Runway Rebellion: ปฏิวัติหัวใจยัยนางมารร้าย•ตอนที่ 46

แรงกดดันจากสังคม

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
เสียงกระดาษ A4 เคลือบมันราคาแพงที่ถูกสะบัดลงบนพื้นกระจกใสของสตูดิโอ ไม่ได้สร้างความตกใจให้แก่รินรดาเท่ากับข้อความพาดหัวตัวหนาบนหน้าจอสมาร์ทโฟนของเมญ่า ที่สว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัด "หมายศาล... เหรอคะ?" วีวี่ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของนางแบบสาวดังขึ้นอย่างเย้ยหยัน แม้ดวงตากลมโตจะไหววูบไปชั่วขณะเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวอักษรราชการเหล่านั้น "คิดว่ากระดาษแผ่นเดียวจะสั่นคลอนบัลลังก์ของฉันได้หรือไง คริสเตียน เล่นสกปรกไม่พอ ยังต้องจ้างทนายมาขู่เด็กอีกหรือคะ?" คริสเตียนหัวเราะต่ำในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักฉาบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ บัดนี้กลับเย็นชาจนน่ากลัว เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของรินรดา ปลายรองเท้าหนังขัดเงาหยุดลงห่างจากชายกระโปรงของดีไซเนอร์สาวเพียงไม่กี่เซนติเมตร "เด็กเหรอครับ... อ้อ, ขอโทษที ลืมไปว่าคุณวีวี่ถนัดใช้ชีวิตอยู่บนความเพ้อฝัน จนลืมมองความเป็นจริงรอบตัว" คริสเตียนจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ครับ' เพื่อกวนประสาท ก่อนจะเบนสายตาคมกริบไปยังรินรดา "แต่ดูเหมือนว่า... เพื่อนสนิทของคุณจะไม่คิดอย่างนั้นนะรินรดา" รินรดายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำ แผ่นหลังตั้งตรงราวกับเสาเข็ม มือเรียวบางทั้งสองข้างประสานกันไว้บนตักเพื่อซ่อนอาการปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกลิ่นอายความเครียดลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เธอไม่ยอมแพ้ให้อีกฝ่ายเห็นความอ่อนแอเด็ดขาด "ถ้ามีธุระแค่เอาเศษกระดาษมาโปรดทิ้งไว้ เชิญเก็บกลับไปค่ะ" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง "เพราะที่นี่คือสตูดิโอออกแบบ ไม่ใช่ถังขยะส่วนตัวของคุณ คริสเตียน" เมญ่าที่ยืนกอดอกอยู่ข้างโซฟา รีบก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน บรรณาธิการสาวส่งสายตาพิฆาตใส่ชายหนุ่มทันที "ปากดีนักนะยะ! คิดเหรอว่าทำลายเครดิตของวีวี่กับรินรดาแล้ว แบรนด์ก๊อปปี้เกรดเอของคุณจะผงาดขึ้นมาแทนที่ได้ ฝันกลางวันอยู่หรือไงคะ? คนทั้งวงการเขาตาไม่บอด เขารู้ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้ใครเป็นคนชักใย!" "หึ... คนตาบอดน่ะ คือพวกคุณต่างหาก" คริสเตียนยิ้มหยัน ยกมือขึ้นปัดปกเสื้อสูทอย่างไร้ความใส่ใจ "เปิดหน้าจอโทรศัพท์ดูสิครับ... ตอนนี้ 'กระแสสังคม' เขาไม่ได้มองว่าใครก๊อปปี้ใครแล้วล่ะ แต่มันกำลังมองว่า... แบรนด์รันवेของพวกคุณต่างหาก ที่กำลังเหยียบย่ำหัวใจของสังคม" หน้าจอโทรศัพท์ในมือเมญ่าสั่นระรัว ข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันเอ็กซ์ (X) เด้งขึ้นมาไม่ขาดสาย แฮชแท็กติดเทรนด์อันดับหนึ่งเวลานี้ไม่ใช่เรื่องชุดลอกเลียนแบบอีกต่อไปแล้ว แต่ทว่า... มันคือภาพถ่ายชุดเดรสคอลเลกชันใหม่ล่าสุดของรินรดา ที่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับชุดของมูลนิธิการกุศลเด็กยากไร้ พร้อมข้อความกล่าวหาว่าดีไซเนอร์ชื่อดังขโมยผลงานและหยามเกียรติเด็กกำพร้า! รินรดานัยน์ตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นั่นคือภาพร่างชุดโบราณที่เธอเคยออกแบบสมัยยังฝึกงาน ซึ่งเธอเก็บไว้ในสมุดบันทึกส่วนตัว... สมุดบันทึกที่หายไปจากโต๊ะทำงานของเธอเมื่อสามเดือนก่อน! "มัน... มันเป็นไปได้ยังไง..." รินรดาพึมพำกับตัวเอง สีหน้าที่เคยนิ่งสงบมาตลอดพังทลายลงชั่วขณะ ความรู้สึกหน็บหนาแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้วเท้า "เซอร์ไพรส์ใช่ไหมล่ะครับ?" คริสเตียนโน้มตัวลงกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ใกล้จนรินรดาต้องเอนตัวหนี "โลกโซเชียลมันโหดร้ายเสมอนะรินรดา ยิ่งคุณทำตัวเป็นดอกไม้สูงส่งเท่าไหร่... เวลาที่มันร่วงลงมาเหยียบโคลน ผู้คนก็ยิ่งเหยียบย่ำสะใจมากเท่านั้น และตอนนี้... ทั่วทั้งประเทศกำลังประณามคุณ" วีวี่พุ่งตัวเข้ามาหมายจะคว้าคอเสื้อของคริสเตียนด้วยความโกรธจัด แต่เมญ่าคว้าแขนของนางแบบสาวไว้ได้ทัน "ปล่อยฉันนะเมญ่า! ไอ้สารเลวคนนี้มันต้องโดนตบสักทีถึงจะหายปากดี!" "ใจเย็นก่อนค่ะวีวี่!" เมญ่าตวาดเสียงกร้าว แม้ใบหน้าของเธอจะซีดเผือดไม่แพ้กันเมื่อกวาดตาอ่านคอมเมนต์ในโลกออนไลน์ที่พากันรุมด่าทอรินรดาด้วยถ้อยคำหยาบคาย รุนแรง และไร้ความปรานี ยอดฟอลโลว์เวอร์ของแบรนด์ร่วงกราวรูดราวกับใบไม้ร่วงในฤดูใบไม้ร่วง สปอนเซอร์หลักสามรายส่งอีเมลยกเลิกสัญญากะทันหันภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที แสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือและเสียงชัตเตอร์รัวดังมาจากนอกกระจกสตูดิโอ เมื่อไหร่ไม่รู้ที่นักข่าวสายบันเทิงและแฟชั่นนับสิบชีวิตมารุมล้อมอยู่หน้าร้าน ประตูบานกระจกถูกทุบเบาๆ พร้อมเสียงตะโกนถามคำถามละลานตา "คุณรินรดา! จริงไหมคะที่ขโมยแบบชุดของเด็กกำพร้า?" "คุณวีวี่! รู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่าคะ?" บรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา ออกซิเจนราวกับถูกสูบหายไปจนหมดสิ้น รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน มองภาพเงาสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกเงา หญิงสาวในกระจกดูเปราะบางและโดดเดี่ยวเหลือเกิน วีวี่หันมามองหน้ารินรดา มือเรียวเล็กเอื้อมไปกุมมือที่เย็นเฉียบของดีไซเนอร์สาวไว้แน่น แม้ปากจะยังดื้อรั้นแต่แววตากลับสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด "ริน... เชื่อฉันนะ เราไม่ได้ทำอะไรผิด เราต้องสู้สิคะ อย่าไปยอมมัน!" รินรดาก้มมองมือของตัวเองที่ถูกกุมไว้ ความอุ่นซ่านจากฝ่ามือของวีวี่ช่วยดึงสติของเธอกลับมาทีละน้อย ความกลัวที่เคยเกาะกุมหัวใจค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่ลุกโชนขึ้นมาใหม่ เธอดึงมือกลับอย่างนุ่มนวล แต่แววตาที่มองตรงไปข้างหน้ากลับแข็งกร้าวและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม "สู้เหรอคะ..." รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่ากลัว "ในเมื่อพวกเขาอยากเห็นฉันพังคากองเพลิงนัก... ฉันก็จะเผาให้มันดูทั้งเป็นนี่แหละค่ะ" คริสเตียนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น ความรู้สึกไม่ปลอดภัยบางอย่างแล่นแปลบเข้ามาในอกอย่างไม่มีสาเหตุ แต่เขาก็ยังฝืนยิ้มเยาะ "ปากเก่งให้ได้ตลอดรอดฝั่งเถอะครับ... เพราะพรุ่งนี้เช้า คุณอาจจะไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะยืนในวงการแฟชั่นนี้อีกต่อไปแล้ว" พูดจบร่างสูงก็หันหลังเดินจากไปอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้เสียงฮือฮาและแสงแฟลชมืดฟ้ามัวดินอยู่เบื้องนอก เมญ่าทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง "ริน... เอาไงดี ยอดแชร์ตอนนี้ทะลุหลักแสนแล้ว สังคมตัดสินเราไปแล้วค่ะ" รินรดายกมือขึ้นปัดผมที่ปรกลงมาทัดหูอย่างใจเย็น เธอหยิบสมุดร่างแบบเล่มใหม่ขึ้นมา เปิดหน้ากระดาษสีขาวสะอาดตาขึ้นมาด้วยมือที่มั่นคง ไร้ซึ่งความสั่นเทาอีกต่อไป "ปล่อยให้พวกเขาเสพข่าวปลอมไปก่อนค่ะเมญ่า..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับวีวี่ที่ยืนมองเธอด้วยความทึ่ง "เพราะเกมมันเพิ่งจะเริ่มต้นจริงๆ ต่างหากล่ะคะ" ทว่า... ในจังหวะที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมสตูดิโออีกครั้ง เสียงแจ้งเตือนอีเมลฉุกเฉินบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของรินรดาก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมชื่อผู้ส่งปริศนาที่ทำเอาเลือดในกายของดีไซเนอร์สาวเย็นเฉียบลงถึงขั้วหัวใจ... เป็นชื่อของคนตายที่ควรจะหายสาบสูญไปจากวงการเมื่อห้าปีที่แล้ว! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเผชิญหน้ากับแรงกดดันไปพร้อมกับพวกเธอนะคะ
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Runway Rebellion: ปฏิวัติหัวใจยัยนางมารร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%