ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด!•ตอนที่ 18

ชัยชนะในท้องพระโรง

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงคุกเข่ากระแทกพื้นหินอ่อนในท้องพระโรงดังสนั่นราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ทว่าความเงียบงันที่ตามมากลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงอสนีบาต "ฝ่าบาท... หม่อมฉันถูกปรักปรำพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงร้องเรียนของเสนาบดีกรมสรรพากรดังขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผากจนลามลงมาถึงคาง ร่างท้วมสั่นเทาน้อยๆ ยามเมื่อเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมกริบราวเหยี่ยวขององค์ฮ่องเต้ สลับกับชายหนุ่มผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องขวา เซียวหานจิ่งในชุดฉลองพระองค์สีเข้มปักลายมังกรห้ากรงเล็บ ริมฝีปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น ไร้ซึ่งความปรานี ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพของขุนนางผู้ทุจริตราวกับมองซากศพที่ไร้ลมหายใจ ความดุดันและกลิ่นอายอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวท่านอ๋องผู้กุมกองทัพประจิม ทำให้เหล่าขุนนางฝ่ายตรงข้ามถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทว่า จุดสนใจทั้งหมดในเวลานี้ หาใช่ความเกรี้ยวกราดของท่านอ๋องไม่... แต่เป็นสตรีร่างระหงในอาภรณ์ผ้าไหมปักลายเหมันต์สีฟ้าครามที่ยืนเคียงข้างต่างหาก หลินฟางเซียนมิได้ก้มหน้าหลบสายตาผู้ใด ใบหน้างดงามราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ ทว่าแววตากลับเปล่งประกายความเฉียบคมดุจใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก นางกวาดสายตามองเอกสารบัญชีลับในมือ ก่อนจะปรายตามองเสนาบดีผู้กำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้ายบนพื้นด้วยความเวทนาแกมสมเพช "ใต้เสนาบดี... ท่านบอกว่าตนเองถูกปรักปรำ เช่นนั้นบัญชีลับการยักยอกเสบียงคลังทัพหลวงเมื่อสามปีก่อน ซึ่งประทับตราประจำตัวของท่านเองเล่า เป็นรอยนิ้วมือของปีศาจตนใดที่ประทับลงไปหรือ?" น้ำเสียงใสกระจ่างแต่กังวานก้องไปทั่วท้องพระโรง เปี่ยมด้วยพลังอำนาจที่กดดันให้ทุกคนต้องเงี่ยหูฟัง หลินฟางเซียนก้าวเท้าช้าๆ อาภรณ์โบกสะบัดราวกับสายน้ำไหว ท่าทีสง่างามไร้ที่ติ นางปูเอกสารแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีที่ขันทีนำมาถวายอย่างไม่เร่งรีบ "ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ... นี่คือบันทึกการแพทย์ของโรงหมอหลวงในอดีต ผสมผสานกับตำรับยาขับพิษที่ข้าพเจ้า... เอ่อ หม่อมฉัน... ได้ตรวจสอบอย่างละเอียด" หลินฟางเซียนเปลี่ยนสรรพนามอย่างลื่นไหลเมื่อตระหนักว่าตนยืนอยู่เบื้องพระพักตร์ "พิษเรื้อรังที่ท่านแม่ทัพใหญ่ทางชายแดนเคยได้รับจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แท้จริงแล้วไม่ได้มาจากแดนศัตรู แต่มาจากแป้งโอสถบำรุงที่สั่งซื้อผ่านพ่อค้าคนสนิทของเสนาบดีผู้นี้ และในสำเนาสัญญาซื้อขาย มีลายมือชื่อของบุตรชายท่านเสนาบดีเซ็นรับรองไว้อย่างชัดเจน พร้อมกับตราประทับตระกูลที่ไม่อาจปลอมแปลงได้!" ความโกลาหลย่อมๆ บังเกิดขึ้นในหมู่ขุนนางทันที เสียงกระซิบกระซาบดังเซ็งแซ่ราวกับฝูงผึ้งแตกตระหนก เสนาบดีกรมสรรพากรหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ร่างท้วมทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "ไม่... ไม่จริง! นั่นมันเอกสารปลอม ฝ่าบาททรงโปรดอย่าได้หลงเชื่อพระชายา... นางเป็นเพียงสตรี ย่อมไม่รู้เรื่องการคลัง..." "สตรีเช่นนั้นหรือ?" เซียวหานจิ่งก้าวออกมาร่างหนึ่ง บังร่างบางของชายาเอาไว้ครึ่งหนึ่ง แววตาที่ทอดมองเสนาบดีเต็มไปด้วยความเยียบเย็นเสียดกระดูก มือหนายกขึ้นลูบปลายดาบที่เหน็บอยู่ข้างเอวเบาๆ เกิดเสียงโลหะเสียดสีกันเบาๆ แต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจของทุกคน "ชายาของเปิ่นหวาง ศึกษาตำราพิชัยสงครามแตกฉานกว่าพวกเจ้าที่นั่งกินเงินเบี้ยหวัดไปวันๆ เสียอีก นางใช้เวลาเพียงสามราตรีแกะรอยบัญชีทุจริตที่พวกเจ้าปกปิดมาเจ็ดปี หากนี่เรียกว่า 'สตรีที่ไม่รู้เรื่องการคลัง' เช่นนั้นพวกเจ้าที่นั่งอยู่ในท้องพระโรงแห่งนี้ ที่ปล่อยให้แผ่นดินรั่วไหล คงเป็นได้แค่ฝูงสุนัขที่รอเศษอาหารจากโจรสินะ!" วาจาเฉียบคมดุจคมดาบนี้ ทำให้เหล่าขุนนางที่เคยสนับสนุนเสนาบดีต่างรีบคุกเข่าหมอบกราบลงกับพื้นโดยพร้อมเพรียงกัน ไม่มีใครกล้าปริปากเถียงสักคำเดียว อำนาจล้นฟ้าในกำมือของท่านอ๋องผนวกกับสติปัญญาไร้ผู้ต่อต้านของพระชายา ทำให้ราชสำนักในยามนี้ตกอยู่ภายใต้ความกดดันชนิดที่แทบหายใจไม่ออก ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเอกสารในพระหัตถ์ที่ขันทีส่งถวาย ใบหน้ามังกรบึ้งตึงขึ้นทีละน้อย ก่อนจะตบลงบนโต๊ะทรงพระอักษรเสียงดังสนั่น! "บังอาจนัก! กล้าสูบเลือดเนื้อจากทหารหาญที่ปกป้องบ้านเมือง!" ฮ่องเต้กริ้วจัด ตรัสประกาศิตก้อง "ทหาร! ปลดตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์ของมันทั้งหมด ยึดทรัพย์เข้าท้องคลังหลวง และนำตัวไปประหารชีวิตที่ตลาดสดประจิม ณ บัดนี้!" "ฝ่าบาททรงพระกรุณาด้วย! ฝ่าบาท— อ๊าก!" เสียงร้องขอชีวิตถูกตัดขาดด้วยเสียงลากตัวออกไปอย่างเหี้ยมเกรียม เลือดหยดเป็นทางยาวบนพื้นหินอ่อนสีขาวสะอาด ทว่าไม่มีผู้ใดแม้แต่จะชายตามองซากความพินาศนั้น ความสนใจทั้งหมดกลับถูกดึงกลับมาที่ร่างระหงของสตรีผู้เป็นต้นเหตุแห่งชัยชนะในครั้งนี้ หลินฟางเซียนถอนสายบัวคารวะอย่างงดงาม ท่าทางสงบเยือกเย็นราวน้ำค้างยามเช้า นางมิได้แสดงความลำพองใจแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากที่ซ่อนความร้ายกาจไว้อย่างแนบเนียน ยามที่นางหันกลับมาสบตากับเซียวหานจิ่ง สายตาที่เคยดุดันและเย็นชาของท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงและอ่อนโยนจนน่าประหลาด มือหนายื่นออกไปกุมมือเรียวนุ่มของนางไว้แน่นต่อหน้าพระพักตร์และเหล่าขุนนางนับร้อย โดยไม่สนใจสายตาใครหน้าไหนทั้งสิ้น "เจ้าทำได้ดีมาก... ชายาของข้า" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู แฝงความคลั่งไคล้ที่พยายามอดกลั้นไว้ภายใต้ท่าทีสุขุม "คืนนี้... เปิ่นหวางมีของขวัญชิ้นใหญ่รอเจ้าอยู่ที่ตำหนัก" หลินฟางเซียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ยามที่กำลังจะเอ่ยปากตอบโต้ด้วยวาจาเชือดเฉือนตามเคยนั้นเอง... ขันทีเฒ่าผู้ดูแลพระราชวังชั้นในก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความเร่งรีบ ถือม้วนราชโองการสีทองอร่ามที่ประทับตราหยกแท้สั่นเทา ล้มตัวลงคุกเข่าแทบเท้าฮ่องเต้ด้วยเนื้อตัวที่เปียกโชกราวกับไปลุยฝนมาทั้งคืน "ฝ่าบาทแย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชสำนักแคว้นเป่ย... ส่งสาส์นด่วนที่สุดมาถึงชายแดนเหนือ แจ้งว่าองค์ชายรัชทายาทแห่งเป่ยทรงนำกองทัพห้าหมื่นนายประชิดชายแดนแล้ว และ..." ขันทีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เอ่ยประโยคต่อมาด้วยเสียงสั่นเครือ "และมีพระราชสาส์นลับ เจาะจงระบุพระนาม... ขออภิเษกสมรสกับ 'พระชายาฟางเซียน' เพื่อแลกกับการสงบศึกพ่ะย่ะค่ะ!" บรรยากาศในท้องพระโรงที่เพิ่งสงบลง กลับดิ่งวูบลงสู่ความเย็นเยือกชวนขนลุกทันที ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลและคมดาบนี้ไปด้วยกันนะครับ - เฉินเว่ยสายลุย
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%