ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด!•ตอนที่ 12

คืนใจที่เริ่มสั่นคลอน

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
“เจ้ากล้าดียังไงถึงคิดจะสลัดมือข้าทิ้งในยามที่เลือดจะไหลหมดตัวเช่นนี้ หลินฟางเซียน!” สุ้มเสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์บาดเจ็บดังก้องไปทั่วกระท่อมร้างกลางป่าลึก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นชื้นของผืนป่าหลังพายุฝนกระหน่ำ เซียวหานจิ่งในชุดฉลองพระองค์สีเข้มที่บัดนี้กลายเป็นสีดำสนิทด้วยคราบเลือดทรุดกายลงพิงผนังไม้ผุพัง มือแกร่งกุมบาดแผลฉกรรจ์ที่สีข้างไว้อย่างแน่นหนา ดวงตาคมกริบดุจใบมีดจ้องมองสตรีตรงหน้าที่กำลังเร่งรีบจัดแจงเครื่องมือแพทย์จากย่ามหนังใบเก่า หลินฟางเซียนไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองแววตาดุดันนั้น นางกัดริมฝีปากแน่น มือไม้สั่นเทาเล็กน้อยแต่ทว่าหนักแน่นในการหยิบจับเข็มและด้าย “หากท่านอ๋องยังไม่หยุดตะคอก แล้วยอมอยู่นิ่งๆ ให้หมออย่างหม่อมฉันทำแผล ชีวิตของท่านก็คงจบลงที่กระท่อมผุพังนี่แหละเพคะ ไม่ต้องรอให้ศัตรูตามมาทันหรอก” นางตวัดสายตาขึ้นสบกับคนตรงหน้า แววตาของนางมิได้มีความเกรงกลัวในอำนาจบารมีที่เขาสั่งสมมานับสิบปีแม้แต่น้อย มันคือแววตาของผู้กุมชีวิตที่เขากำลังต้องการในยามนี้ เซียวหานจิ่งชะงักไปชั่วครู่ แววตาที่เคยวาวโรจน์ด้วยโทสะเปลี่ยนเป็นความสับสนที่ยากจะอธิบาย เขาเฝ้ามองสตรีที่เขาเคยตั้งแง่รังเกียจ สตรีที่เขาเคยเพียรพยายามจะหย่าขาดนับครั้งไม่ถ้วน แต่ในวินาทีที่เขาสิ้นไร้หนทางกลางดงศัตรู กลับเป็นนางที่ฉุดกระชากเขากลับมาจากปากเหวแห่งความตาย “เจ้าไม่ควรอยู่ที่นี่” เสียงของเขาสั่นพร่า แฝงไปด้วยความรู้สึกที่เริ่มสั่นคลอน “การช่วยข้าหมายความว่าเจ้ากำลังเอาคอไปพาดบนคมดาบของพวกกบฏ” “เรื่องนั้นหม่อมฉันทราบดีเพคะ” ฟางเซียนตอบเสียงเรียบ พลางใช้มีดขนาดเล็กกรีดเนื้อผ้าส่วนที่ติดกับแผลออก เผยให้เห็นรอยแผลที่ลึกจนน่าตกใจ ความเย็นเฉียบของอากาศยามค่ำคืนทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน นางขยับกายเข้าไปใกล้ขึ้นจนลมหายใจของทั้งคู่รินรดกัน ไออุ่นจากร่างกายของนางที่แผ่ออกมาปะทะกับอกกว้าง ทำให้หัวใจที่เคยเยือกเย็นของบุรุษผู้กุมชะตาฟ้าเกิดจังหวะที่ผิดเพี้ยนไป บรรยากาศรอบกายบีบคั้นราวกับเงาของมัจจุราชที่คืบคลานเข้ามาใกล้กระท่อมผ่านทางสายฝนที่ยังคงโปรยปราย ฟางเซียนต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการควบคุมมือไม่ให้สั่นในยามที่ต้องเย็บแผลสดให้เขา ความใกล้ชิดที่ไร้ระยะห่างนี้ทำให้หัวใจของนางเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ นางสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นใต้ฝ่ามือ และความร้อนผ่าวจากผิวเนื้อของเขาที่สื่อถึงความเจ็บปวดที่เขาพยายามสะกดกลั้น “เหตุใดจึงต้องเป็นเจ้า...” เซียวหานจิ่งพึมพำขณะเฝ้ามองนิ้วเรียวสวยที่จัดการกับด้ายอย่างคล่องแคล่ว “เจ้าเกลียดข้าไม่ใช่หรือ? เจ้าพยายามหนีจากข้ามาตลอดมิใช่หรือ?” ฟางเซียนหยุดมือลงครู่หนึ่ง แววตาของนางวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด “หม่อมฉันเกลียดท่านอ๋องเพคะ เกลียดความเผด็จการ ความเย็นชา และความเย่อหยิ่งของท่าน... แต่หมอจะไม่ปล่อยให้คนไข้ต้องตายตรงหน้า หากหมอยังมีปัญญาช่วยได้” นางก้มลงจัดการแผลต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาซักไซ้ต่อ ความเงียบโรยตัวเข้าปกคลุม มีเพียงเสียงฝนตกกระทบหลังคาและเสียงฟืนปะทุในเตาไฟเล็กๆ ที่นางจุดไว้ชั่วคราว ความเงียบนั้นช่างอึดอัดและซับซ้อน มันมิใช่ความเงียบของศัตรู แต่เป็นความเงียบของสองหัวใจที่กำลังชั่งใจกับความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสมรภูมิ เซียวหานจิ่งมองดูใบหน้าด้านข้างของนาง แสงไฟจากกองฟืนขับให้ผิวพรรณของนางดูนวลละออราวกับหยกขาวที่ผ่านการเจียระไนมาอย่างดี ความเด็ดเดี่ยวในดวงตาคู่นั้นทำให้เขารู้สึกเลื่อมใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่เคยเห็นสตรีใดที่มีความกล้าหาญและเยือกเย็นได้ถึงเพียงนี้ แม้แต่ในยามที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย “หากข้ารอดไปได้...” เขากล่าวเสียงแหบพร่า “ข้าจะให้ในสิ่งที่เจ้าต้องการ” ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาของนางเต็มไปด้วยความนัย “สิ่งที่หม่อมฉันต้องการ ท่านให้อิสระแก่หม่อมฉันไม่ได้หรอกเพคะ ท่านอ๋อง” นางมัดปมด้ายสุดท้ายด้วยความชำนาญ ก่อนจะหยิบผ้าพันแผลสะอาดมาพันรอบเอวสอบของเขา ในจังหวะที่นางโอบแขนผ่านหลังเขาเพื่อพันผ้า สายตาทั้งคู่ก็ประสานกันอย่างจัง—สายตาของนักล่าที่เริ่มหลงรักเหยื่อ และสายตาของเหยื่อที่เริ่มมองเห็นหัวใจของนักล่า ความร้อนแรงจากสัมผัสบีบให้เซียวหานจิ่งต้องตัดสินใจ เขาคว้าข้อมือนางไว้แน่น แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงจนเกือบจะเป็นการเว้าวอน “ไม่ว่าจะเป็นอิสระหรือสิ่งใด หากมันทำให้ข้าต้องเสียเจ้าไป... ข้าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด” ทว่าก่อนที่ฟางเซียนจะทันได้ตอบโต้ เสียงกิ่งไม้หักดังสนั่นจากภายนอกทำให้ทั้งคู่ต้องชะงัก สายฝนที่เงียบสงบไปครู่หนึ่งกลับถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนที่ล้อมรอบกระท่อมเอาไว้ ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวเข้าครอบงำทันที ประตูไม้เก่าถูกกระแทกจนพังครืนเข้ามา พร้อมกับร่างของบุรุษในชุดดำนับสิบคนที่มีตราประทับของราชสำนักฝ่ายตรงข้าม เซียวหานจิ่งเตรียมจะลุกขึ้นสู้แม้จะบาดเจ็บ แต่ฟางเซียนกลับคว้ามือเขาไว้แน่น นางขยับมาบังหน้าเขาพร้อมกับหยิบขวดแก้วเล็กๆ ที่มีสารสีเขียวเรืองแสงออกมาจากกระเป๋าสะพาย “ท่านอย่าขยับ... นี่ไม่ใช่แค่ศัตรูธรรมดา” ฟางเซียนกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนถึงกระดูก “ข้างหลังท่าน... มีคนทรยศจากในวังหลวงตามมาเก็บกวาดงานนี้ด้วยตัวเอง” เซียวหานจิ่งเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสีดำรูปร่างสูงโปร่งเดินแทรกกลุ่มมือสังหารเข้ามา ผู้นั้นสวมหน้ากากเงินครึ่งซีกและถือจดหมายประทับตราลับที่เขาคุ้นตาเป็นอย่างดี... ตราประทับของ ‘ชายาเอก’ ของเขาเองที่เพิ่งเสียชีวิตไป หรือว่าสิ่งที่เขารู้มาตลอดจะผิดพลาดไปหมดสิ้น ทุกท่านครับ เรื่องราวช่างเข้มข้นขึ้นทุกขณะจิต ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลและคมดาบนี้ไปด้วยกันนะครับ - เฉินเว่ยสายลุย
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%