Runway Rebellion: ปฏิวัติหัวใจยัยนางมารร้าย•ตอนที่ 8

รอยร้าวที่ก่อตัว

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
เสียงกระแทกของแฟ้มหนังแกะสลักราคาแพงกระทบลงบนกระจกโต๊ะทำงานดังสนั่น จนกาแฟในแก้วเซรามิกสีดำสนิทกระฉอกออกมาปริ่มขอบ รินรดาไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอยังคงยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในสตูดิโอส่วนตัว แววตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เฉียบมองตรงไปยังร่างระหงของซูเปอร์โมเดลเบอร์หนึ่งที่กำลังยืนหายใจฮึดฮัดด้วยความไม่พอใจ "คุณเสียสติไปแล้วหรือคะรินรดา? ชุดนี้มันคืออะไร!" วีวี่กรีดเสียงแหลมสูง มือเรียวยาวที่เพิ่งผ่านการทำเล็บราคาแพงชี้ไปยังสเกตช์ชุดราตรีผ้าซาตินสีดำสนิทที่ถูกตัดต่อด้วยโครงเหล็กและเส้นใยโพลีเมอร์รีไซเคิลอย่างดิบเถื่อน ไร้ซึ่งความอ่อนช้อยของความเป็นกุลสตรีตามค่านิยมรันเวย์ชั้นสูงที่เธอคุ้นเคย "มันคือความจริงค่ะคุณวีวี่" รินรดาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เย็นชา และเจือรังสีความมั่นใจที่ทำให้อีกฝ่ายยิ่งโมโหจนเลือดขึ้นหน้า "แฟชั่นไม่ได้มีไว้เพื่อปรนเปรอความสุขจอมปลอมบนพรมแดง หรือให้คุณสวมมันแล้วเดินยิ้มหวานราวกับตุ๊กตาไขลานให้ช่างภาพกดชัตเตอร์ไปวันๆ ยุคสมัยนี้... ผู้หญิงเขาต้องการเกราะป้องกัน ไม่ใช่เครื่องพันธนาการ" "เกราะบ้าบออะไรของคุณ!" วีวี่ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดตัวดีไซเนอร์สาว ดวงตากลมโตคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว ปลายจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นอย่างถือดี "ฉันคือนางแบบที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชียนะรินรดา คนดูไม่ได้อยากเห็นฉันใส่เศษเหล็กพังๆ เดินขึ้นเวทีเพื่อประชดสังคม พวกเขาอยากเห็นความงาม! ความสมบูรณ์แบบ! ความฝันที่จับต้องได้! ไม่ใช่ขยะรีไซเคิลที่คุณอุปโลกน์ขึ้นมาเพื่อเรียกร้องความสนใจหลังตกอับ!" คำพูดเจ็บแสบพุ่งตรงเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ รินรดารู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงลงมาที่กลางอก มือเรียวที่กอดอกอยู่เผลอจิกเล็บลงบนต้นแขนตัวเองแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังตีรวน ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการถูกคริสเตียนและวงการแฟชั่นกระแสหลักหักหลังผุดวาบขึ้นมาในหัว แต่วินาทีนี้... เธอยอมอ่อนข้อให้ไม่ได้เด็ดขาด ศักดิ์ศรีในฐานะดีไซเนอร์ที่เหลืออยู่คือสิ่งเดียวที่เธอต้องปกป้อง รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวนางแบบสาวเช่นกัน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อบางๆ จากความเดือดดาล เธอก้มลงมองซูเปอร์โมเดลรุ่นน้องด้วยสายตาที่คมกลา "ถ้าคุณมองไม่เห็นคุณค่าของมัน ก็แสดงว่าคุณยังติดอยู่กับกะลาครอบเดิมๆ ของวงการเน่าเฟะนั่นแหละค่ะวีวี่" รินรดากระซิบเสียงต่ำ ลอดไรฟันทีละคำอย่างชัดเจน "ชุดนี้มันถูกออกแบบมาสำหรับผู้หญิงที่เคยล้มเหลว ถูกเหยียบย่ำ และกำลังลุกขึ้นสู้... อ้อ ลืมไปค่ะ คุณคงไม่เข้าใจความรู้สึกของ 'คนแพ้' หรอก เพราะชีวิตคุณมีแต่คนปูพรมแดงให้เดินมาตลอดนี่คะ" เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับแก้วเนียนนุ่มดังสนั่นก้องห้องทำงาน รินรดาหน้าหันไปตามแรงปะทะ ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านขึ้นมาบนพวงแก้มข้างซ้ายอย่างรวดเร็ว กลิ่นคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวดทางกาย แต่เป็นเพราะประกายความสั่นไหวที่ฉายชัดขึ้นในดวงตาคู่สวยของคนที่เพิ่งลงมือตบเธอต่างหาก วีวี่ชักมือกลับ ตัวสั่นเทาไม่แพ้กัน หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจหอบถี่ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นชั่วขณะ ราวกับเด็ก1สาวที่เพิ่งรู้ตัวว่าทำเรื่องพังทลายลงไปเสียแล้ว แต่ทิฐิอันสูงส่งก็ยังทำให้เธอกัดฟันเชิดหน้าขึ้น "อย่ามาดูถูกฉันนะรินรดา..." วีวี่เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวฉันเลยสักนิด!" "ใช่ค่ะ ฉันไม่รู้..." เมญ่าที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูนานสองนานส่งเสียงแทรกขึ้นทำลายความเงียบ บรรณาธิการสาวก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเยือกเย็นแต่นัยน์ตากราดเกรี้ยว เธอปรายตามองรอยแดงบนแก้มเพื่อนสนิทก่อนจะหันไปจ้องหน้านางแบบเบอร์หนึ่งอย่างไม่เกรงกลัว "และเราก็ไม่อยากรู้ด้วย ถ้ารสนيมนิตยสารและรันเวย์ของคุณมันคับแคบขนาดนี้ เชิญคุณเดินออกไปจากสตูดิโอตรงนี้ได้เลยค่ะวีวี่! เพราะแบรนด์ของรินรดาไม่ต้อนรับนางแบบที่ใช้แต่อารมณ์เหนือสมอง!" วีวี่ชะงักงัน คำประกาศกร้าวของเมญ่าเหมือนหมัดน็อกที่ซัดเข้ากลางแสกหน้า เธอกวาดสายตามองรินรดาที่ค่อยๆ หันกลับมาสบตาด้วยใบหน้านิ่งสนิท ไร้ซึ่งรอยน้ำตา ไร้ซึ่งการอ้อนวอน มีเพียงความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกที่พร้อมจะตัดขาดเธอออกจากโปรเจกต์สำคัญนี้ได้ทุกเมื่อ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบหายใจไม่ออก วีวี่อ้าปากคล้ายจะเอ่ยอะไรบางอย่างเพื่อกู้ศักดิ์ศรี แต่ทิฐิก็ค้ำคอจนริมฝีปากเม้มสนิท เธอสะบัดหน้าหนีด้วยความอับอายเตรียมจะก้าวเดินออกไปจากห้องนี้ตามคำไล่ ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่บานประตูไม้สักจะถูกผลักเปิดออกโดยบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะก้าวเข้ามาเหยียบย่ำในพื้นที่ส่วนตัวแห่งนี้ ร่างสูงโปรดของคริสเตียน เจ้าของแบรนด์คู่แข่งผู้กุมอำนาจมืดเบื้องหลังการล่มสลายของรินรดา ปรากฏกายขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนา เขาไม่ได้มองรินรดาหรือเมญ่า แต่สายตากลับพุ่งตรงไปยังวีวี่ด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ "อุ๊ย ดูเหมือนว่าฉันจะมาขัดจังหวะการ 'ทะเลาะกันของเด็กๆ' หรือเปล่าครับเนี่ย..." คริสเตียนเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนขนลุก กวาดสายตามองสภาพห้องที่ยับเยินก่อนจะยิ้มกริ่ม "พอดีผมผ่านมา... และบังเอิญได้ยินว่ารันเวย์โปรเจกต์นี้กำลังจะล่ม ผมเลยเอาข้อเสนอใหม่ที่ 'คุ้มค่ากว่า' มายื่นให้คุณพิจารณาครับ... คุณวีวี่" ควีนบีทูโกขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Runway Rebellion: ปฏิวัติหัวใจยัยนางมารร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%