กลิ่นอายโชยของสนิมเหล็กและคาวเลือดคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน แผ่ซ่านตลบอบอวลอยู่ภายใต้ผืนผ้าแพรต่วนสีชาดของเตียงมังกรสลักลายวิจิตร
เซียวหานจิ่งทรุดร่างลงพิงพนักเตียงอย่างหมดแรง ลมหายใจของบุรุษผู้เคยเป็นดั่งพญายมแห่งสนามรบ บัดนี้กลับบางเบาราวสายหมอกยามอรุณรุ่ง พระพักตร์ซีดขาวไร้สีเลือด หยดโลหิตสีดำคล้ำยังคงไหลรินไม่ขาดสายจากมุมพระโอษฐ์ พิษกู่มิตราคมที่ถูกซัดเข้ามาในถ้วยสุชาตินั้นร้ายกาจเกินกว่าที่คณาแพทย์หลวงผู้เฒ่าทั้งสิบคนจะหาหนทางแก้ได้ ทว่าสิ่งสำคัญยิ่งกว่าพิษร้ายในกาย คือปณิธานเด็ดเดี่ยวในดวงตาหงส์ของสตรีที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องพระพักตร์
"ฟางเซียน... เจ้าถอยไป"
น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยอย่างยากลำบาก พระเนตรคมกริบที่เคยทอดมองใต้หล้าด้วยความเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับฉายแววเวทนาและหวาดหวั่นระคนกัน พระหัตถ์หนาสั่นเทาเอื้อมออกหมายจะปัดป้องร่างบอบบางที่กำลังก무งเข็มเงินเล่มยาวขึ้นสะท้อนกับแสงตะเกียงน้ำมันหอม
"ท่านอ๋องทรงรับสั่งมากความไปไย เพลานี้ชีวิตของท่านหาได้เป็นของท่านผู้เดียวไม่"
หลินฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเด็ดเดี่ยวราวหินผา นางมิได้สะท้านต่อคราบโลหิตที่เปรอะเปื้อนอาภรณ์ปักลายหงส์ทองแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวงามจดลงบนจุดชีพจรที่เต้นรำคาญใจบริเวณพระศอของเขาอย่างแม่นยำ สติปัญญาและทักษะการแพทย์จากโลกยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดถูกดึงมาประมวลผลในสมองอย่างรวดเร็วท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน
ยามนี้ หากจะขับพิษกู่สยบวิญญาณออกจากพระวรกายของเซียวหานจิ่ง มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น... วิธีที่ผู้ใช้ย่อมต้องสละโลหิตครึ่งหนึ่งของตนเพื่อเป็นสื่อกลางล่อพิษให้ย้ายฝั่ง!
"นี่คือคำสั่ง! เปิ่นหวัง... ไม่อนุญาตให้เจ้าเอาชีวิตเข้าแลก!" เซียวหานจิ่งเค้นเสียงคำรามในลำคอ ดวงตาคมดุแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและเจ็บปวด พระหัตถ์พยายามคว้าข้อมือนางไว้ ทว่าเรี่ยวแรงกลับมลายหายสิ้นราวกับทรายร่วงหล่นผ่านอุ้งมือ
"คำสั่งของท่านอ๋องใช้ได้กับใต้หล้า แต่ใช้กับหมอรักษาโรคเช่นหม่อมฉันไม่ได้หรอกเพคะ" หลินฟางเซียนแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปานล่มเมือง ทว่ากลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัว นางใช้ฟันคมกัดลงบนปลายนิ้วชี้ข้างซ้ายของตนทันทีอย่างไร้ความลังเล หยดโลหิตสีแดงสดไหลรินออกมาตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ
"ฟางเซียน! เจ้า..."
เซียวหานจิ่งเบิกXพระเนตรกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นนางจรดปลายนิ้วที่ชุ่มไปด้วยโลหิตของตนลงบนจุดชีพจรจรยุทธ์กลางพระอุระของเขา
ทันทีที่โลหิตหยดแรกลงสัมผัสผิวกาย ปฏิกิริยาประหลาดก็เกิดขึ้น! พิษกู่ในกายเซียวหานจิ่งราวกับรับรู้ถึงกลิ่นอายโลหิตบริสุทธิ์ มันเริ่มดิ้นพล่าน ส่งเสียงกรีดร้องแหลมเล็กอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งสอง เส้นเลือดดำปูดโปนลามขึ้นมาตามพระศอและพระพักตร์อย่างน่ากลัว
"อึ...!" เซียวหานจิ่งทรงเปล่งเสียงครางต่ำด้วยความทรมาน พระวรกายเกร็งกระตุกจนเตียงไม้แกะสลักสั่นสะเทือน ความเจ็บปวดจากการที่พิษพยายามกัดกินกระดูกถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา
หลินฟางเซียนขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นรูปชัดเจน ความเจ็บปวดจากการถ่ายเทโลหิตและดึงพิษเข้าร่างผ่านทางปลายประสาทนั้นรุนแรงเสียจนร่างบางสั่นเทิ้ม เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าขาวเนียน ทว่านางไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว สองมือยังคงกดตรึงตำแหน่งจุดสำคัญไว้อย่างมั่นคง ดวงตาดอกท้อทอประกายเด็ดเดี่ยว ท่ามกลางความมืดมิดของตำหนักในยามราตรี มีเพียงแสงเทียนวับแวมที่สาดส่องเงาร่างทั้งสองทาบทับกันแนบแน่นราวกับหลอมรวมเป็นวิญญาณเดียวกัน
"หากท่านตาย... แผ่นดินนี้ข้าก็จะเผาให้เป็นจุลเพื่อตามไปฝังร่วมหลุมกับท่านเช่นกัน เซียวหานจิ่ง... เพราะฉะนั้น อย่าได้บังอาจตายก่อนข้าเด็ดขาด!"
เสียงหวานเอ่ยกระซิบชิดริมพระโอษฐ์ของบุรุษผู้ทรงอำนาจ เป็นถ้อยคำที่ทั้งดุดันและลึกซึ้งกินใจ จนเซียวหานจิ่งที่กำลังจะหมดสติถึงกับต้องฝืนลืมพระเนตรขึ้นมองนางอีกครั้ง หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากพระเนตรคมกริบ ผสมปนเปไปกับคราบโลหิตบนพระพักตร์ บุรุษผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาลให้ผู้ใด ไม่เคยหวาดกลัวต่อคมดาบของศัตรู บัดนี้กลับพ่ายแพ้ต่อความเด็ดเดี่ยวและภักดีของสตรีตรงหน้าอย่างราบคาบ
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียดและชวนให้หัวใจหยุดเต้นนั้นเอง...
*แกร๊ก...*
เสียงกลไกประตูลับหลังฉากกั้นไม้จันทน์หอมถูกผลักเปิดออกแผ่วเบา พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ปลายกระบี่ในมือสะท้อนแสงจันทร์วาวโรจน์ กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่านเข้ามาในห้องบรรทมที่ควรจะปลอดภัยที่สุด
เซียวหานจิ่งตวัดพระเนตรคมกริบไปยังผู้มาใหม่ทันที ทว่าพิษในกายและสภาวะสูญเสียเรี่ยวแรงทำให้พระองค์ไม่สามารถขยับพระวรกายได้ดังใจนึก
"ฮ่าๆๆๆ... ท่านอ๋องผู้เกรียงไกร บัดนี้กลับต้องมาตายด้วยพิษกู่ในอ้อมกอดของสตรีโง่เขลา ช่างน่าเวทนานัก..."
เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษสวมหน้ากากเงินที่ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาสمเพชและเหี้ยมเกรียม และในวินาทีที่คมกระบี่พุ่งตรงเข้ามาหมายปลิดชีพคนทั้งคู่บนเตียง หลินฟางเซียนกลับหันขวับไปมอง พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก... นางมิได้ตกใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าต้องมีหนอนบ่อนไส้ตัวนี้ก้าวเข้ามาในยามวิกาลเช่นนี้!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านวิกฤตนี้ไปพร้อมกับ "เฉินเว่ยสายลุย" นะครับ
ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด!•ตอนที่ 26
สละชีพเพื่อคนรัก
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!