวให้ “เปิ่นหวังเพียงแต่คิดว่า…” เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังอย่างไร้สุ้มเสียง ฝ่ามือหนาเอื้อมออกไปกุมทับมือเรียวที่กำลังถือพู่กันไว้ ปลายจมูกโด่งเป็นสันสูดดมกลิ่นกายหอมละมุนของสมุนไพรจีนจาง ๆ จากเรือนร่างของนาง “...มือคู่นี้ควรใช้สำหรับปรุงโอสถช่วยชีวิตผู้คน หรือไม่ก็สวมกอดเปิ่นหวังในยามค่ำคืน มิใช่มาจรดหมึกวางแผนสังหารคนตระกูลหลี่เช่นนี้” ฟางเซียนชะงักมือเล็กน้อย นางผ่อนลมหายใจออกมาช้า ๆ ก่อนจะเอี้ยวคอหันไปสบตาคมกริบของสามี “คนตระกูลหลี่เหยียบย่ำบิดาหม่อมฉันมานานเท่าไหร่แล้วพเพคะ... เอ่อ, พระองค์ท่าน?” นางเผลอหลุดคำเรียกขานในยุคปัจจุบันออกมาตามความคุ้นชิน แต่เสี้ยววินาทีต่อมาก็รีบปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบ “เสนาบดีหลี่คิดใช้ข้อหา ‘ลักลอบค้าขายเกลือเถื่อน’ มาโค่นล้มอำนาจทางทหารของท่านอ๋อง หากคืนนี้เราไม่ตัดมือและเท้าของมันเสียก่อน เกรงว่าราชโองการปลดตำแหน่งชายา คงลอยมาถึงตำหนักก่อนที่ตะวันขึ้นในวันพรุ่งนี้เป็นแน่” ความดุร้ายในแววตาของเซียวหานจิ่งวาบขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นล้ำลึกที่มอบให้แค่นางผู้เดียว นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่หลุดรุ่ยข้างแก้มเนียนนุ่มอย่างเบามือ “กล้าดีอย่างไร... ถึงคิดจะแตะต้องชายาของเปิ่นหวัง” น้ำเสียงของชินอ๋องราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่ทำให้อากาศรอบกายลดฮวบลงจนหนาวเยือก “ตระกูลหลี่หนุนหลังด้วยองค์รัชทายาท คิดว่ากุมความลับเรื่องเหมืองทองแดงลับที่เจียงหนานไว้ในมือ แล้วจะสามารถบงการใต้หล้าได้กระนั้นหรือ? หึ... ช่างโง่เขลาสิ้นดี” “เพราะพวกมันโง่เขลา หม่อมฉันจึงต้องยืมมือท่านอ๋องแสดงละครฉากใหญ่ให้พวกมันดูอย่างไรเล่าเจ้าคะ” ฟางเซียนวางพู่กันลง หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับสวามีอย่างเต็มตัว ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์ทอประกายระยับ “ในเมื่อพวกมันต้องการหลักฐานการทุจริตคลังเสบียง เราก็ ‘ประทาน’ หลักฐานชิ้นโบว์แดงให้พวกมันเสียเลย... หลักฐานที่ปลอมแปลงขึ้นอย่างแนบเนียนด้วยลายมือของเสนาบดีหลี่เอง พร้อมกับยาพิษสลายวิญญาณที่หม่อมฉันเพิ่งสกัดขึ้นมาใหม่” เซียวหานจิ่งเลิกคิ้วหนาขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนใจ “ยาพิษสลายวิญญาณ? ออกฤทธิ์เช่นไรเล่าชายาของเปิ่นหวัง” “ไร้สี ไร้กลิ่น และไร้รสชาติครับ” ฟางเซียนแย้มยิ้มมุมปากอย่างงดงามแต่เยือกเย็น “ผู้ที่ถูกพิษนี้เข้าไป จะมีอาการคล้ายโรคลมชักกำเริบอย่างกะทันหันในยามดึก แพทย์หลวงคนใดก็ตรวจไม่พบร่องรอยการถูกลอบสังหาร จะสรุปความได้เพียงว่า ‘หัวใจวายตายตามธรรมชาติ’ เท่านั้น… เหมาะยิ่งนักสำหรับการส่งเสนาบดีหลี่ไปเฝ้ารากไม้ในคืนนี้” ชินอ๋องนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดพระเนตรหัวسراออกมาเบา ๆ แววตาทอดมองภรรยาด้วยความรู้สึกระคนทึ่งและคลั่งไคล้จนแทบคลั่ง สตรีในดวงใจของเขาผู้นี้ ไม่เพียงแต่รักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ปาฏิหาริย์ แต่เล่ห์เหลี่ยมกลยุทธ์ทางการเมืองและการชิงอำนาจของนางยังเฉียบคมและเลือดเย็นยิ่งกว่าขุนนางเฒ่าในสภาสูงเสียอีก นางคืออาวุธที่อันตรายที่สุดในใต้หล้า... และเขาก็หลงรักคมดาบเล่มนี้จนโงหัวไม่ขึ้น “ยอดเยี่ยม” เซียวหานจิ่งยกยอด้วยรอยยิ้มมุมปาก “เปิ่นหวังจะสั่งการให้หน่วยเงาโลหิตลอบเข้าไปสับเปลี่ยนบัญชีลับในห้องหนังสือของเสนาบดีหลี่ในยามสาม ส่วนเรื่องยาพิษ... ยกให้เป็นหน้าที่ของเจ้าเถอะชายาข้า” “หาได้ยากนักที่ท่านอ๋องจะทรงมีรับสั่งเข้าขา” ฟางเซียนโค้งกายคารวะอย่างงดงามตามธรรมเนียมโบราณ ทว่าในจังหวะนั้นเอง สัญชาตญาณแพทย์ยุคปัจจุบันของนางก็สะกิดเตือนภัยขึ้นอย่างรุนแรง *กึก!* เสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับขนนกเหยียบบนหลังคากระเบื้องด้านนอกดังขึ้นเพียงแผ่วเบา แต่กลับไม่รอดพ้นประสาทสัมผัสอันเป็นเลิศของยอดฝีมืออย่างเซียวหานจิ่งและหมออัจฉริยะเช่นนาง เซียวหานจิ่งก้าวเข้ามาดึงร่างของฟางเซียนเข้าสู่อ้อมกอดแกร่งทันที มือขวาตวัดกระชับกริชทองคำขาวที่ซ่อนไว้ข้างเอว ดวงตาดุร้ายกวาดมองไปทางบานหน้าต่างกระดาษสาที่เงาตะคุ่มของใครบางคนกำลังทาบทับอยู่ “ใครอยู่ข้างนอก!” ชินอ๋องตวาดกร้าว พร้อมกับซัดพลังลมปราณกระแทกบานหน้าต่างจนแตกกระจายออกเป็นเสี่ยง ๆ ท่ามกลางเศษไม้ที่ปลิวว่อน ร่างในชุดดำสนิทของนักฆ่าผู้หนึ่งร่วงหล่นลงมาคุกเข่าอยู่กลางห้อง พร้อมกับกระอักเลือดสีดำคล้ำออกมาคำโต ดวงตาของนักฆ่าผู้นั้นเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ก่อนจะชี้ปลายนิ้วสั่นเทามาที่โต๊ะหนังสือของฟางเซียน บนโต๊ะ... ถ้วยชาผสมยาพิษสลายวิญญาณที่ฟางเซียนเพิ่งรินไว้สำหรับใช้ในแผนการคืนนี้ บัดนี้ถูกใครบางคนยกขึ้นจิบไปแล้วครึ่งถ้วย! และคนที่นอนฟุบหมดสติอยู่ริมเสาห้อง... กลับไม่ใช่ศัตรูภายนอก แต่เป็น ‘องค์ชายรอง’ พระเชษฐาต่างมารดาของเซียวหานจิ่ง ที่แอบลอบเข้ามาในตำหนักเพื่อขโมยแผนลับ โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยแม้แต่น้อย! ทุกท่านครับ เรื่องราวช่างเข้มข้นขึ้นทุกขณะจิต ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลและคมดาบนี้ไปด้วยกันนะครับ - เฉินเว่ยสายลุย
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%