ซองเอกสารสีน้ำตาลกระแทกลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีเกิดเสียงทึบหนักหน่วง ทว่าเสียงที่บาดลึกยิ่งกว่าคือรอยยิ้มหยันบนมุมปากของคริสเตียน ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำอนาคตของรินรดาให้จมดินด้วยแผนสกปรกในวงการแฟชั่น
"ไม่คิดเลยนะคะว่าดีไซเนอร์ผู้รักศักดิ์ศรีอย่างคุณรินรดา จะลดตัวลงมาซุกตัวอยู่ในห้องเช่าโทรมๆ แบบนี้... น่าสมเพชเป็นบ้า" คริสเตียนแค่นหัวเราะในลำคอ กวาดสายตามองไปรอบห้องพักขนาดกะทัดรัดที่ไม่ได้หรูหราสมฐานะอดีตดีไซเนอร์แถวหน้า ก่อนจะหยุดสายตาคมกริบไว้ที่ร่างของคนที่เขากำลังคุกคาม
รินรดายืนตัวตรง แววตาคู่คมที่เคยซ่อนความเปราะบางไว้ ตอนนี้กลับเปล่งประกายความเยือกเย็นและดุดันเสียยิ่งกว่าคมมีด เธอไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว ตรงกันข้าม เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานตัวนั้น ปลายจมูกห่างจากชายผู้มาเยือนเพียงไม่กี่คืบ จนคริสเตียนชะงักรอยยิ้มระรื่นบนใบหน้าไปชั่วขณะ
"ถ้าคุณถ่อสังขารมาดึกดื่นแค่อยากจะเห่าหอนโชว์ความโง่เขลา... ฉันแนะนำให้ไสมันกลับไปซะค่ะ ก่อนที่ฉันจะสงเคราะห์ด้วยการแจ้งข้อหาบุกรุก" น้ำเสียงของรินรดานิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมจนคนฟังถึงกับสันหลังวาบ
แต่ก่อนที่สถานการณ์ในห้องจะปะทุเดือดไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงผลักบานประตูเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"ริน! ฉันได้ยินเสียง... อุ๊ย!"
เมญ่า บรรณาธิการสาวเพื่อนสนิท ชะงักกึกทันทีที่เห็นร่างสูงของคริสเตียนยืนประจันหน้าอยู่กับเพื่อนรัก แววตาของเมญ่าแปรเปลี่ยนจากความตกใจกลายเป็นความโกรธเกรี้ยวในเสี้ยววินาที เธอปรี่เข้าไปยืนเคียงบ่าเคียงไหล่รินรดาโดยอัตโนมัติ ราวกับแม่เสือสาวที่พร้อมจะตะปบเหยื่อผู้บุกรุก
"อุ๊ยตาย วายร้ายระดับประเทศโผล่หัวมาถึงถิ่นเลยเหรอคะเนี่ย สงสัยคดีเก่าที่บริษัทเก่ายังไม่เข็ดหลาบ อยากจะเพิ่มรอยแผลเป็นบนหน้าให้อีกสักรอบใช่ไหมคะ ถึงได้กล้าเดินเข้ามาหาเรื่องถึงที่นี่" เมญ่าเปิดฉากสาดคำพูดเผ็ดร้อนใส่ทันที มือเรียวคว้าแฟ้มเอกสารใกล้ตัวมาถือไว้ราวกับพร้อมฟาด
คริสเตียนแค่นหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หรา เขาเหลือบมองเมญ่าด้วยหางตาก่อนจะหันกลับมาสบตารินรดาอีกครั้ง "ปากเก่งกันดีนี่คะ... แต่ไม่รู้ว่าเอกสารในซองนี้เปิดอ่านแล้ว จะยังปากดีแบบนี้อยู่หรือเปล่า"
เขายกมือขึ้นดันซองเอกสารสีน้ำตาลให้เลื่อนไปตรงหน้าเธอ รินรดาก้มมองมันครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือเรียวไปหยิบขึ้นมาเปิดอย่างไม่สะทกสะท้าน ท่าทีที่นิ่งสนิทและไร้ความหวาดกลัวของเธอ ทำให้คริสเตียนขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจ
กระดาษแผ่นแรกถูกดึงออกมา สายตาคู่สวยกวาดมองตัวหนังสือและภาพถ่ายที่ปรากฏอยู่บนนั้น ร่างบางชะงักไปเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่น่าจะถูกทำลายไปนานแล้ว แต่มันกลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้าในค่ำคืนนี้
"ตกใจล่ะสิคะ..." คริสเตียนกระซิบเสียงต่ำ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นอีกครั้ง "หลักฐานชิ้นนี้ถ้าหลุดไปถึงมือสื่อแฟชั่นระดับโลกเมื่อไหร่ ชีวิตการทำงานของคุณในวงการนี้ก็ถือว่าจบเห่ถาวร... แต่ฉันใจดีนะคะ ถ้าคุณยอมเซ็นสัญญาโอนสิทธิ์ผลงานคอลเลกชันใหม่ทั้งหมดให้แบรนด์ของฉันฟรีๆ เรื่องเอกสารพวกนี้... ฉันจะถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น"
เมญ่าที่ชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยถึงกับหน้าถอดสี "แกมันหน้าตัวเมียที่สุด คริสเตียน! แผนต่ำช้าแบบนี้ยังกล้าเอามาใช้หน้าด้านๆ อีกเหรอ!"
รินรดายังคงนิ่งเงียบ เธอยังไม่ปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก เมญ่าหันมามองเพื่อนรักด้วยความร้อนรน กลัวว่ารินรดาจะพ่ายแพ้ให้กับเกมสกปรกนี้อีกครั้ง
ทว่า... รินรดากลับหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เย็นเยียบและน่ากลัวที่สุดเท่าที่เมญ่าเคยได้ยิน
เธอค่อยๆ พับกระดาษแผ่นนั้นเก็บใส่ซองอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคริสเตียนตรงๆ แววตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายของความท้าทายที่ร้อนแรงเสียจนคนมองต้องผวา
"คุณคิดจริงๆ เหรอคะ คริสเตียน... ว่าคนอย่างรินรดา จะยอมเดินตกหลุมพรางเดิมซ้ำสอง?" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง "เอกสารพวกนี้... ตัวจริงอยู่ที่ไหน ฉันรู้ดีกว่าใคร และที่สำคัญที่สุด..."
รินรดาเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบสร้างความกระวนกระวายใจให้ฝ่ายตรงข้าม ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคริสเตียนถึงกับหน้าซีดเผือด
"...คนที่ถือไพ่เหนือกว่าในตอนนี้ ไม่ใช่คุณค่ะ"
พูดจบ รินรดาก็คว้าซองเอกสารนั้นโยนลงถังขยะใต้โต๊ะทำงานอย่างไม่ใยดี ราวกับมันเป็นเพียงเศษขยะไร้ค่าราคาถูก คริสเตียนเบิกตากว้างด้วยความโกรธจัดที่ถูกหยามเกียรติ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้น
"แก! นังสารเลว... อยากจะลองดีนักใช่ไหม งั้นก็เตรียมตัวรับจุดจบของพวกแกได้เลย!" คริสเตียนคำรามลั่นด้วยความโมโหสุดขีด ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย เสียงปิดประตูดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนไปทั่วทางเดิน
เมื่อร่างของศัตรูหายลับไป เมญ่าก็ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาด้วยความโล่งอก พร้อมกับพรูลมหายใจยาวเหยียด "ให้ตายเถอะริน เกือบหัวใจวายตายคาที่... แล้วเธอแน่ใจเหรอว่าเอกสารนั่นไม่ใช่ตัวจริง?"
รินรดาหันกลับมามองเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าที่ผ่อนคลายลง "ตัวจริงเหรอคะ... อยู่ในมือฉันตั้งนานแล้วค่ะ เมญ่า" เธอยื่นแฟ้มเอกสารอีกฉบับที่ซ่อนไว้ใต้กองหนังสือให้เพื่อนดู เมญ่าอ้าปากค้างก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความสะใจ
"สมน้ำหน้าไอ้สารเลวนั่นจริงๆ โดนซ้อนแผนจนมุมแล้วยังไม่รู้ตัวอีก!" เมญ่าตบโต๊ะฉาดใหญ่ด้วยความชอบใจ
ทว่า ความเงียบสงบหลังพายุผ่านพ้นไปไม่ได้กินเวลานานนัก เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งกำลังเดินตรงมาที่หน้าห้องพักของเธออีกครั้ง... แต่คราวนี้ จังหวะก้าวเดินนั้นไม่ได้สร้างความรู้สึกคุกคามหรือน่ากลัวเหมือนผู้ชายคนเมื่อครู่เลยสักนิด
มันเป็นเสียงก้าวเดินที่คุ้นเคย หรูหรา และเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
เมญ่าขมวดคิ้วหันไปมองหน้าประตู ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ "เอ๊ะ... ใครมาอีกน่ะ ดึกป่านนี้แล้ว หรือว่า...?"
รินรดานิ่งงิ่งไปชั่วขณะ รู้สึกได้ถึงความร้อนที่แล่นขึ้นมาบนพวงแก้มอย่างไม่ทราบสาเหตุ สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่า ผู้มาเยือนยามวิกาลคนนี้... อันตรายต่อหัวใจของเธอยิ่งกว่าเอกสารลับในถังขยะเสียอีก
บานประตูห้องค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างระหงของซูเปอร์โมเดลสาวตัวแม่แห่งวงการแฟชั่น ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและสายตาสุดเซ็กซี่ที่มองตรงมาที่เธอ
และก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากทักทาย... วีวี่ก็ก้าวเข้ามาในห้อง ปิดประตูลงกลอนอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะเดินตรงดิ่งเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเธอโดยไม่สนใจสายตาอ้าปากค้างของเมญ่าเลยแม้แต่น้อย
- - - - - - - - - - - - - - - - -
ขอบคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ควีนบีทูโก" เสมอมานะคะ!
Runway Rebellion: ปฏิวัติหัวใจยัยนางมารร้าย•ตอนที่ 42
ความรักเบ่งบาน
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Runway Rebellion: ปฏิวัติหัวใจยัยนางมารร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!