"โคมอัคคีแปดทิศ... หากข้าจำไม่ผิด นั่นคือกลไกป้องกันตัวของช่างหลวงแห่งราชวงศ์前朝 (เฉียนเฉา) ซึ่งสูญหายไปร่วมร้อยปี เหตุใดจึงมาปรากฏอยู่บนคานไม้ตำหนักจันทร์กระจ่างของท่านอ๋องได้เล่าเพคะ?"
สุ้มเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานใสดั่งหยกกระทบกันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดของมหาหินแห่งอำนาจ
เซียวหานจิ่งมิได้ขยับกาย เขายังคงประทับนั่งบนเก้าอี้พนักไม้พยุงลายมังกรอย่างมั่นคง ทว่านัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่าคู่นั้นกลับหรี่ลงเล็กน้อย มองร่างระหงของสตรีในชุดอาภรณ์ปักลายหงส์เหินสีครามเข้ม นางยืนอยู่เบื้องหน้ากองกำลังทหารหลวงนับร้อยที่ถือคบเพลิงสว่างไสว แสงไฟสีส้มสะท้อนลงบนใบหน้างملามล้ำเลิศที่เรียบเฉยราวน้ำค้างแข็ง
เมื่อครู่ พระราชโองการลับฉบับด่วนที่สุดเพิ่งถูกประกาศก้องโดยขันทีหน้าขาวผู้กำกับดูแลสำนักใน
เนื้อความในราชโองการนั้นสั้นกระชับ ทว่าคมกริบดั่งกระบี่อาบยาพิษ—กล่าวหาว่าตำหนักอ๋องบูรพาซ่องสุมกำลังและครอบครองอาวุธต้องห้ามที่เทียบเท่ากับคลังแสงหลวง มีโทษถึงประหารเจ็ดชั่วโคตร! ทหารหลวงภายใต้การนำของแม่ทัพตระกูลลี่จึงบุกเข้ามาอย่างไร้ความเกรงใจ หวังจะค้นหาหลักฐานเพื่อลากตัวเซียวหานจิ่งไปรับโทษทัณฑ์
ทว่า ก่อนที่คมดาบเล่มแรกจะทันได้แตะต้องแผ่นไม้ปูพื้นตำหนัก หลินฟางเซียนกลับก้าวออกมาขวางหน้า พร้อมกับเอ่ยทักทาย "กลไก" ที่ซ่อนอยู่บนขื่อคา ซึ่งแม้แต่หน่วยองครักษ์เงาของท่านอ๋องเองก็ยังตรวจสอบไม่พบ
บรรยากาศในโถงใหญ่พลันหยุดชะงัก แม่ทัพลี่ชะەักฝีเท้า สีหน้าฉายแววตื่นตระหนกวูบหนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียม "พระชายา! ท่านอย่าได้กล่าววาจาเลื่อนลอยเพื่อถ่วงเวลา พระราชโองการมีบัญชาชัดเจน ทหารทั้งหลาย! จงค้นให้ทั่วทุกซอกทุกมุม หากผู้ใดขัดขวาง ถือว่ามีใจฝักใฝ่กบฏ ประหารได้ทันที!"
"ช้าก่อน"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังขึ้น เซียวหานจิ่งค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ชายผ้าคลุมยาวลากพื้นส่งเสียงเสียดสีกับพื้นหินแกรนิตเบาๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าสามก้าวมาหยุดยืนอยู่เคียงข้างร่างระหงของชายาของตน ไอสังหารเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมารอบกายจนเหล่าทหารหลวงถึงกับต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ
เซียวหานจิ่งมิได้ชายตามองแม่ทัพลี่แม้แต่น้อย สายตาของเขากลับกวาดมองภรรยาในนามผู้ซึ่งแต่งเข้ามาเพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง ทว่ายามนี้ นางกลับยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว
"เจ้าบอกว่า... มันคือโคมอัคคีแปดทิศของเฉียนเฉาอย่างนั้นหรือ?" เซียวหานจิ่งเอמהถาม น้ำเสียงของเขาเจือความสงสัยระคนทึ่งอย่างปิดไม่มิด
หลินฟางเซียนเหลือบสายตาขึ้นสบตากับบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามี แววตาของนางนิ่งสงบ ดั่งบ่อน้ำโบราณที่ไร้ระลอกคลื่น "ทูลท่านอ๋อง หากท่านแหงนมองขึ้นไปที่มุมคานทิศหรดี จะเห็นรอยสลักรูปกลีบบัวเก้ากลีบ นั่นคือเอกลักษณ์ของช่างฝีมือตระกูลโม่ในยุคเฉียนเฉา โคมนั้นบรรจุน้ำมันเพลิงพิษที่สามารถเผาผลาญศัตรูให้กลายเป็นจุลภายในพริบตาเดียวเมื่อสลักกลไกถูกปลด และน่าแปลก... ผู้ที่จะรู้รหัสปลดกลไกนี้ได้ มีเพียงผู้ที่ถือครอง 'แผนผังคลังสมบัติราชสำนักเก่า' เท่านั้น"
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสบตากับแม่ทัพลี่ด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก
"และสำนักใน... หรือกระทั่งองค์รัชทายาทผู้ปราดเปรื่อง คงมิอาจล่วงรู้ความลับของช่างหลวงโบราณนี้ได้ด้วยตนเองกระมัง เว้นเสียแต่ว่า... จะมีผู้ใดจงใจ 'นำมาวางไว้' เพื่อยัดข้อหานี้ให้แก่ตำหนักอ๋องของเรา"
คำพูดของนางเฉียบคมดั่งคมดาบที่กรีดลงกลางใจของฝ่ายตรงข้าม แม่ทัพลี่หน้าถอดสี รีบตวาดกลบเกลื่อน "เหลวไหล! พระชายาอย่าได้กล่าววาจาเพ้อเจ้อใส่ร้ายองค์รัชทายาท รีบถอยไปเสีย มิฉะนั้น..."
"มิฉะนั้นอันใด?" เซียวหานจิ่งแค่นหัวเราะเสียงต่ำ รัศมีอำนาจกดดันแผ่ขยายออกไปจนผู้คนแทบหายใจไม่ออก เขายกมือขึ้นโอบไหล่บางของหลินฟางเซียนไว้โดยสัญชาตญาณ—สัมผัสจากร่างของนางอบอุ่น ทว่ามั่นคงอย่างยิ่งยวด ความรู้สึกบางเบาที่ก่อตัวขึ้นในใจตั้งแต่วันที่นางช่วยชีวิตเขาจากพิษโลหิตมังกร บัดนี้มันได้หยั่งรากลึกกลายเป็นความยอมรับและความพึงพอใจอย่างเต็มเปี่ยม
บุรุษเช่นเขา ไม่เคยใส่ใจสตรีหน้าไหน นางในห้องหอล้วนมีแต่ความน่ารำคาญและเล่ห์กลตื้นเขิน ทว่าภรรยาคนนี้... นางไม่ใช่ดอกไม้ประดับสวนหลังบ้าน แต่นางคือพยัคฆ์สาวเคียงบัลลังก์ที่อ่านเกมการเมืองทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าขุนนางเฒ่าในสภาเสียอีก
"ฮ่าๆๆ ดี..." เซียวหานจิ่งหัวเราะในลำคอ สายตาที่มองหลินฟางเซียนอ่อนแสงลงวูบหนึ่ง เปี่ยมด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยวาจา "ดูท่า... ข้าคงต้องเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อชายาของตัวเองเสียใหม่แล้วกระมัง"
หลินฟางเซียนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่กดไหล่นางไว้เบาๆ หัวใจที่เคยด้านชาจากการถูกหักหลังในภพชาติก่อน เผลอไผลเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ นางเหลือบมองเขา พบว่าแววตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการเสแสร้ง มีเพียงความดุดันที่พร้อมจะปกป้องนาง และ... ความคลั่งไคล้บางเบาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น
"ท่านอ๋องทรงล้อเล่นแล้วเพคะ ยามนี้เราควรคิดว่าจะรับมือกับหมากตานี้อย่างไรดี" นางกระซิบเสียงเบา ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นแขนของเขา
"รับมือหรือ?" เซียวหานจิ่งเหยียดยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาชักกระบี่ประจำกายออกจากฝัก เสียงเหล็กกระทบอากาศดัง "กริ๊ง" กังวานบาดแก้วหู "ในเมื่อพวกมันกล้าเล่นละครตบตาถึงในเรือนของข้า ข้าก็จะใช้เลือดของพวกมัน... ล้างคานไม้บนนั้นให้สะอาดเสียที!"
บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด ทหารหลวงต่างยกหอกขึ้นตั้งรับเตรียมเข้าปะทะ แม่ทัพลี่หน้าซีดเผือดเพราะรู้ดีว่าฝีมือการรบของอ๋องบูรพานั้นน่ากลัวเพียงใด
ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่ของเซียวหานจิ่งกำลังจะพุ่งทะยานออกไปเพื่อเปิดฉากฆ่าล้างบาง บรรยากาศรอบนอกตำหนักกลับเงียบสงบลงอย่างประหลาด เสียงฝีเท้าม้าควบตะบึงอย่างเร่งรีบดังแทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงตะโกนสุดเสียงของขันทีน้อยที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาล้มลุกคลุกคลานที่หน้าประตูโถง
"พ... พระราชโองการ... พระราชโองการฉบับที่สองจากฝ่าบาท! มาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวหานจิ่งชะงักค้างกระบี่ในมือ หลินฟางเซียนหรี่ตาลงทันing นัยน์ตาคู่งามฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก
ขันทีน้อยก้าวเข้ามาด้วยอาการหอบเหนื่อย ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เขายื่นราชโองการม้วนผ้าไหมสีเหลืองทองอร่ามที่ประทับตราหยกมังกรด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะคุกเข่าหมอบกราบลงกับพื้นแล้วเอ่ยวาจาด้วยเสียงอันสั่นเครือ
"ฝ่าบาท... ฝ่าบาททรงมีรับสั่งด่วนที่สุด ทรงพระราชทาน 'อาญาสิทธิ์แปดทิศ' ให้แก่... ให้แก่พระชายาหลินฟางเซียน เพื่อตรวจสอบคดีทุจริตในราชสำนักทั้งหมด และ..."
ขันทีน้อยกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเซียวหานจิ่งและหลินฟางเซียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"...และมีรับสั่งให้ปลดองค์รัชทายาทจากการปฏิบัติราชกิจชั่วคราว ข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับแคว้นศัตรูพ่ะย่ะค่ะ!"
สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งโถงใหญ่ตกอยู่ในความเงียบงันสนิทราวกับป่าช้า แม่ทัพลี่ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น กระบี่ในมือร่วงหล่นเสียงดังเคร้ง
หลินฟางเซียนนิ่งอึ้ง พระราชโองการฉบับนี้... ไม่เพียงแต่วางอำนาจไว้ในมือของนาง แต่เป็นแผนการที่ลึกล้ำยิ่งกว่าที่นางคาดการณ์ไว้เสียอีก
เซียวหานจิ่งหันกลับมามองสตรีข้างกาย ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้ง ดวงตาคมกริบจ้องมองดวงหน้าหวานล้ำของนางราวกับจะกลืนกิน
"ดูเหมือนว่า..." เซียวหานจิ่งโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพรายเต็มไปด้วยความเสน่หาและทึ่งระคนกัน "ชายาของข้า... จะมิใช่แค่หมอรักษาอาการพิษธรรมดาเสียแล้วกระมัง หืม... เจ้าไปทำข้อตกลงลับอันใดไว้กับเสด็จพ่อกันแน่?"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลและคมดาบนี้ไปด้วยกันนะครับ - เฉินเว่ยสายลุย
ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด!•ตอนที่ 10
ยอมรับในปัญญา
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!