Runway Rebellion: ปฏิวัติหัวใจยัยนางมารร้าย•ตอนที่ 44

กลับสู่สนามรบ

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
เสียงก๊อปแก๊ปของส้นสูงสติเลตтоที่กระทบพื้นหินอ่อนขัดเงาของล็อบบี้โรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวดังสะท้อนก้อง มันไม่ใช่เสียงของการเดินอย่างคนตื่นตระหนก แต่เป็นจังหวะก้าวที่หนักแน่นและจงใจประกาศให้โลกรู้ว่า ‘รินรดา’ คนเดิมที่เคยถูกเหยียบย่ำจนจมดิน ได้ตายไปจากวงการนี้แล้ว ร่างเพรียวบางภายใต้ชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีดำสนิทจากผ้าทวีตเนื้อดี ตัดเย็บด้วยโครงสร้างที่คมกริบราวกับใบมีด สะกดทุกสายตาของคนในโถงทางเดินให้หันมามองเป็นตาเดียว เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบตึงเป็นหางม้าสูง เปิดเผยกรอบหน้าคมคายที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงก่ำเฉด ‘Blood Ruby’—สีเดียวกับที่เธอเคยใช้ในโชว์กู้ชื่อเมื่อสามปีก่อน ก่อนที่มันจะถูกพรากไปอย่างไร้ความปรานี “อย่าลืมนะคะคุณริน ว่าคริสเตียนไม่ได้เล่นแฟชั่นด้วย ‘ศิลปะ’ แต่เขาเล่นมันด้วย ‘อำนาจเงิน’ และการทุ่มซื้อทุกเสียงกระซิบในปารีส” เสียงทุ้มต่ำแต่เจือความกวนประสาทของเมญ่าดังขึ้น ขณะที่บรรณาธิการสาวมือฉกาจก้าวตามมาติดๆ ในชุดเดรสผ้าไหมสีเขียวมรกต เมญ่ายื่นแท็บเล็ตหน้าจอแสดงผลกราฟิกยอดพรีออเดอร์คอลเลกชันใหม่ให้ดูโดยไม่ต้องรอให้เธอนหันไปมอง “ยอดจองบูติกที่มิลานพุ่งขึ้นสามร้อยเปอร์เซ็นต์ทันทีที่คุณปล่อยภาพทีเซอร์เงาดำเมื่อคืน... ตอนนี้พวกไฮโซกำลังคลั่ง คริสเตียนคงนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้วล่ะค่ะที่เห็นผีเน่ากับโลงผุอย่างเราฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้” รินรดาไม่ตอบ เธอยังคงก้าวเดินด้วยสีหน้านิ่งสนิท แววตาภายใต้ขนตางอนงามซ่อนความระอุของเพลิงแค้นเอาไว้มิดชิด เหตุการณ์ในห้องสอบสวนคืนนั้น—วันที่คริสเตียนหัวระดมลูกน้องและใช้เส้น3สายอำนาจพยายามบีบให้เธอกับวีวี่เซ็นยอมรับผิดเรื่องการขโมยแบบดีไซน์—ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเหมือนม้วนฟิล์มที่ฉายซ้ำ รอยยิ้มหยันและคำพูดเย้ยหยันของชายผู้ทรงอิทธิพลคนนั้นคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่หล่อเลี้ยงหัวใจที่ด้านชาของเธอให้กลับมาเต้นระรัวอีกครั้ง *“ในเมื่อพวกเธออยากตายนัก ฉันก็จะจัดให้สมใจ... เอาตัวพวกมันออกไป!”* คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้รินรดากลัว แต่มันคือสัญญาณเตือนว่าสงครามครั้งนี้ไม่มีที่ยืนให้ผู้แพ้ และเธอก็ไม่มีวันยอมจำนนให้หมาป่าในคราบนักธุรกิจหน้าเงินอย่างคริสเตียนขย้ำซ้ำสองเป็นอันขาด “วีวี่ล่ะ?” รินรดาเอ่ยถามขึ้นเป็นประโยคแรก น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง “กำลังแต่งหน้าเก็บรายละเอียดสุดท้ายอยู่ที่ห้องรับรองพิเศษค่ะคุณริน” เมญ่ายิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน “แม่ซูเปอร์โมเดลตัวแม่ของเรายอมร่วมหัวจมท้ายกับเราแบบถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว หลังจากที่คริสเตียนสั่งแบนเธอจากทุกรันเวย์ในปารีส วีวี่ก็เปลี่ยนจากนางแมวเซามาเป็นเสือดาวหิวเนื้อทันที... ฉันบอกเลยว่ารันเวย์คืนนี้ ลุกเป็นไฟแน่นอนค่ะ” เมื่อผลักประตูห้องรับรองพิเศษเปิดออก กลิ่นอายของความหรูหราและความตึงเครียดก็ปะทะเข้าจังเบอร์ ‘วีวี่’ นั่งไขว่ห้างอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ชุดเดรสยาวเข้ารูปปักเลื่อมระยิบระยับสีเงินยวงสะท้อนแสงไฟระยิบระยับขับผิวเนียนละเอียดให้ดูราวกับรูปปั้นเทพีแห่งความตาย ใบหน้าสวยเฉี่ยวถูกแต่งแต้มด้วยสโมกกี้อายสีเข้มจัด ขับเน้นดวงตาคู่สวยที่เวลานี้เต็มไปด้วยประกายความดุดันและกระหายชัยชนะ เธอกำลังสวมต่างหูเพชรระย้าเม็ดโตด้วยมือที่นิ่งสนิท แม้จะรู้ดีว่าภายนอกโรงแรมตอนนี้เต็มไปด้วยนักข่าวสายบันดาลและปาปารัสซี่ที่คริสเตียนส่งมาเพื่อขัดขวางการเปิดตัว “มาช้าจนะริน” วีวี่เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากเงาสะท้อนในกระจก น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดตามประสาคนเอาแต่ใจ แต่รอยยิ้มมุมปากกลับเผยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด “ฉันเกือบจะออกไปสערปาปารัสซี่ข้างนอกด้วยส้นสูงสี่นิ้วพวกนั้นแล้วเชียว ถ้าเธอมาเลทกว่านี้อีกห้านาที” “คนสวยมักมีสิทธิ์มาสายเสมอค่ะคุณวีวี่” รินรดาเดินเข้าไปหยุดยืนซ้อนหลังนางแบบสาวในกระจก ทั้งสองสบตากันผ่านเงาสะท้อน—คู่หูจำเป็นที่เคยจิกกัดกันแทบตายบนหน้าสื่อ แต่วันนี้กลับต้องมาจับมือกันเพื่อล้างบางผู้มีอิทธิพลที่ต้องการทำลายพวกเธอให้สิ้นซาก “พร้อมนะคะสำหรับเกมรอบนี้? คริสเตียนคงไม่ได้เตรียมพรมแดงต้อนรับเราแน่ๆ” วีวี่แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเสน่ห์อันตราย เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนส่วนสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตรกดดันให้บรรยากาศในห้องดูแคบลงไปถนัดตา “พรมแดงเหรอ? ฉันไม่สนหรอกค่ะริน...” วีวี่เอื้อมมือไปหยิบแว่นตากันแดดสีดำสนิททรงโอเวอร์ไซส์มาสวมทับใบหน้า “เพราะถ้าพวกมันไม่เปิดทางให้ เราก็จะเดินเหยียบหัวพวกมันขึ้นไปเอง... ไปกันเถอะค่ะ ได้เวลาทวงบัลลังก์คืนแล้ว” ประตูห้องรับรองถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดร่างยักษ์ที่เมญ่าจัดเตรียมไว้ แสงแฟลชจากกล้องนับร้อยตัวด้านนอกสาดส่องเข้ามาทันทีราวกับฟ้าผ่า เสียงชัตเตอร์รัวเป็นชุดดั่งเสียงพายุฝน พร้อมกับเสียงตะโกนถามคำถามจากสื่อมวลชนที่ดังอื้ออึงจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก1ครั้งเพื่อเรียกสติ เธอสูดกลิ่นอายของสนามรบที่เธอโหยหามานานนับปี รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย ก่อนที่เธอจะก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับแสงแฟลช โดยมีวีวี่เดินเคียงข้างด้วยท่าทางเย่อหยิ่งราวกับราชinนีผู้กำชัยชนะ ทว่า ท่ามกลางความโกลาหลของกลุ่มนักข่าวที่กรูเข้ามาประชิด ร่างของชายผู้หนึ่งในชุดสูททักซิโดสั่งตัดพิเศษก็ก้าวออกมาจากมุมมืดของเสาหินอ่อน รอยยิ้มเย็นเยียบที่คุ้นเคยปรากฏบนใบหน้าคมคายของ ‘คริสเตียน’ พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังแทรกเสียงแฟลชเข้ามาอย่างน่าขนลุก “ยินดีต้อนรับกลับสู่สนามรบครับ... คุณดีไซเนอร์คนเก่ง” คริสเตียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเหยียดหยาม ก่อนที่เขาจะผายมือไปยังจอ LED ขนาดยักษ์หน้าโรงแรมที่เพิ่งเปลี่ยนภาพจากโลโก้แบรนด์ของรินรดา เป็นเอกสารทางกฎหมายฉบับหนึ่ง—เอกสารที่ระบุชัดเจนว่าแบรนด์ของเธอกำลังถูกฟ้องร้องด้วยข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ระดับชาติ! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านคืนวันอันมืดมิดและก้าวเข้าสู่สนามรบแห่งแฟชั่นไปด้วยกันนะคะ รี้ดเดอร์ที่รักของควีนบีทูโก!
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Runway Rebellion: ปฏิวัติหัวใจยัยนางมารร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%