“เจ้าเป็นใคร… ทำไมถึงมีใบหน้าเหมือนข้า!”
ลิซ่าเค้นเสียงผ่านไรฟัน ในขณะที่ดาบสีดำสนิทของศัตรูเบื้องหน้ายังคงกดทับการ์ดป้องกันในมือเธอจนเกิดประกายไฟกระเด็นว่อน แรงปะทะนั้นมหาศาลจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นวงกว้าง ดวงตาของชายปริศนาภายใต้หน้ากากเหล็กฉายแววเย็นชาไร้ความรู้สึก ราวกับเขากำลังมองซากศพที่ยังไม่ยอมตาย
ทว่า แทนที่จะตอบคำถาม ชายผู้นั้นกลับหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแหบพร่าและบิดเบี้ยว ก่อนที่เขาจะถอยฉากออกไปด้วยความเร็วที่เนตรมนุษย์ปกติแทบจับภาพไม่ทัน ร่างของเขาเลือนหายไปในเงามืดของซากปรักหักพัง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและร่องรอยแห่งความหวาดหวั่นที่เกาะกินใจลิซ่าอย่างไม่น่าเชื่อ
‘นั่นไม่ใช่แค่คนหน้าเหมือน...’ เธอคิดพลางกำการ์ดในมือแน่น ‘มันเหมือนกับมองกระจกที่สะท้อนด้านมืดที่ข้าพยายามฝังกลบเอาไว้’
“ลิซ่า! ได้ยินข้าไหม!” เสียงของเรย์ดังแทรกผ่านหูฟังขนาดจิ๋ว น้ำเสียงของเขาดูร้อนรน “ค่าพลังงานในบริเวณนั้นพุ่งสูงขึ้นผิดปกติ! มีสัญญาณของดันเจี้ยนระดับ B กำลังจะเปิดออกตรงจุดที่เจ้าอยู่ ถ้าเจ้าไม่รีบหนีออกมาตอนนี้…”
“ไม่ค่ะเรย์” ลิซ่าขัดขึ้น สายตาของเธอหรี่ลง จ้องมองไปยังรอยแยกมิติที่เริ่มก่อตัวขึ้นตรงหน้า “ข้าจะไม่หนี หากสิ่งที่ข้าเห็นเมื่อครู่คือตัวแทนของความอ่อนแอที่ข้าต้องเอาชนะ ข้าก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าข้าเหนือกว่ามัน”
เธอกดเปิดใช้งานการ์ด [เนตรสัจธรรม] ที่เพิ่งได้รับมาจากการสุ่มกาชาครั้งล่าสุด พลังงานสีเงินยวงไหลเวียนเข้าสู่ดวงตาของเธอ โลกทั้งใบที่เคยเป็นเพียงความมืดมิดในดันเจี้ยนพลันเปลี่ยนไป เส้นสายพลังงานนับพันปรากฏขึ้นราวกับเส้นเลือดที่ขึงตึงไปทั่วอากาศ เธอเห็นจุดอ่อนของมิติ เห็นการไหลเวียนของมานาที่เปราะบางที่สุด
“ดันเจี้ยนระดับ B งั้นเหรอคะ?” เธอแค่นยิ้มที่มุมปาก มือเรียวสวยหยิบการ์ด [วิญญาณศาสตรา: สายลมพิฆาต] ขึ้นมา “งั้นข้าขอทดสอบพลังใหม่นี้... กับบทเรียนที่ข้าต้องจดจำไปตลอดกาลก็แล้วกัน”
ลิซ่าก้าวเท้าเข้าสู่รอยแยกมิติโดยไม่ลังเล แสงสีม่วงครามกลืนกินร่างของเธอในพริบตา เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอพบว่าตนเองอยู่กลางหุบเขาที่เต็มไปด้วยฝูง ‘โกเลมศิลาอาถรรพ์’ นับร้อยตัว พวกมันคือมอนสเตอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานและการป้องกันระดับสูง ซึ่งฮันเตอร์ระดับ B ทั่วไปต้องใช้เวลาเคลียร์อย่างน้อยสองถึงสามชั่วโมง
“ระบบ... เริ่มจับเวลา”
เธอกระซิบเบาๆ ดวงตาที่อาบด้วยพลังเนตรสัจธรรมมองเห็น ‘จุดดับ’ หรือจุดตายที่เป็นศูนย์รวมพลังงานของมอนสเตอร์ทุกตัวในรัศมีสายตา มันเป็นจุดสีแดงจางๆ ที่สั่นไหวอยู่ใต้ผิวหินของโกเลมเหล่านั้น
เธอไม่รอให้พวกมันขยับตัว พุ่งทะยานออกไปราวกับลูกธนูที่หลุดจากคันศร การ์ดในมือของเธอเปลี่ยนสภาพเป็นใบมีดวายุที่คมกริบ เธอสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว สายลมที่อัดแน่นด้วยมานาก็เฉือนผ่านอากาศเป็นเส้นตรง ทะลุเข้าที่จุดดับของโกเลมตัวแรกอย่างแม่นยำจนหินผาแตกกระจายกลายเป็นฝุ่นผง
หนึ่งตัว... สองตัว... สิบตัว...
ลิซ่าเคลื่อนไหวอย่างสง่างามราวกับกำลังร่ายรำ การ์ดแต่ละใบที่เธอหยิบใช้ถูกคำนวณมาอย่างดีเยี่ยม เธอไม่ได้ใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง แต่ใช้วิธีการทำลาย ‘จุดเชื่อมต่อ’ ของพลังงานในดันเจี้ยนให้พังทลายลงพร้อมกับตัวมอนสเตอร์
“ห้านาทีผ่านไป...” เสียงระบบเตือนเย็นชาดังขึ้นในหัว
ฝูงโกเลมระดับ B เริ่มแตกตื่น พวกมันรวมร่างกันกลายเป็นอสุรกายศิลาขนาดมหึมาที่สูงตระหง่านราวกับตึกสามชั้น มันคำรามก้องจนหุบเขาสั่นสะเทือน ลิซ่าเหยียดกายตรง เธอไม่หลบหลีก แต่กลับเดินหน้าเข้าหาอสุรกายนั้นด้วยสายตาที่สงบนิ่งดั่งผิวน้ำ
“เนตรสัจธรรมไม่ได้มีไว้แค่หาจุดอ่อน” เธอพึมพำ “แต่มันมีไว้เพื่อแก้ไขสมการที่ผิดพลาด”
เธอโยนการ์ด [พันธนาการแห่งโซ่ตรวน] ขึ้นไปบนอากาศ ทันใดนั้นโซ่เวทมนตร์สีทองนับสิบเส้นก็พุ่งออกจากห้วงมิติ รัดร่างของโกเลมยักษ์ไว้แน่น ลิซ่ารวบรวมพลังมานาทั้งหมดไว้ที่ปลายนิ้วแล้วชี้ไปยังกลางหน้าอกของมันที่เนตรสัจธรรมมองเห็นว่าเป็น ‘แกนกลาง’ ที่แท้จริง
“จบกันที”
ลำแสงสีขาวบริสุทธิ์พุ่งออกจากปลายนิ้วของเธอเจาะทะลุแกนกลางนั้นจนเกิดระเบิดรุนแรง แรงอัดมหาศาลทำให้ดันเจี้ยนทั้งดันเจี้ยนสั่นคลอน เศษหินร่วงหล่นลงมาดั่งห่าฝน แต่ลิซ่ายืนหยัดอยู่อย่างมั่นคงในใจกลางของความโกลาหล
“ระบบ... สรุปเวลา”
“ภารกิจเคลียร์ดันเจี้ยนเดี่ยวระดับ B สำเร็จ ใช้เวลาทั้งหมด 9 นาที 42 วินาที”
ลิซ่าผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ ขณะที่มิติเริ่มสลายตัวลง เธอกลับมายืนอยู่ในพื้นที่รกร้างที่เดิมอีกครั้ง แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไม่ใช่ความสำเร็จในการเคลียร์ดันเจี้ยน แต่เป็นบางสิ่งที่วางอยู่บนพื้นตรงจุดที่ชายปริศนาคนนั้นยืนอยู่เมื่อครู่
มันคือ ‘หน้ากาก’ ที่แตกหักครึ่งหนึ่ง และข้อความที่เขียนด้วยคราบเลือดบนเศษหินว่า...
‘เจ้ายังไม่เห็นความจริงทั้งหมดหรอก ลิซ่า... เพราะสิ่งที่เจ้าพยายามจะฆ่า คืออนาคตที่เจ้าไม่มีวันหลีกหนีพ้น’
เธอก้มลงหยิบหน้ากากนั้นขึ้นมาสัมผัส ทันใดนั้น ภาพนิมิตที่น่าสะพรึงกลัวก็แล่นเข้าสู่สมองของเธอ มันคือภาพของตัวเธอเองในชุดเกราะที่โชกไปด้วยเลือด กำลังยืนอยู่บนซากศพของเรย์ที่ไร้วิญญาณ พร้อมกับถือการ์ดใบหนึ่งในมือ... ใบเดียวกับที่เธอเพิ่งได้รับมาเมื่อกี้ แต่บนการ์ดใบนั้นกลับเปลี่ยนชื่อเป็น ‘การ์ดสังหารผู้สร้าง’
ลิซ่าทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความสับสน ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาจากมุมมืด พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยที่สุด... เสียงของตัวเธอเอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับลิซ่าในทุกๆ การ์ดที่ถูกเปิดออกนะคะ!
Gacha Hunter: สุ่มชะตาพลิกบัลลังก์เทพผู้กล้า•ตอนที่ 16
ทดสอบพลังเนตรสัจธรรม
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Gacha Hunter: สุ่มชะตาพลิกบัลลังก์เทพผู้กล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!