กลิ่นอายของความพ่ายแพ้มันคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้... หรืออย่างน้อยที่สุด คริสเตียนก็คงกำลังคิดแบบนั้น รินรดากวาดสายตามองเอกสารทางกฎหมายบนจอ LED ขนาดยักษ์ด้วยแววตานิ่งสนิท ราวกับสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่หมายศาลที่อาจพรากทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเธอไป แต่เป็นเพียงแค่แบบร่างเสื้อผ้าที่เธอพร้อมจะขยำทิ้งลงถังขยะได้ทุกเมื่อ
ความเงียบงัดข้อระหว่างเธอกับชายผู้กุมอำนาจเหนือรันเวย์ในตอนนี้ราวกับเส้นลวดที่ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ เสียงซุบซิบจากสื่อมวลชนและเหล่าอินฟลูเอนเซอร์รอบบริเวณโรงแรมดังระงับราวกับผึ้งแตกรัง แสงแฟลชสาดส่องเข้ามาจนรินรดาต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความรำคาญใจล้วนๆ
"ฟ้องร้องละเมิดลิขสิทธิ์ระดับชาติเชียวหรือคะ คริสเตียน..."
รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานชัดเจนจนคนที่กำลังส่งยิ้มเยาะต้องชะงัก เธอค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมไม้กฤษณาของเธอลอยปะทะจมูกคมสันของชายหนุ่ม "ลงทุนจ้างทนายฝีมือดีขนาดนี้ น่าเสียดายนะคะที่สมองของคุณมันยังจำกัดอยู่แค่การก๊อปปี้งานคนอื่นแล้วแปะป้ายชื่อตัวเอง"
"ปากดีให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะรินรดา อีกสัปดาห์เดียว แบรนด์ 'Licht' ของเธอก็จะกลายเป็นแค่เศษกระดาษทิชชูเปียกน้ำ" คริสเตียนโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูเธอ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก
ทว่า ก่อนที่สงครามประสาทริมถนนจะลามปามไปมากกว่านั้น มือเรียวบางตบลงบนไหล่ของคริสเตียนอย่างแรงจนเขาต้องผละถอยหลังด้วยความตกใจ เมญ่าในชุดสูทสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาแทิงกลางระหว่างทั้งสองคน พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่ฉาบอยู่บนใบหน้าเฉี่ยวคม
"อุ๊ย ขอโทษทีค่ะมือมันลั่น พอดีเห็นขยะเปียกอยู่ใกล้ตัวเลยเผลอจะกวาดทิ้งน่ะค่ะ" เมญ่าเหยียดยิ้มพลحกวาดสายตามองคริสเตียนหัวจรดเท้า "ส่วนเรื่องหมายศาล... เชิญส่งมาได้เลยค่ะ ทีมทนายฝั่งเราว่างมากพอที่จะตบหน้าพวกชอบเคลมผลงานคนอื่นให้หงายเงิบคาบัลลังก์เหมือนกัน"
รินรดาไม่รอให้เกมประสาทนี้ยืดเยื้อ เธอหันหลังกลับแล้วก้าวขึ้นรถตู้สีดำทึบที่จอดรออยู่ทันที โดยมีเมญ่าก้าวตามขึ้นมาติดๆ ประตูรถปิดลง ตัดขาดจากเสียงฮือฮาภายนอก เหลือไว้เพียงความเงียบงันและความกดอากาศที่หนักอึ้งภายในห้องโดยสาร
ทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกไป เมญ่าก็ทรุดตัวลงนั่งบนเบาะหนัง ถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับสบถเบาๆ "ให้ตายเถอะริน! แกใจเย็นเกินไปหรือเปล่าอีตาคริสเตียนมันเล่นสกปรกถึงขนาดนี้ แกจะเอาอะไรไปสู้กับหมายศาลบ้าบอนั่นในอีกเจ็ดวันข้างหน้า คอลเลกชันใหม่ของแกก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แถมยังโดนอายัดสิทธิ์ผ้าไหมลอตใหญ่อีก!"
รินรดายังคงนิ่งเงียบ เธอดึงเข็มกลัดเงินออกจากปกเสื้อ ปล่อยให้เส้นผมยาวสลวยตกลงมาเคลียไหล่ นัยน์ตาสสีนิลมองออกไปนอกหน้าต่างที่แสงไฟจากตึกรามบ้านช่องในกรุงปารีสกำลังวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่างหนักหน่วง วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือการเดิมพันด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดที่เธอมีในฐานะดีไซเนอร์
"ใครบอกว่าฉันจะสู้ด้วยวิธีเดิมๆ ล่ะเมญ่า" รินรดาเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงประกายบางอย่างที่ทำให้เมญ่าต้องหันขวับมามอง
"หมายความว่ายังไง?"
"ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมสกปรกบนรันเวย์นัก เราก็แค่สร้างรันเวย์ใหม่ขึ้นมาเอง... รันเวย์ที่กฎหมายของพวกมันเอื้อมไม่ถึง" รินรดาหันกลับมาสบตาเพื่อนสนิท "และฉันรู้แล้วว่าใครที่จะช่วยฉันเผาทำลายกระดานนี้ทิ้ง"
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ณ สตูดิโอส่วนตัวย่านมงมาตร์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึมครึมและกลิ่นอายของความตึงเครียด วีวี่ ซูเปอร์โมเดลสาวเบอร์หนึ่งของวงการกำลังยืนกอดอกพิงผนังกระจก มองรินรดาที่กำลังนั่งร่างแบบเสื้อผ้าลงบนกระดานสเก็ตช์ด้วยสมาธิอันแน่วแน่ บนโต๊ะทำงานเต็มไปด้วยเศษผ้า เศษกระดาษ และแก้วกาแฟที่วางระเกะระระกะ
"เธอเสียสติไปแล้วหรือไงรินรดา?" วีวี่เปิดฉากขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เธอเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานแล้วใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนกระดานสเก็ตช์ "โดนฟ้องล้มละลายยังไม่พอหรือไง ถึงยังมีอารมณ์มานั่งวาดรูปเล่นแบบนี้ แถมยังเรียกฉันมาดึกดื่นแบบนี้อีก รู้ไหมว่าพรุ่งนี้ฉันมีคิวถ่ายแบบให้โว้กแต่เช้า!"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับซูเปอร์โมเดลสาว แววตาของเธอไม่มีความหวาดหวั่นเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความมุ่งมั่นที่ลุกโชน "ฉันไม่ได้เรียกเธอมาเพื่อเป็นนางแบบเดินโชว์เสื้อผ้าให้ฉันเหมือนที่ผ่านมาหรอกนะ... วีวี่"
"แล้วเธอเรียกฉันมาทำไม?" วีวี่หรี่ตาลง จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ รินรดามีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธอเสมอ แม้ว่าพวกเธอจะเคยปะทะคารมกันมานับครั้งไม่ถ้วนก็ตาม
"มาสร้างคอลเลกชันที่สะท้อนตัวตนของกันและกัน" รินรดาผุดลุกขึ้นยืน เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวซูเปอร์โมเดลสาวจนระยะห่างลดลงเรื่อยๆ จนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจ "ฉันต้องการตัวตนของเธอ... ความเปราะบางที่เธอซ่อนไว้ภายใต้ความหยิ่งยโส และความดุดันที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกคนที่กล้ามาขวางทาง... เอาใส่มันลงไปในชุดนี้"
วีวี่ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย คำพูดของรินรดาราวกับมีมือที่มองไม่เห็น เอื้อมเข้าไปควานหาบาดแผลลึกในใจที่เธอพยายามกลบฝังมาตลอดชีวิต ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่มันกลับมาพร้อมกับความตื่นเต้นเร้าใจอย่างประหลาด
"เธอกล้าดี, รินรดา..." วีวี่แค่นหัวเราะในลำคอ พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "คิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาสั่งฉันว่าต้องเอาตัวตนด้านไหนออกมาโชว์"
"ฉันเป็นดีไซเนอร์ที่กำลังจะพังทลาย และเธอ... ก็คือนางมารร้ายที่ไม่มีอะไรจะเสียเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?" รินรดาโน้มใบเข้าไปกระซิบชิดริมหفกของอีกฝ่าย น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมบาดลึก "ถ้าเราจะพินาศไปด้วยกัน อย่างน้อยก็ให้มันพังคอรันเวย์ที่พวกมันสร้างขึ้นมาก็พอ... ว่ายังไงล่ะ จะร่วมมือกับฉันไหม?"
วีวี่นิ่งเงียบไป เนิ่นนานจนเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องกลายเป็นเสียงเดียวที่ได้ยิน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้น ดวงตาที่สะท้อนภาพของตัวเธอเอง—ภาพของผู้หญิงสองคนที่ถูกผลักให้จนตรอก แต่กลับลุกขึ้นมาแยกเขี้ยวใส่โลกทั้งใบอย่างไร้ความกลัว
มุมปากของซูเปอร์โมเดลสาวค่อยๆ ยกยิ้มขึ้น เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สวยงามอ่อนหวาน แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ
"เธอมันร้ายกาจรินรดา... ร้ายกาจเป็นบ้าเลย" วีวี่ยื่นมือออกไปคว้าดินสอจากมือของดีไซเนอร์สาว แล้วลากเส้นตวัดลงบนกระดาษสเก็ตช์ด้วยความมั่นใจและเด็ดเดี่ยว "งั้นก็จัดไป... มาดูกันซิ ว่ารันเวย์ล้างตาของพวกเรา จะทำให้พวกมันตาบอดสนิทด้วยแสงไฟจากความพินาศของพวกมันเองได้ยังไง"
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะเอמהปากพูดตอบรับข้อเสนอสุดท้าทายนั้น เสียงกริ่งหน้าประตูสตูดิโอก็ดังขึ้น... *ติ๊งด่อง!*
ทั้งสองคนชะงักและหันไปมองประตูพร้อมกันด้วยความประหลาดใจ ในยามวิกาลเช่นนี้ ไร้ซึ่งนัดหมาย และไม่มีใครรู้พิกัดลับแห่งนี้... นอกจากคนคนเดียว
ประตูสตูดิโอค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ทสีเข้มที่ก้าวเข้ามาอย่างคุ้นเคย แสงไฟสลัวจากด้านนอกสาดส่องลงบนใบหน้าคมคายที่กำลังเหยียดยิ้มเย็นเยียบ—คริสเตียนยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับเอกสารฉบับใหม่ในมือที่ทำเอารินรดาต้องลมหายใจสะดุด
"ขอโทษที่ขัดจังหวะความสนุกนะครับ... แต่ดูเหมือนว่าพวกคุณจะลืมไปอย่างหนึ่ง ว่าเกมนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องเสื้อผ้า..." คริสเตียนกวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยแววตาสมเพช ก่อนจะชูเอกสารในมือขึ้นสูง "และหมายศาลใบต่อไป... มันถูกส่งตรงมาถึง *คุณวีวี่* แล้วครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ควีนบีทูโก" มาโดยตลอดนะคะ
Runway Rebellion: ปฏิวัติหัวใจยัยนางมารร้าย•ตอนที่ 45
แฟชั่นโชว์ล้างตา
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Runway Rebellion: ปฏิวัติหัวใจยัยนางมารร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!