เสียงสะท้อนของคมมีดที่ถูกชักออกจากฝักไม้จันทน์หอม ดังก้องกังวานบาดลึกในความเงียบสงัดของห้องโถงลับใต้ดิน
หลินฟางเซียนมิได้กะพริบตาแม้แต่น้อย ปลายเรียวลิ้นของนางสัมผัสได้ถึงรสชาติฝาดเฝื่อนของน้ำชาสมุนไพรที่เพิ่งดื่มลงไป แต่นั่นมิอาจเทียบเท่ากับความตึงเครียดที่แผ่ซ่านอยู่ในบรรยากาศรอบกาย ร่างระหงในชุดคลุมผ้าไหมสีนิลปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินยืนตัวตรงสง่างาม แววตาคู่คมกริบราวกับกระบี่เพชรจับจ้องไปยังเงาดำนับสิบที่ทาบทับอยู่หลังฉากกั้นกระดาษสา
"พวกมันเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้สามั่วยาม..."
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจของเซียวหานจิ่งดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะอ่อนสีเข้มก้าวออกมาอย่างเงียบเชเชียบ กลิ่นอายสังหารที่อบอวลอยู่รอบตัวเขาทำให้บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนแทบเยือกแข็ง ฝ่ามือหนาเอื้อมมาโอบกระชับเอวบางของนางไว้ด้วยความคุ้นชิน สัมผัสอุ่นร้อนนั้นคือหลักประกันเดียวในยามที่พายุแห่งการกابฏกำลังโหมกระหน่ำเข้าใส่จวนอ๋อง
"เร็วกว่าย่อมดีกว่าช้าเพคะ..." หลินฟางเซียนเอ่ยตอบ น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่มั่น
"หากพวกมันซ่อนตัวอยู่แต่ในความมืด เราคงต้องเปลืองแรงค้นหาอีกนาน แต่นี่... เมื่อสุนัขจนตรอกย่อมยอมกระโดดข้ามกำแพงสูง ย่อมแปลว่าเสบียงในคลังหลวงและตราประทับทัพพยัคฆ์ได้ถูกนำมาใช้เป็นเดิมพันแล้วสินะเพคะ"
เซียวหานจิ่งแค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคู่นคมดุจเหยี่ยวทอประกายวับวาดด้วยความเหี้ยมเกรียม มืออีกข้างของเขายังคงหมุนวนจอกหยกขาวในมืออย่างเชื่องช้า
"สนมเอกและเสนาบดีหลี่คงคิดว่า ข้าผู้เป็นอ๋องผู้สำเร็จราชการจะมัวแต่กังวลเรื่องอาการบาดเจ็บของเจ้าจนลืมสิ้นทุกสิ่ง ช่างเป็นความโง่เขลาที่น่าสมเพชเสียจริง... พวกมันไม่รู้เลยว่า ทุกก้าวที่เดินเหยียบเข้ามาในเมืองหลวงแห่งนี้ คือการเดินเข้าสู่ปากเหวแห่งความตายที่ข้าขุดรอไว้ด้วยมือตนเอง"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังประเมินสถานการณ์อยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็เริ่มดังขึ้นที่ลานกว้างด้านนอก เสียงเหล็กกระทบกันระงมเป็นสัญญาณของการปิดล้อม ค่ำคืนนี้มิใช่เพียงแค่การลอบสังหารธรรมดา หากแต่เป็นการรัฐประหารย่อมๆ ที่ถูกจัดฉากอย่างแนบเนียนโดยกลุ่มขุนนางเก่าที่ต้องการโค่นล้มอำนาจของท่านอ๋องผู้เย็นชา
หลินฟางเซียนเหลือบมองร่างของบุรุษข้างกาย นางสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่มั่นคงและหนักแน่นผ่านแผ่นอกกว้างที่แนบชิด แม้ในยามที่บ้านเมืองกำลังจะลุกเป็นไฟและศัตรูรายล้อมนับพัน เซียวหานจิ่งผู้นี้ก็ไม่เคยแสดงความหวาดกลัวออกมาแม้แต่น้อย มีเพียงความคลั่งแค้นและความหวงแหนที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเยือกเย็น ซึ่งนางรู้ดีว่า... ใครก็ตามที่บังaniจญแตะต้องคนที่เขารัก จุดจบของมันจะมีเพียงความพินาศสิ้นไร้หนทางผุดเกิด
"ท่านอ๋อง..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา พร้อมกับเอื้อมมือไปแตะที่ข้อมือแกร่งที่ถือจอกเหล้าอยู่ "หม่อมฉันเตรียม ‘โอสถสลายจิต’ ไว้สิบเม็ดในกระเป๋าเสื้อ หากพวกมันบุกเข้ามาถึงห้องโถงนี้... ท่านไม่ต้องออมมือให้เกียรติวงศ์ตระกูลใดทั้งสิ้น ปล่อยให้สุนัขบ้าเหล่านี้ได้ลิ้มรสความตายที่พวกมันดิ้นรนไขว่คว้ากันเถอะเพคะ"
เซียวหานจิ่งก้มลงมองสตรีในคาถาของตน แววตาที่เคยดุดันและเยียบเย็นพลันอ่อนแสงลงชั่วขณะ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ มือหนายกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนของนางอย่างทะนุถนอม ราวกับลืมเลือนไปชั่วขณะว่าเบื้องนอกประตูนั้นมีกองกำลังนับพันกำลังรอเอาชีวิต
"ภรรยาข้าช่างใจคอโหดเหี้ยมสมกับเป็นหมอเทวดาเสียจริง..." เขาเอ่ยกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงเจือความระคนเอ็นดูที่หากผู้ใดได้ยินคงต้องตกตะลึงพรึงเพริด "แต่เจ้าพูดถูก... ค่ำคืนนี้ เลือดของพวกมันเท่านั้นที่จะเพียงพอล้างมลทินบนบัลลังก์นี้ได้"
ทันใดนั้น!
ประตูไม้สักทองบานใหญ่ของห้องโถงลับก็ถูกแรงกระแทกจากภายนอกจนพังครืนลงมาฝุ่นตลบอบอวล ควันสีขาวพวยพุ่งเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายคาวเลือด เงาร่างนับสิบในชุดนักฆ่าสีดำสนิทพร้อมกระบี่อาบยาพิษพุ่งทะยานเข้ามาประชิดตัวในพริบตา ทว่าเซียวหานจิ่งมิได้สะดุ้งสะเทือน เขายังคงยืนนิ่งสงบดั่งขุนเขา ร่างสูงใหญ่ขยับตัวเพียงเล็กน้อยเพื่อปกป้องหลินฟางเซียนไว้เบื้องหลัง ก่อนที่กระบี่ในมือจะถูกตวัดออกไปเพียงคราเดียว คลื่นกระแสลมปราณอันรุนแรงก็ซัดร่างของนักฆ่าแถวหน้ากระเด็นทะลุกำแพงออกไปอย่างไร้แรงต้าน
ทว่า... ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังเข้าสู่จุดเดือดสูงสุด เสียงกongศึกที่ดังสนั่นหวั่นไหวจากนอกกำแพงจวนก็พลันหยุดชะงักลง
แทนที่จะเป็นเสียงกรีดร้องของการต่อสู้ กลับมีเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นสามครั้งจากความมืดเบื้องนอก พร้อมกับร่างของขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ที่ก้าวเท้าเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ในมือของเขามีราชโองการสีทองอร่ามที่สะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงจนแสบตา
"ฮ่องเต้มีราชโองการ... ท่านอ๋องเซียวหานจิ่ง โปรดคุกเข่ารับพระราชสาส์น!"
หลินฟางเซียนหรี่ตาลงทันที นางกวาดสายตามองราชโองการในมือขันทีเฒ่า ก่อนจะสังเกตเห็นคราบสีดำแปลกปลอมที่มุมกระดาษ ซึ่งเป็นพิษร้ายแรงที่นางมักใช้ในการทดลอง... พิษชนิดนี้มีเพียงคนในวังหลวงและพระสนมเอกผู้ทรงอำนาจเท่านั้นที่ครอบครอง!
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิแห่งเล่ห์กลและหัวใจมาด้วยกันในบทนี้นะครับ
ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด!•ตอนที่ 28
สงครามที่ใกล้เข้ามา
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!