"เอกสารลับฉบับนี้ ถูกบันทึกไว้เมื่อสามปีก่อน ในวันที่พวกท่านร่วมมือกันสังหารหัวหน้ากิลด์คนเก่า เพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการครอบครองผลึกมานาโบราณ... ผมพูดผิดตรงไหนหรือครับ ท่านมาสเตอร์โคล?"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงใหญ่ สภาผู้บริหารกิลด์ทมิฬในยามนี้ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจของความฮึกเหิม หลงเหลือเพียงเสียงกระดาษแผ่นบางที่ถูกโยนลงบนโต๊ะไม้โอ๊กหรูหรา ใบหน้าของโคล มาสเตอร์ผู้ทรงอิทธิพลแห่งกิลด์อันดับต้นๆ ซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ ขณะที่ดวงตาคู่คมของเขาสั่นระริกด้วยความตื่นกลัว
เรนยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนด้วยท่าทีสบายๆ นัยน์ตาสสีนิลภายใต้เงาฮู้ดมองภาพความพินาศตรงหน้าด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ความโอหังที่เคยค้ำคอพวกมันตลอดหลายปี ถูกความจริงที่ถูกกระชากออกมาประจานต่อหน้าสาธารณะบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
ที่ด้านข้างของเรน ลูเซียยืนสงบนิ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ดาบคาตานะคู่ใจถูกชักออกมาจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว สะท้อนแสงไฟสีฟ้าครามจากคริสตัลเวทมนตร์ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเธอมหาสารเสียจนเหล่าองครักษ์ระดับสูงของกิลด์ทมิฬไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหายใจแรง อดีตหัวหน้ากิลด์อันดับหนึ่งผู้เคยทิ้งความเน่าเฟะเบื้องหลัง บัดนี้ยืนหยัดเป็นเกราะคุ้มกันและประกาศกร้าวให้คนทั้งโลกได้ประจักษ์ว่า ใครคือผู้ที่กุมอำนาจที่แท้จริง
"แก... แกเป็นใครกันแน่! ทำไมถึงมีข้อมูลพวกนี้ได้!" โคลเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัวผสมปนเป
"ผมก็แค่คนผ่านมาที่เกลียดพวกปลอมเปลือกก็เท่านั้นเองครับ" เรนตอบด้วยรอยยิ้มเยдя เย็นชาและทรงพลัง "และพวกคุณ... ก็หมดเวลาสนุกแล้วล่ะครับ"
สิ้นคำพูดนั้น อักขระเวทสีดำทมิฬนับร้อยก็ปรากฏขึ้นบนพื้นห้องโถง บิดเบี้ยวและแผ่ขยายอาณาเขตครอบคลุมทั่วทั้งตึกสภาอย่างรวดเร็ว แรงกดดันมหาศาลกดทับร่างของทุกคนในห้องจนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงมเมื่อเงาสีดำเริ่มกัดกินพลังเวทและสติสัมปชัญญะของพวกมันทีละน้อย
ลูเซียกวาดสายตามองความพินาศตรงหน้าด้วยแววตาเรียเฉย ก่อนจะหันมามองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เธอยอมมอบความจงรักภักดีให้ด้วยความรู้สึกเทิดทูน ความรู้สึกปลอดภัยที่ไร้เหตุผลโอบล้อมหัวใจของเธอไว้ ท่ามกลางโลกที่เน่าเฟะใบนี้ มีเพียงเรนคนเดียวเท่านั้นที่สามารถชำระล้างมันด้วยปลายนิ้ว
เรนก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้โคลที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายหนีอย่างน่าสมเพช ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนหน้ากากเวทมนตร์ที่สวมอยู่ของอีกฝ่าย ก่อนจะออกแรงกระชากเพียงนิดเดียว หน้ากากที่ใช้ปกปิดความชั่วช้ามานานนับปีก็แตกละเอียดเป็นผุยผง เผยให้เห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
"ความลับไม่มีในโลกหรอกครับ... โดยเฉพาะความลับของคนตาย"
เรนพلกล่าวเสียงแผ่วเบາ รามกับเสียงกระซิบจากมัจจุราช แต่ทว่าในวินาทีที่เรนกำลังจะสะบัดมือปิดฉากความโสมมนี้ หน้าจอระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานก็เด้งขึ้นตรงหน้าของเขา พร้อมกับเสียงกริ่งเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเมืองหลวงเวทมนตร์
[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบการปลุกชีพของ 'สถาบันวิจัยโบราณ' ใต้ดินระดับ EX]
[คำเตือน: เป้าหมายที่ท่านกำลังตามล่า เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของ 'ผู้ดูแลระบบตัวจริง' ที่กำลังจับIตาดูท่านอยู่]
[เงื่อนไขพิเศษถูกปลดล็อก: ท่านต้องการใช้สิทธิ์ 'ลב้างบางสิ่ง' ทันทีหรือไม่? (ค่าใช้จ่าย: -)]
เรนชะงักฝีมือเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงเมื่อมองเห็นชื่อที่ไม่คาดคิดปรากฏขึ้นบนหน้าต่างระบบ ลูเซียสังเกตเห็นความผิดปกติจึงก้าวเข้ามาประชิด "นายท่าน มีปัญหาอะไรหรือคะ... เอ๊ย มีปัญหาอะไรหรือครับ?" เธอรีบแก้คำพูดทันทีเมื่อสบตากับเรน
ก่อนที่เรนจะได้ทันเอ่ยปากตอบ เสียงปรบมือดังช้าๆ ก็ดังขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องหลังกำแพงที่พังทลาย พร้อมกับร่างของบุคคลในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่ก้าวออกมาจากประตูมิติปริศนา รอยยิ้มเยาะเย้ยที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นบนใบหน้านั้น
"ยินดีด้วยนะ เรน... นายเดินมาถึงจุดที่ฉันรอคอยพอดี"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "จอมเวทไร้นาม" มา ณ ที่นี้นะครับ
เซียนเวทไร้สังกัดกับระบบลงทัณฑ์ผู้โอหัง•ตอนที่ 10
เวทมนตร์เงาและหน้ากากที่พังทลาย
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเวทไร้สังกัดกับระบบลงทัณฑ์ผู้โอหัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!