"บัญชีส่วยสามปีนี้... ขีดฆ่าชื่อตระกูลหลี่ออกเสีย"
ปลายนิ้วเรียวดุจหยกสลักของหลินฟางเซียนสะบัดพู่กันขนหมาป่าทาสีชาดลงบนสมุดปกหนังแกะอย่างไม่ไยดี หยดหมึกสีแดงฉานซึมซาบลงบนกระดาษสาเนื้อดีราวกับหยาดโลหิตที่ถูกรีดเค้นมาจากราษฎรผู้ยากไร้ ในห้องหนังสือลับใต้เรือนพัก แสงจากตะเกียงน้ำมันหอมหมื่นลี้ไหววูบตามแรงลมราตรีที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างแกะสลักลวดลายเมฆมงคล
นี่ไม่ใช่เพียงแค่สมุดบัญชีธรรมดา แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะสั่นคลอนรากฐานของราชสำนักแคว้นต้าหลี่ในยุคสมัยแห่งความโกลาหลนี้
นางหรี่ตามองตัวอักษรจีนโบราณที่เรียงรายด้วยลายมือหวัดๆ ทว่าเต็มไปด้วยร่องรอยการทุจริต ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลและตรวจสอบบัญชีจากโลกยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดถูกนำมาประยุกต์ใช้อย่างไร้ที่ติ นางเพียงใช้เวลาไม่ถึงสามชั่วยามในการแกะรอยตัวเลขการคลังที่ซับซ้อนราวกับใยแมงมุมของ 'เสนาบดีซ่ง' ขุนนางใหญ่ผู้ฉ้อฉลที่เบื้องหน้าประพฤติตนดั่งบัณฑิตผู้ทรงศีล ทว่าเบื้องหลังกลับสูบกินโลหิตเนื้อของแผ่นดิน
"พระชายา... สายรายงานจากด้านนอกแจ้งว่า คนของเสนาบดีซ่งเริ่มเคลื่อนไหวแล้วพ่ะย่ะค่ะ พวกมันส่งมือสังหารเงามาล้อมเรือนเราไว้สามชั้นแล้ว"
เสียงทุ้มต่ำขององครักษ์เงาประจำตัวดังขึ้นอย่างระมัดระวัง แม้สีหน้าของเขาจะเคร่งเครียด แต่ดวงตากลับฉายแววเลื่อมใสอย่างปิดไม่มิด เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสตรีที่กุมชะตาชีวิตของขุนนางครึ่งค่อนราชสำนักไว้ในกำมือเช่นนี้
หลินฟางเซียนมิได้เงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ นางเพียงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่ชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนสันหลังวาบ
"ปล่อยให้พวกมันล้อมไปเถอะ..." น้ำเสียงหวานใสทว่าทรงอำนาจเอ่ยขึ้นราบเรียบ "ยิ่งพวกมันร้อนรนเท่าไหร่ หางจิ้งจอกย่อมโผล่ออกมาเร็วขึ้นเท่านั้น เตรียมกระดาษอีกชุดสำหรับคัดลอกสำเนา และ... ส่งเทียบเชิญนี้ไปยังกรมอาญาในยามสาม"
"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ประตูกลของห้องลับก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยมือหนาคู่หนึ่ง ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำปักลายมังกรเงินดิ้นทองก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่น กลิ่นอายความเยือกเย็นและดุร้ายที่แผ่ซ่านออกมาทำให้องครักษ์เงาก้มหน้าลงคุกเข่าด้วยความยำเกรงทันที
เซียวหานจิ่ง... อ๋องผู้กุมอำนาจทหารทั่วทั้งพรมแดนตะวันออก ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีวาวโรจน์ในความมืด กวาดมองกองเอกสารหลักฐานบนโต๊ะ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าอันงดงามที่ประดับด้วยรอยยิ้มมั่นใจของชายาตน
"เจ้าทำเกินไปแล้ว ฟางเซียน" น้ำเสียงทุ้มต่ำดุดันเอ่ยขึ้น ทว่าแฝงไปด้วยความกังวลที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น "การกระชากหน้ากากเสนาบดีซ่งในยามนี้ เท่ากับเจ้าเอาชีวิตตนเองไปแขวนไว้บนเส้นด้ายกลางลานประหาร"
หลินฟางเซียนวางพู่กันลงอย่างช้าๆ นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปหาบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าดุร้ายที่สุดในแผ่นดินผู้นี้อย่างไร้ความเกรงกลัว ดวงตากลมโตสุกสกาวเงยขึ้นสบตาเขาตรงๆ
"ท่านอ๋องทรงกังวลว่าหม่อมฉันจะตาย หรือทรงกลัวว่าจะไม่มีใครคอยกางร่มกลยุทธ์ให้พระองค์กันแน่เพคะ?"
คำถามยอกย้อนที่เปี่ยมด้วยความสนเท่ห์และท้าทาย ทำให้เซียวหานจิ่งชะงักไปชั่วขณะ
บุรุษผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในหล้า กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับสตรีตรงหน้าผู้นี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกคลั่งรักจนแทบคลุ้มคลั่งยามเห็นนางเอาตัวเข้าแลกกับอันตรายพุ่งพล่านขึ้นในอก มือหนาเอื้อมออกไปคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วเนียนของนาง
"เจ้ามันดื้อรั้นนัก... หากเจ้าเป็นอันใดไป แผ่นดินนี้ข้าก็จะเผาให้ราบเป็นหน้ากลองเพื่อล้างแค้นให้เจ้า คอยดู!" เขากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความจริงจังที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยของนางกระตุกวูบ
ทว่า ก่อนที่หลินฟางเซียนจะได้เอ่ยปากตอบโต้สิ่งใด เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับห่าฝนก็ดังขึ้นจากด้านนอกห้องโถงใหญ่ ตามมาด้วยเสียงทุบประตูประตูลั่นปังๆ และเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของพ่อบ้าน
"ท่านอ๋อง! พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวหานจิ่งขมวดคิ้วมุ่น ปล่อยมือจากเอวบางอย่างไม่สมานฉันท์นัก แววตาดุร้ายฉายประกายสังหารขึ้นมาทันที
พ่อบ้านวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าตัวสั่นเทา หอบหายใจถี่กระชั้นจนแทบพูดไม่เป็นภาษา
"มี... มีราชโองการด่วนจากในวังหลวงพ่ะย่ะค่ะ... ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้จับกุมตัวพระชายาทันที ด้วยข้อหา... สมคบคิดกับกบฏและปลอมแปลงตราประทับของราชสำนัก!"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องหนังสือลับก็ดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกเย็นจัดทันที ราวกับสายลมหนาวเหน็บจากยอดเขาหิมะโหมกระหน่ำเข้ามาในพริบตาเดียว หลักฐานทั้งหมดที่เพิ่งรวบรวมได้ยังไม่ทันถูกส่งออกไป ทว่าหมายจับกลับมาถึงหน้าประตูเรือนเสียแล้ว
เซียวหานจิ่งแค่นหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น แววตาดุร้ายดั่งพญามารแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนพ่อบ้านหมอบราบไปกับพื้น
"ดี... ดีจริงๆ เสนาบดีซ่ง ช่างเดินหมากได้รวดเร็วนัก..."
เขายกมือขึ้นสัมผัสดาบประจำกายที่เหน็บอยู่ข้างเอว ช้าๆ ทว่ามั่นคง ขณะที่สายตากลับเหลือบมองไปยังถ้วยชาอุ่นที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ ซึ่งเวลานี้... มีกลิ่นอายประหลาดจางๆ ลอยคละคลุ้งออกมาจากก้นถ้วย โดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็นว่ามันถูกเปลี่ยนตั้งแต่เมื่อใด!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลและคมดาบนี้ไปด้วยกันนะครับ - เฉินเว่ยสายลุย
ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด!•ตอนที่ 17
เปิดโปงขุนนางโฉด
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ท่านอย่าได้หมายตาจะหย่าขาด! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!