Runway Rebellion: ปฏิวัติหัวใจยัยนางมารร้าย•ตอนที่ 33

การกลับมาของความมั่นใจ

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
“ถ้าเธอคิดจะสวมชุดที่ตัดเย็บด้วยความแค้นแล้วหวังจะชนะฉันบนรันเวย์ บอกเลยนะรินรดา... เธอคิดผิดถนัด” เสียงแหลมสูงทรงอำนาจของวีวี่ดังก้องไปทั่วห้องลองชุดวีไอพีของอาเทลิเยร์ลับ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยอบอวลตัดกับกลิ่นผ้าไหมและเสียงเข็มหมุดที่รินรดากำลังตวัดลงบนหุ่นโชว์อย่างแม่นยำ รินรดาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่ปรับตลอดกาล เธอเพียงแค่ขยับปลายนิ้วไล่ไปตามแนวตะเข็บชุดเดรสสีดิ่งลึกที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายกฎเกณฑ์เดิมๆ ของแฟชั่นวีคปีนี้ “ความแค้นมันแค่เชื้อเพลิงค่ะวีวี่” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยคมมีด “แต่สิ่งที่รันเวย์ต้องการจริงๆ คือความมั่นใจที่มาพร้อมกับหลักฐานว่า... ใครกันแน่ที่เป็นตัวจริงในวงการนี้” วีวี่ก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมผ้าไหมสีเลือดนกโน้มตัวลงมาประจันหน้า ดวงตาคมกริบของซูเปอร์โมเดลสาวจ้องมองไปยังรอยแผลเป็นเล็กๆ บนนิ้วชี้ของดีไซเนอร์สาวที่เกิดจากการเร่งงานหนัก “ตัวจริงเหรอ? ข่าวฉาวของเธอยังไม่จางหายไปจากหน้าสื่อเลยนะ รินรดา คนเขากำลังรอซ้ำเติมวันที่เธอก้าวพลาดอีกรอบ” “แล้วคุณคิดว่าฉันจะพลาดอีกครั้งจริงๆ เหรอคะ?” รินรดาละมือจากงาน วางกรรไกรโลหะลงบนโต๊ะไม้ด้วยจังหวะที่ดังพอจะทำให้ความเงียบในห้องดูหนักอึ้ง เธอเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง แววตาของเธอในตอนนี้ไม่ใช่แววตาของผู้แพ้ที่ซ่อนความเปราะบางเหมือนที่ผ่านมา แต่มันคือแววตาของนักล่าที่ผ่านการเจียระไนด้วยความเจ็บปวดจนกลายเป็นเพชรที่ไม่มีวันแตกสลาย “ฉันไม่ได้มาเพื่อกู้ชื่อเสียง” รินรดาขยับเข้าไปใกล้จนช่องว่างระหว่างกันเหลือเพียงคืบ “ฉันมาเพื่อทวงคืนทุกอย่างที่พวกคุณขโมยไป... รวมทั้งสิ่งที่ฉันเสียไปเมื่อครั้งที่เคยไว้ใจคนที่เรียกว่า ‘มิตร’ ที่สุด” วีวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง เงาในดวงตาของเธอไหววูบเหมือนมีบางอย่างกระตุกเข้าที่ใจบาดแผลเก่าๆ ที่เธอพยายามปิดตายเอาไว้ด้วยความร้ายกาจดูเหมือนจะถูกรินรดาสะกิดด้วยคำพูดสั้นๆ เพียงไม่กี่คำ “อย่ามาทำเป็นพูดดีไปหน่อยเลย” วีวี่เค้นเสียงหัวเราะ กลบเกลื่อนความสั่นไหว “คริสเตียนเขาเตรียมแผนไว้ถล่มโชว์ของเธอตั้งแต่วันแรกที่เธอเหยียบเท้าเข้างาน ต่อให้ดีไซน์เธอจะสวยแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีนางแบบระดับตัวท็อปคนไหนกล้าเดินให้เธอ... เธอก็เป็นได้แค่ขยะแฟชั่นที่ไม่มีใครเหลียวแล” ประตูกระจกบานใหญ่เปิดออกอย่างแรง เมญ่าเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือถือในมือสั่นไหวเล็กน้อยจากการพิมพ์แชทที่รัวเร็ว เธอขัดจังหวะบทสนทนาอันร้อนระอุด้วยน้ำเสียงจริงจังจนบรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที “ริน... เรามีปัญหาใหญ่แล้ว คริสเตียนเพิ่งประกาศตัดสิทธิ์นางแบบทุกคนในสังกัดที่เคยเซ็นสัญญาปากเปล่ากับเรา เขาขู่จะแบนพวกนั้นจากทุกรันเวย์ในซีซั่นหน้า” เมญ่ากัดริมฝีปากแน่นก่อนจะมองไปที่วีวี่ด้วยสายตาเหยียดหยาม “รวมถึงคนของคุณด้วย วีวี่... คริสเตียนกำลังจะเผาทุกอย่างทิ้ง แม้กระทั่งคุณที่เปรียบเสมือนของตายของเขา” คำว่า ‘ของตาย’ ทำให้คิ้วของวีวี่ขมวดเข้าหากันจนเป็นปม ความเย่อหยิ่งบนใบหน้าสวยถูกแทนที่ด้วยความโกรธจัดที่ซ่อนเร้นไว้ “เขาไม่กล้าทำกับฉันขนาดนั้นหรอก” “เขากล้าค่ะ” รินรดาพูดแทรกขึ้นเบาๆ แต่ทรงพลัง เธอหมุนตัวกลับไปที่หุ่นโชว์แล้วดึงผ้าคลุมสีดำออก เผยให้เห็นชุดเดรสที่รังสรรค์ขึ้นจากผ้าทอพิเศษ ซึ่งสะท้อนแสงไฟในห้องจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในคืนที่มืดมิดที่สุด “เขาไม่เคยเห็นใครเป็นตัวจริงหรอกวีวี่ เขาเห็นทุกคนเป็นแค่หมากที่วางไว้บนกระดานเพื่อชัยชนะของตัวเอง... แม้แต่คุณ” รินรดาเดินไปหยิบรองเท้าส้นสูงคู่สวยที่วางอยู่ข้างๆ แล้ววางลงตรงหน้าวีวี่ สายตาของเธอดุดันและแน่วแน่ “ถ้าคุณอยากพิสูจน์ว่าคุณไม่ใช่แค่ตุ๊กตาของคริสเตียน วันนี้... บนรันเวย์ของฉัน คุณจะได้แสดงให้คนทั้งโลกเห็นว่า นางมารร้ายตัวจริงที่คุมเกมแฟชั่นได้ทั้งใบ ไม่ใช่คนที่อยู่ใต้เงาใคร แต่มันคือผู้หญิงที่กล้าก้าวเดินไปพร้อมกับฉัน” วีวี่มองรองเท้าคู่นั้นสลับกับใบหน้าของรินรดา หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวด้วยจังหวะที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานาน ความแค้นที่มีต่อรินรดาเริ่มเปลี่ยนรูปเป็นความท้าทายที่น่าหลงใหล เธอเหยียดยิ้มร้ายที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้มาจากความโกรธ แต่มาจากความสนุกที่กำลังจะได้ทำลายกฎเดิมๆ “ถ้าฉันเดินให้เธอ... แล้วคนทั้งโลกยังด่าเธอว่าไร้น้ำยา ฉันจะไม่เสียดายเวลาที่เสียไปเลยนะ รินรดา” วีวี่หยิบรองเท้าขึ้นมาสวมด้วยท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอย่างประหลาด รินรดายิ้มตอบ ยิ้มที่ดูเยือกเย็นแต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนรอบข้างต้องหยุดมอง “ถ้าวันนั้นมาถึง... ฉันจะเป็นคนแรกที่ยินดีกับชัยชนะของคุณ แต่ฉันมั่นใจ... ว่าโลกจะจดจำโชว์คืนนี้ในฐานะจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติครั้งใหญ่” ทว่าในวินาทีที่วีวี่เตรียมจะก้าวขาออกจากห้อง ประตูก็ถูกผลักเข้ามาโดยคริสเตียนที่ยืนอยู่เบื้องหลังเงาสลัว พร้อมกับกลุ่มชายชุดดำที่ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย เขาปรบมือช้าๆ ในจังหวะที่ฟังดูเหมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความหายนะ “ซึ้งจังเลยนะครับ... แต่เสียดายที่นางแบบคนโปรดของผม ไม่ได้รับอนุญาตให้ก้าวเท้าออกจากห้องนี้จนกว่าผมจะอนุญาต” คริสเตียนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว ก่อนจะหันไปทางรินรดา “คุณลืมไปหรือเปล่ารินรดา... ว่าของที่ผมต้องการทำลาย ต่อให้สวยแค่ไหน มันก็ไม่มีวันได้เห็นแสงเดือนแสงตะวันหรอก” เขากดปุ่มบนรีโมทในมือ ทันใดนั้น ไฟทั้งอาเทลิเยร์ก็ดับพรึบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุม ทุกอย่างเงียบสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจของรินรดาที่เต้นระรัว ก่อนที่แสงเลเซอร์สีแดงจากเลเซอร์พอยเตอร์จะจุดลงบนหน้าอกของรินรดาช้าๆ จากตำแหน่งที่มองไม่เห็นในเงามืด... เสียงกระซิบผ่านวิทยุสื่อสารของคริสเตียนดังขึ้นเบาๆ จนรินรดาสามารถจับใจความได้ “ลาก่อน... ดีไซเนอร์ผู้โชคร้าย” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมั่นใจที่ถูกสั่นคลอนของรินรดาไปกับควีนบีทูโกนะคะ!
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Runway Rebellion: ปฏิวัติหัวใจยัยนางมารร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%