กลิ่นอายคาวเลือดและสนิมเหล็กจากสนามฝึกซ้อมยุทธ์ลอยอลวนอยู่เบื้องนอกกระโจมบัญชาการหลัก ขณะที่ภายในพื้นที่คับแคบแต่ทรงอำนาจแห่งนี้ กลับถูกปกคลุมด้วยความเงียบงันชนิดที่แม้แต่เสียงลมหายใจยังฟังดูราวกับเสียงกทรัพย์สินราคาแพงที่ร่วงหล่น
"แผนการเคลื่อนทัพสามสายที่เจ้าเสนอ... เจ้ามั่นใจเพียงใดว่ากองเสบียงทางทิศเหนือจะไม่ถูกตัดขาดโดยกลุ่มกบฏแคว้นเหลียง?"
เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนน้ำแข็งที่กระทบกันในถ้วยหยกดังขึ้น เซียวหานจิ่ง ประทับนั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้จันทน์แดงเข้ม แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาจ้องมองสตรีเบื้องหน้าอย่างไม่วางตา ไอสังหารและบารมีของผู้บัญชาการทหารสูงสุดแผ่ซ่านกดดันจนเหล่าแม่ทัพนายกองที่ยืนอยู่รอบด้านต่างพากันกลั้นหายใจ ทว่า หลินฟางเซียน กลับมิได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย
นางอยู่ในชุดบุรุษผ้าแพรสีเทาเข้มเรียบง่าย ทว่าสง่างาม เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบขึ้นอย่างทะมัดทะแมงด้วยปิ่นไม้หยกขาว ดวงพักตร์งดงามล้ำเลิศประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะหยั่งถึง นัยน์ตาดอกท้อคู่นั้นฉายแววปัญญาเฉียบคมราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงกลยุทธ์ทั้งมวลในใต้หล้า
"ท่านอ๋องทรงกังวลเรื่องเสบียง หรือทรงกังวลว่าหม่อมฉันจะเดินหมากผิดตาจนทำให้พระพักตร์อันทรงเกียรติของท่านต้องหมองมลกันแน่เพคะ?" หลินฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเจือรอยเย้าหยอกในที มือเรียวบางดั่งหยกสลักกำลังตวัดพู่กันลงบนแผนที่หนังแพะอย่างคล่องแคล่ว เส้นสายสีชาดถูกลากผ่านจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างแม่นยำ
เซียวหานจิ่งแค่นเสียงในลำคอเล็กน้อย แววตาที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกกลับฉายแววความคลั่งรักและเอ็นดูที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความดุร้าย บุรุษผู้กุมชะตากรรมทหารนับแสนผู้นี้ ยามเมื่ออยู่ต่อหน้าสตรีผู้กุมหัวใจและมันสมองของเขา กลับกลายเป็นเพียงเสือร้ายที่ยอมสลับเขี้ยวเล็บให้เธอลูบคมเล่นอย่างน่าเวทนา
"ปากกล้าขึ้นทุกวันนะหลินฟางเซียน..." เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำในชุดเกราะศึกก้าวเข้าไปประชิดนางทีละน้อย กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังโอบล้อมร่างบางไว้จนแทบไม่มีช่องว่าง "หากคราวนี้เจ้าคำนวณพลาดแม้แต่ก้าวเดียว โทษทัณฑ์ในฐานะกุนซือทัพหน้าคือการถูกลงทัณฑ์ด้วยกฎกองทัพ... แต่ถ้าเจ้าทำสำเร็จ สิ่งที่เจ้าต้องการ ไม่ว่าจะเป็นอิสรภาพหรือสิ่งใด ข้าก็จะยกให้เจ้าทั้งหมดสิ้น"
"อิสรภาพหรือเพคะ?" หลินฟางเซียนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มเย้ายวนปรากฏที่มุมปาก "เกรงว่าสิ่งที่หม่อมฉันต้องการจริงๆ ท่านอ๋องอาจจะไม่มีวันยอมปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ หรอกเพคะ"
บรรยากาศภายในกระโจมพลันร้อนระอุขึ้นมาทันin เมื่อสายตาของทั้งสองประสานกันราวกับมีประกายไฟประทะ ท่ามกลางสายตาของเหล่าแม่ทัพนายกองที่ต่างพากันก้มหน้ามองพื้น แสร้งทำเป็นไม่เห็นความหวานชื่นที่แฝงอยู่ใต้คมดาบแห่งสงครามจิตวิทยาคู่นี้
"ท่านแม่ทัพใหญ่! กองลาดตระเวนส่งสัญญาณด่วนมาจากค่ายกลหุบเขาผีสิงพะยะค่ะ!"
เสียงตะโกนรายงานอย่างร้อนรนจากทหารนอกกระโจมทำลายบรรยากาศอันลึกซึ้งลงทันตา เซียวหานจิ่งขมวดคิ้วมุ่นอย่างขัดใจ เขาสบถเบาๆ ในลำคอก่อนจะตวัดสายตากลับสู่โหมดบัญชาการศึกด้วยความรวดเร็ว
"ว่ามาเกิดอะไรขึ้น!"
"ทัพหน้าของแคว้นเหลียงมิได้เคลื่อนพลตามคาดพะยะค่ะ! พวกมันใช้เส้นทางลับลอดผ่านอุโมงค์ใต้ภูเขาหินผา และตอนนี้กำลังมุ่งตรงมายังจุดที่เราตั้งคลังเสบียงสำรอง... หากปล่อยไว้ไม่ถึงหนึ่งชั่วยยาม คลังเสบียงต้องมอดไหม้เป็นจุลแน่พะยะค่ะ!"
ข่าวกรองนี้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่เหล่าแม่ทัพในกระโจมทันที อุโมงค์ใต้ภูเขาหินผาเป็นเส้นทางที่ถูกปิดตายตามบันทึกโบราณ การที่ข้าศึกสามารถล่วงรู้และใช้ประโยชน์จากมันได้ย่อมแสดงว่ามี "หนอนบ่อนไส้" แฝงตัวอยู่ภายในค่ายทหารแห่งนี้อย่างแน่นอน!
เซียวหานจิ่งหันขวับมามองหลินฟางเซียนทันที ทว่านางกลับมิได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากของนางกลับยิ่งลึกล้ำขึ้นไปอีก
"หม่อมฉันรอให้พวกมันโผล่หางออกมาอยู่พอดีเพคะ..." หลินฟางเซียนกล่าวพร้อมกับหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น ท่าทีสุขุมนุ่มลึกของนางทำให้เซียวหานจิ่งรู้สึกทั้งทึ่งและหลงใหลจนยากจะถอนตัว
"เจ้าวางแผนเรื่องนี้ไว้แล้ว?" เซียวหานจิ่งหรี่ตาลง
"เสบียงที่พวกมันกำลังมุ่งหน้าไปเผา... แท้จริงแล้วคือกระสอบทรายและสมุนไพรพิษระเหยที่หม่อมฉันให้คนแอบสับเปลี่ยนตั้งแต่เมื่อคืนวานเพคะ" หลินฟางเซียนวางถ้วยชาลง เสียงกระทบเบาๆ ดังสะท้อนท่ามกลางความเงียบงัน "ส่วนเสบียงจริงถูกย้ายไปซ่อนไว้ที่หุบเขาด้านหลังค่ายเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้สิ่งที่ท่านอ๋องต้องทำ... คือนำกำลังพลไปตลบหลังพวกมันในอุโมงค์ ปิดประตูตีแมว ให้พวกมันได้ลิ้มรสชาติของการเป็นเหยื่อในกรงขังบ้าง"
เซียวหานจิ่งมองสตรีเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น ทั้งความเคารพในปัญญาอันเหนือล้ำและความรักที่พุ่งทะยานจนยากจะควบคุม เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่หาดูได้ยากปรากฏบนใบหน้าคมคาย
"ภรรยาเช่นเจ้า... ทำให้ข้าทั้งรักทั้งหวาดกลัวยิ่งนัก หลินฟางเซียน" เขากล่าวเสียงพร่า ก่อนจะหันไปออกคำสั่งเสียงกังวานดุจสายฟ้าฟาด "กองร้อยที่สามและหน่วยองครักษ์เงาทั้งหมด ตามข้าไป! วันนี้เราจะจับหนอนตัวใหญ่มาสังเวยศึกให้กุนซือของเราดูกัน!"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังฮึกเหิมและเหล่าทหารกำลังเตรียมเคลื่อนพลออกไปปฏิบัติการตามแผนการอันแยบคาย เสียงฝีเท้ารat-a-tat ของม้าเร็วผู้ส่งสารก็ดังแทรกเข้ามาอย่างกระชั้นชิด พร้อมกับเสียงตะโกนที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงักงัน
"พระราชโองการด่วนจากเมืองหลวง! อัญเชิญพระราชโองการด่วนที่สุดพะยะค่ะ!"
ม้าเร็วผู้ส่งสารพุ่งเข้ามาหยุดหน้ากระโจมด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมมและเหนื่อยหอบ ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าพร้อมกับชูราชโองการประทับตราหยกสีทองอร่ามขึ้นเหนือหัว มือของเขาสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด
เซียวหานจิ่งรับราชโองการมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม นัยน์ตาคู่คมกวาดสายตาอ่านข้อความภายในเพียงไม่กี่บรรทัด ทว่ารังสีอำมหิตและไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของเขากลับรุนแรงเสียจนหลินฟางเซียนที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดยังต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสังหรณ์ใจ
"ท่านอ๋อง... เกิดอะไรขึ้นในเมืองหลวงเพคะ?" หลินฟางเซียนเอמהถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เซียวหานจิ่งเงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาดุจเหยี่ยวพญาในยามนี้กลับเต็มไปด้วยความเยียบเย็นและคลื่นอารมณ์อันซับซ้อน เขายื่นแผ่นกระดาษสีเหลืองทองนั้นให้นาง พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำจนน่ากลัว
"เสด็จพ่อทรงมีรับสั่ง... ให้ปลดตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของข้า และมีพระราชโองการสมรสพระราชทานให้เจ้า... เดินทางกลับไปเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับองค์รัชทายาทที่เมืองหลวงภายในเจ็ดวัน... มิฉะนั้น จะถือว่าข้าและเจ้าเป็นกบฏแผ่นดิน!"
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิแห่งเล่ห์กลและหัวใจมาด้วยกันในบทนี้นะครับ
--- เฉินเว่ยสายลุย
ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด!•ตอนที่ 29
ค่ายทหารและกลยุทธ์
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!