“ถ้าคุณคิดจะใช้จูบนี้เป็นเครื่องมือต่อรองเรื่องสัญญาละก็... บอกเลยว่าวีวี่ คุณคิดผิดถนัดค่ะ”
เสียงของรินรดาเย็นเยียบเสียจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็งท่ามกลางอากาศที่อบอ้าวด้วยกลิ่นแชมเปญราคาแพงภายในห้องสูทส่วนตัว เธอยืนพิงขอบหน้าต่างบานสูงที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน แต่สายตากลับไม่สนใจทัศนียภาพเหล่านั้นเลย สายตาคู่สวยจับจ้องเพียงร่างระหงของซูเปอร์โมเดลสาวที่เพิ่งเดินก้าวเข้ามาในห้องปิดตาย
วีวี่หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแหบพร่าและเต็มไปด้วยความท้าทาย เธอไม่ได้สวมรองเท้าส้นสูงคู่เดิมจากงานกาล่าแล้ว แต่มันกลับทำให้เธอดูอันตรายกว่าเดิมในชุดเดรสผ้าไหมสีนิลที่แหวกสูงถึงโคนขา ร่างเพรียวบางเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้ารินรดา ระยะห่างของทั้งคู่แทบจะไม่มีเหลือ
“เครื่องมือต่อรอง?” วีวี่ทวนคำพลางใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามปกเสื้อสูทของอีกฝ่ายเบาๆ “ริน... คุณมองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่า? หรือจริงๆ แล้วคุณแค่กลัวว่าตัวเองจะ ‘แพ้’ ให้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกันแน่”
รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือข้างหนึ่งคว้าข้อมือของวีวี่ไว้แน่น ความขัดแย้งในใจของเธอพุ่งพล่าน รสชาติของความแค้นจากการถูกคริสเตียนเหยียบย่ำเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนในงานกาล่ายังคงคุกรุ่นอยู่ แต่สัมผัสจากปลายนิ้วของวีวี่กลับมีแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้หัวใจที่เคยแข็งแกร่งของเธอสั่นคลอน
“ฉันไม่กลัวอะไรทั้งนั้น โดยเฉพาะคนที่ไม่มีแม้แต่ความจริงใจให้ตัวเอง” รินรดาตอกกลับ แต่เสียงของเธอเริ่มแผ่วลงเมื่อวีวี่ก้าวเข้ามาจนชิดเสียจนแผ่นหลังของเธอแนบไปกับกระจกหน้าต่าง
วีวี่ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เป็นเอกลักษณ์ของนางมารร้ายแห่งรันเวย์โชยเข้าจมูกรินรดา มันไม่ใช่กลิ่นหวานหอมชวนฝัน แต่มันคือกลิ่นของความทะเยอทะยานและความดื้อรั้นที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา วีวี่โน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน
“ความจริงใจเหรอ?” วีวี่กระซิบชิดริมฝีปาก “ในโลกใบนี้ ใครมันจะไปมีความจริงใจให้คนอื่นได้ถ้ายังไม่สามารถยอมรับความเปราะบางของตัวเองได้เลย... คุณเองก็เหมือนกันริน รอยยิ้มที่ฝืนทำหน้าคริสเตียนนั่นน่ะ มันไม่ได้ปิดบังความเจ็บปวดในดวงตาคุณได้หรอกนะคะ”
คำพูดนั้นจี้จุดดำมืดในใจของรินรดาเข้าอย่างจัง ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะที่ไม่ประสานกัน รินรดาหลับตาลงพยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำโต้เถียงใดๆ วีวี่ก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
ริมฝีปากนุ่มนิ่มแต่แฝงไปด้วยความรุนแรงของซูเปอร์โมเดลสาวทาบทับลงมาบนริมฝีปากของรินรดา มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลหรืออ่อนหวาน แต่มันคือจูบที่เรียกร้อง บดขยี้ และปลดปล่อยความอัดอั้นที่ทั้งคู่ต่างซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความเกลียดชัง
รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบโต้ด้วยการขยำกลุ่มผมของวีวี่ไว้แน่น ความรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อตแล่นผ่านสันหลัง จูบที่เริ่มจากการชิงไหวชิงพริบกลายเป็นการดูดดื่มที่ลึกซึ้งจนเหมือนจะสูบเอาลมหายใจของทั้งคู่ไป วีวี่จูบราวกับต้องการจะหลอมละลายความเย็นชาของดีไซเนอร์สาวให้หายไป ส่วนรินรดาก็จูบตอบราวกับต้องการจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่งของนางแบบสาว
เวลาดูเหมือนจะหยุดเดินไปชั่วขณะ ในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้ ไม่มีคริสเตียน ไม่มีสื่อมวลชน ไม่มีวงการแฟชั่นที่เน่าเฟะ มีเพียงแค่ผู้หญิงสองคนที่ต่างก็มีบาดแผลในใจกำลังใช้รสสัมผัสเยียวยาและทำร้ายกันในเวลาเดียวกัน
เมื่อทั้งคู่ผละออกจากกัน ต่างฝ่ายต่างหอบหายใจรุนแรง สายตาที่มองประสานกันไม่มีความเกลียดชังหลงเหลืออยู่ มีเพียงความสับสนที่ฉายชัด รินรดามองริมฝีปากของวีวี่ที่บวมเจ่อเล็กน้อยก่อนจะเสมองไปทางอื่น หัวใจของเธอกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก... แต่เธอกลับเดินเข้ามาหามันด้วยความเต็มใจ
“ทำไม...” รินรดาเอ่ยเสียงสั่น “ทำไมต้องเป็นฉัน”
วีวี่มองดูใบหน้าที่เคยสงบนิ่งบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความรวนเร เธอไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที แต่กลับเดินไปที่โต๊ะวางเครื่องดื่ม รินเหล้าลงแก้วสองใบด้วยมือที่สั่นน้อยๆ ก่อนจะยื่นให้รินรดา
“เพราะคุณเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า... ฉันยัง ‘มีชีวิตอยู่’ ท่ามกลางคนที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้ฉันทุกวันไงคะ” วีวี่พูดพลางยกแก้วขึ้นจิบ “และฉันเชื่อว่า... คุณเองก็ต้องการใครสักคนที่มองทะลุหน้ากากนั่นของคุณออก เหมือนกับที่ฉันทำ”
ขณะที่รินรดากำลังจะยื่นมือไปรับแก้วเหล้า เสียงเคาะประตูห้องอย่างแรงก็ดังขึ้นขัดจังหวะห้วงอารมณ์ที่กำลังเปราะบาง ทั้งสองหันไปมองที่ประตูด้วยความตกใจ เสียงของเมญ่าดังลอดเข้ามาด้วยความร้อนรนและตื่นตระหนก
“ริน! เปิดประตูเร็ว! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... คริสเตียนปล่อยหลักฐานเท็จชุดใหม่เกี่ยวกับดีไซน์คอลเลกชันล่าสุดของคุณลงโซเชียลแล้ว ตอนนี้ข่าวพาดหัวทุกสำนักกำลังตีแผ่ว่าคุณขโมยงานเขามา!”
รินรดาหน้าซีดเผือดลงทันที ความรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่พุ่งเข้ามาแทนที่ความหวามไหวเมื่อครู่ เธอหันไปมองวีวี่ที่ตอนนี้ใบหน้าเรียบเฉยกลับกลายเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นอาฆาต... หรือว่านี่คือเกมที่วีวี่วางไว้ตั้งแต่แรก?
รินรดาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอที่สว่างวาบด้วยการแจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดีย แต่ทว่า สิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่แค่ข่าวการใส่ร้ายจากคริสเตียน แต่มันคือภาพถ่ายของ ‘เธอและวีวี่’ ในจังหวะที่กอดกันแนบชิดในงานกาล่าเมื่อคืนนี้ พร้อมแคปชั่นที่เขียนว่า... "ดีไซเนอร์ตกอับ กับนางแบบที่ไม่มีที่ยืน ทั้งคู่กำลังร่วมมือกันฉ้อโกงวงการแฟชั่นใช่หรือไม่?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความโกลาหลที่กำลังจะกลืนกินชีวิตของรินรดาในบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าความเข้มข้นจะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นจนรอตอนต่อไปไม่ไหวเลยค่ะ - ควีนบีทูโก
Runway Rebellion: ปฏิวัติหัวใจยัยนางมารร้าย•ตอนที่ 23
จุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Runway Rebellion: ปฏิวัติหัวใจยัยนางมารร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!