กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมราคาแพงลอยอวลเคล้าบรรยากาศภายในห้องทรงอักษรของตำหนักบูรพา ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาจากบาดแผลเก่าของเซียวหานจิ่งได้เลย
นิ้วเรียวยาวดั่งหยกสลักของหลินฟางเซียนกำลังบรรจงฝนแท่งหมึกบนจานหวดซืออย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง ทว่าดวงตาหงส์คู่นั้นมิได้มองแผ่นกระดาษตรงหน้า หากแต่จับจ้องไปยังเงาร่างสูงสง่าที่กำลังตวัดพู่กันเขียนฎีกาถวายฮ่องเต้อย่างไม่ยอมพักผ่อน บุรุษผู้นี้ไม่เคยรู้จักคำว่าอ่อนล้าต่อหน้าผู้คน แต่ในฐานะแพทย์ผู้กุมความลับทางร่างกายของเขา นางย่อมรู้ดีว่าเส้นประสาทและลมปราณของเซียวหานจิ่งในยามนี้ตึงเครียดเพียงใด
"ท่านอ๋อง... หมึกเจือจางเกินไปแล้วเพคะ" หลินฟางเซียนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าแฝงร่องรอยความเตือนสติ
เซียวหานจิ่งชะงักพู่กันในมือเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นสบตาภรรยาผู้ฉลาดล้ำลึก แววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีที่มักใช้กดดันขุนนางในท้องพระโรงยามนี้กลับทอประกายอ่อนแสงลงยามมองนาง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย คล้ายจะเยาะหยันตนเอง "เจ้ามักจะหาเรื่องดุข้าด้วยเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้เสมอ... ฟางเซียน"
"เพราะเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ มักเป็นจุดเริ่มต้นของความหายนะครั้งใหญ่เสมอเพคะ" หลินฟางเซียนวางแท่งหมึกลง นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทรงอักษร กลิ่นกายหอมกรุ่นของสมุนไพรจีนโชยเข้าจมูกของเซียวหานจิ่ง ทำให้อาการปวดศีรษะจากพิษเรื้อรังทุเลาลงอย่างน่าประหลาด
เซียวหานจิ่งวางพู่กันลง เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือนุ่มของนางเอาไว้แล้วดึงเข้าหาตัวเบาๆ ให้ร่างบางทรุดตัวลงนั่งบนตักกว้างของตนตามความเคยชิน แม้ในยามวิกฤตที่ราชสำนักกำลังแบ่งฝักฝ่ายอย่างดุเดือด บุรุษผู้นี้ก็ยังคงถือวิสาสะแสดงความคลั่งรักออกมาอย่างไร้ยางอายต่อหน้าความตายที่คืบคลานเข้ามา
"ปล่อยก่อนเถอะเพคะ หม่อมฉันจะตรวจชีพจรให้ท่าน" หลินฟางเซียนเอ่ยเตือนเสียงดุ นางพยายามดึงข้อมือออก แต่มีหรือที่แรงสตรีจะสู้แรงของแม่ทัพผู้กุมกองทัพพยัคฆ์ทมิฬได้ เซียวหานจิ่งกลับยิ่งกระชับวงแขนกอดเอวคอดกิ่วของนางแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าร่างในอ้อมกอดจะสลายหายไปในอากาศ
"ให้ข้าได้กอดเจ้าเช่นนี้สักเค่อเถอะ... ข้างนอกนั่น ลมพายุเริ่มตั้งเค้าแล้ว" เซียวหานจิ่งซบใบหน้าลงบนลาดไหล่บอบบางของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้หลินฟางเซียนต้องหลบตาลงซ่อนความหวั่นไหว
ใช่... พายุลูกใหญ่กำลังจะมาถึง ข่าวกรองจากหน่วยลับรายงานว่า "องค์ชายรอง" และ "อัครเสนาบดีหลี่" กำลังเดินหมากตาสำคัญเพื่อกำจัดเสี้ยนหนามอย่างเซียวหานจิ่งให้สิ้นซากในงานเลี้ยงรับรองทูตต่างเมืองค่ำคืนนี้
ในขณะที่บรรยากาศกำลังเงียบสงบและเต็มไปด้วยความลึกซึ้ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงรายงานของพ่อบ้านหลี่ที่ยืนอยู่ด้านนอก
"ท่านอ๋อง... พ่อครัวหลวงนำซุปโสมหมื่นปีที่ใต้เท้าฮ่องเต้ทรงพระราชทานมาให้เพื่อบำรุงพระวรกายพ่ะย่ะค่ะ"
เซียวหานจิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาคู่คมฉายแววเยียบเย็นขึ้นมาทันที ฮ่องเต้ระแวงเขาทุกฝีก้าว การประทานซุปบำรุงกลางดึกเช่นนี้หาใช่ความห่วงใยไม่ หากแต่เป็นการทดสอบอำนาจและการเมืองในวังหลวง
แต่ก่อนที่เซียวหานจิ่งจะทันเอ่ยปากปฏิเสธ หลินฟางเซียนกลับยกมือขึ้นแตะริมฝีปากของเขาไว้ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบางอย่างที่ผิดปกติ... กลิ่นอายของความตายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้กลิ่นหอมหวานของโสม
"ให้เข้ามาเถอะเพคะ" หลินฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท ทว่าแววตากลับคมกริบราวน้ำแข็งพันปี
พ่อบ้านหลี่ผลักประตูก้าวเข้ามาพร้อมกับถาดกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด บนนั้นมีถ้วยซุปกระเบื้องลายครามส่งควันกรุ่นสีขาวลอยขึ้นมาจางๆ
"วางไว้แล้วออกไปซะ" เซียวหานจิ่งออกคำสั่งเสียงทุ้มต่ำ
"รับด้วยพ่ะย่ะค่ะ" พ่อบ้านหลี่ก้มหน้ารับคำแล้วถอยออกไปอย่างรู้ความ ทว่าก่อนจะปิดประตู หลินฟางเซียนสังเกตเห็นประกายตาไหววูบและความลังเลเล็กน้อยบนใบหน้าของบ่าวไพร่ผู้นั้น ซึ่งเป็นพิรุธที่แม้แต่เซียวหานจิ่งก็ยังไม่ทันสังเกต
หลินฟางเซียนผุดลุกขึ้นจากตักของสามี นางเดินเข้าไปใกล้ถ้วยซุป ร่างระหงก้มลงสูดดมกลิ่นไอน้ำที่ลอยขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ใบงามจะซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
"พิษ...!" หลินฟางเซียนอุทานเบาๆ แต่น้ำหนักเสียงนั้นจริงจังจนเซียวหานจิ่งต้องลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
"พิษอันใด?" เซียวหานจิ่งสาวเท้าเข้ามาใกล้
"พิษร้อยรากไร้เงา..." หลินฟางเซียนกัดริมฝีปากแน่น มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโกรธ "เป็นพิษโบราณที่ไร้สีไร้กลิ่น เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปกัดกร่อนอวัยวะภายในและเส้นลมปราณในเวลาเพียงหนึ่งก้านธูป ผู้ที่ดื่มเข้าไปจะกระอักเลือดตายอย่างทรมานโดยแพทย์หลวงทั่วไปไม่สามารถตรวจพบสาเหตุได้ นึกไม่ถึงว่าพวกมันจะกล้าลงมือถึงในตำหนักบูรพา!"
เซียวหานจิ่งก้มมองถ้วยซุปตรงหน้า ใบหน้าคมคายฉายแววดุดันขึ้นมาทันท่วงที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น "ดี... ช่างกล้าหาญนัก"
"ท่านอย่าเพิ่งใจร้อนเพคะ" หลินฟางเซียนสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา ในฐานะแพทย์ยุคปัจจุบันและชายาของเขา นางจะปล่อยให้คนผู้นี้ตกหลุมพรางไม่ได้เด็ดขาด "ในเมื่อพวกมันกล้าส่งยาพิษมา ก็แสดงว่าพวกมันต้องเตรียมแผนการขั้นต่อไปไว้รอแล้ว หากท่านไม่ดื่ม... พวกมันย่อมมีข้ออ้างกล่าวหาว่าท่านขัดราชโองการและไม่เคารพฮ่องเต้ แต่หากท่านดื่ม..."
"ข้าก็ตาย" เซียวหานจิ่งต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับชีวิตของตนเองเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศ
"ถูกต้องเพคะ ดังนั้น..." หลินฟางเซียนหันมามองหน้าสามี แววตาของนางเด็ดเดี่ยวและมั่นคงยิ่งกว่าสิ่งใด "หม่อมฉันจะไม่ยอมให้ท่านดื่มมันเด็ดขาด"
"ฟางเซียน..."
"แต่ในเมื่อถ้วยนี้ถูกส่งมาถึงมือเราแล้ว เราก็ต้องเล่นละครตามบทที่พวกมันวางไว้" หลินฟางเซียนหยิบเข็มเงินยาวสำหรับทดสอบพิษขึ้นมา ทว่านางกลับวางมันลงและหยิบขวดหยกขนาดเล็กจากแขนเสื้อออกมาแทน นางเทหยดของเหลวใสแจ๋วลงไปในถ้วยซุปสามหยด
"นี่คือ...?" เซียวหานจิ่งเลิกคิ้วมองอย่างสนอกสนใจ
"ยาสลายพิษย้อนรอยเพคะ" หลินฟางเซียนยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่งดงามแต่งดงามหยาดเยิ้มจนน่ากลัว "มันจะเปลี่ยนพิษร้อยรากไร้เงาให้กลายเป็นเพียงน้ำแกงรสชาติแปลกประหลาด แต่ในขณะเดียวกัน... หากใครก็ตามที่ได้รับพิษนี้เข้าไปแม้แต่หยดเดียวในภายหลัง มันจะสะท้อนฤทธิ์กลับไปทำลายคนผู้นั้นเป็นร้อยเท่า"
เซียวหานจิ่งมองภรรยาของตนด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งทึ่ง หลงใหล และพึงพอใจยิ่ง สตรีในดวงใจของเขามิใช่ดอกไม้บอบบางในเรือนหลัง นางคือพยัคฆ์ซ่อนเล็บผู้พร้อมจะฉีกกระชากศัตรูให้แหลกเป็นจุลเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา
"ถ้าเช่นนั้น..." เซียวหานจิ่งยื่นมือไปหยิบถ้วยกระเบื้องลายครามขึ้นมา ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในน้ำซุปสีใส "ในเมื่อชายาของข้าปรุงยาแก้พิษไว้รอท่าแล้ว ข้าจะยอมดื่มเป็นเพื่อนพวกมันสักตั้งก็ไม่เสียหาย"
"ท่านอ๋อง! อย่าเพิ่ง..." หลินฟางเซียนยังไม่ทันได้ห้ามปราม เซียวหานจิ่งก็ยกถ้วยซุปขึ้นจรดริมฝีปากแล้วกระทกดื่มลงไปจนหมดคราบในรวดเดียว!
"ท่านบ้าไปแล้วหรือไร!" หลินฟางเซียนตกใจจนหน้าถอดสี นางรีบคว้าข้อมือเขาเพื่อตรวจชีพจรทันที
ทว่า... ในวินาทีที่หยดสุดท้ายไหลลงคอของเซียวหานจิ่ง ดวงตาคมกริบของบุรุษผู้ทรงอำนาจกลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายสูงใหญ่เซถลาไปข้างหลังเล็กน้อยก่อนจะทรุดฮวบลงนั่งคุกเข่ากับพื้นห้อง!
เลือดสีดำสนิทพุ่งทะלטออกจากปากของเซียวหานจิ่งทันที! หยดเลือดหยดลงกระทบพื้นพรมปักลายหงส์ทองจนเกิดเป็นควันจางๆ ส่งกลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
"ท่านอ๋อง! เซียวหานจิ่ง!" หลินฟางเซียนหวีดร้องสุดเสียง ร่างบางพุ่งเข้าไปประคองร่างที่กำลังหมดสติของสามีไว้อย่างลนลาน นางรีบควานหาเข็มเงินชุดใหญ่ในกระเป๋าเสื้อเพื่อฝังลงบนจุดชีพจรสำคัญเพื่อสกัดพิษ แต่ทว่า... ปลายเข็มเงินที่สัมผัสถูกผิวกายของเขากลับกลายเป็นสีดำสนิทในพริบตา!
นี่มันไม่ใช่พิษร้อยรากไร้เงาธรรมดา!
ดวงตาของหลินฟางเซียนเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด หัวใจของนางกระตุกวูบราวกับตกลงไปในเหวลึก พิษนี้ถูกซ้อนกลไว้อีกชั้นหนึ่ง! มันคือพิษสลายวิญญาณโบราณที่นางไม่เคยพบเจอในตำราการแพทย์เล่มใดเลย!
"ฟาง... เซียน..." เซียวหานจิ่งฝืนลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ริมฝีปากหนาเปรอะเปื้อนด้วยเลือดสีดำสนิท มือหนาที่เคยทรงพลังและกุมชะตาบ้านเมืองกลับสั่นเทาขณะเอื้อมมาสัมผัสแก้มเนียนของนาง "อย่า... ร้องไห้..."
"หุบปากเสีย! ท่านห้ามตายนะ! ได้ยินไหมว่าข้าไม่อนุญาตให้ท่านตาย!" หลินฟางเซียนพยายามกดฝังเข็มลงไปบนจุดชีพจรหัวใจ แต่วิญญาณและลมปราณของเขากลับดับวูบลงต่อหน้าต่อตาอย่างไร้ทางต้านทาน
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องทรงอักษรก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของทหารองครักษ์นับสิบนายกรูเข้ามาล้อมรอบห้องไว้ พร้อมกับเงาร่างของขันทีผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ถือราชโองการสีทองอร่ามในมือ
"ฮ่องเต้มีพระราชโองการ...!" ขันทีเฒ่าเอ่าเสียงแหลมสูงประกาศก้อง "ท่านอ๋องเซียวหานจิ่ง ฝ่าฝืนกฎมณเฑียรบาลและถูกลอบปลงพระชนม์สิ้นพระชนม์แล้ว! ส่วนชายาหลินฟางเซียน... มีความผิดฐานร่วมมือกับกบฏ วางยาพิษสามีตนเอง นำตัวไปคุกใต้ดินหลวงทันที!"
หลินฟางเซียนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากร่างที่ไร้สติของสามี แววตาหงส์ที่เคยสงบนิ่งบัดนี้ลุกโชนด้วยเพลิงแค้นที่แผดเผาทุกสิ่ง นางค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่ามกลางวงล้อมของคมดาบที่ชี้ตรงมายังนาง พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปากซึ่งทำให้ขันทีเฒ่าถึงกับผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านวิกฤตนี้ไปพร้อมกับ "เฉินเว่ยสายลุย" นะครับ
ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด!•ตอนที่ 25
การลอบวางยาครั้งใหญ่
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!