Runway Rebellion: ปฏิวัติหัวใจยัยนางมารร้าย•ตอนที่ 35

การตัดสินใจที่ยากลำบาก

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
"ถ้าคุณคิดว่าศักดิ์ศรีของฉันมีราคาที่ตีเป็นตัวเลขได้ ก็เชิญเก็บเช็คใบนั้นกลับไปใส่กระเป๋าแบรนด์เนมปลอมๆ ของคุณเถอะค่ะ คริสเตียน" เสียงของรินรดาดังกังวานอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสนิท กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมราคาแพงในห้องนี้ดูจะมลายหายไป เหลือเพียงความเย็นเยียบจากสายตาที่เธอมองไปยังชายตรงหน้า เธอวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้โอ๊กดัง 'กริ๊ก' สั้นๆ แต่มันกลับฟังดูเหมือนเสียงเหนี่ยวไกปืนในความรู้สึกของคนฟัง คริสเตียนแสยะยิ้ม มุมปากของเขาขยับเพียงเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องมองดีไซเนอร์สาวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับเขา "อย่าใช้คำว่าศักดิ์ศรีมาบังหน้าเลยรินรดา ในวงการนี้... คนที่ไม่มีงาน ไม่มีเงิน และไม่มีแม้แต่ที่ยืน ก็ไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาโชว์ในตู้กระจกหรอก" "แต่ตุ๊กตาตัวนี้ยังมีความคิดค่ะ" รินรดาตอบกลับทันควัน เธอยืนขึ้นเต็มความสูง ความมั่นใจในแววตาไม่ได้ลดน้อยลงแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่จนตรอก "ข้อเสนอให้ฉันไปเป็น 'โกสต์ดีไซเนอร์' ให้แบรนด์คุณ เพื่อแลกกับการลบชื่อฉันออกจากบัญชีดำของสมาคมแฟชั่น... มันไม่ใช่การช่วยเหลือ แต่มันคือการฆาตกรรมทางอาชีพแบบเลือดเย็น คุณต้องการแค่ผลงานของฉันไปประดับบารมี ในขณะที่ตัวฉันต้องนั่งอยู่ในเงามืดไร้ชื่อเสียงตลอดกาล ฝันไปเถอะค่ะ" เมญ่าที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟามุมห้องกระตุกยิ้มที่มุมปาก เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาดูราวกับไม่ได้สนใจบทสนทนาที่กำลังดุเดือด แต่ความจริงแล้วทุกคำพูดของคริสเตียนทำให้เลือดในกายของเธอเดือดพล่าน "รินรดา... ฉันให้โอกาสเธอคิดใหม่นะ" คริสเตียนขยับตัวลุกขึ้นยืนบ้าง ร่างสูงใหญ่ของเขาดูคุกคาม แต่รินรดาไม่สะทกสะท้าน "ถ้าปฏิเสธวันนี้ พรุ่งนี้รันเวย์ใหญ่ที่คุณเคยวาดฝันไว้จะกลายเป็นสุสานของแบรนด์คุณจริงๆ เธอรู้ดีว่าฉันทำอะไรได้บ้าง" "ทำเลยค่ะ" รินรดาก้าวเข้าไปหาเขาจนระยะห่างลดน้อยลง เผยให้เห็นดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น "จะทำลายชื่อเสียง หรือจะให้ใครมาฉีกเสื้อผ้าฉันทิ้งกลางงาน ก็เชิญตามสบาย แต่จำไว้นะคะคริสเตียน... คนที่ถูกต้อนจนมุมอย่างฉัน ไม่เหลืออะไรให้เสียอีกแล้ว และเมื่อคนเราไม่มีอะไรจะเสีย... เราก็น่ากลัวกว่าที่คุณคิด" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ คริสเตียนขบกรามแน่น เขาไม่เคยคาดคิดว่ารินรดาที่เคยดูสุภาพและอ่อนน้อมจะกล้าหักหน้าเขาต่อหน้าพยานอย่างเมญ่า เขาหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว ก้าวเท้าออกจากห้องไปพร้อมเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นเหมือนการประกาศสงคราม เมื่อประตูปิดลง เมญ่าก็ผ่อนลมหายใจออกมาแรงๆ เธอโยนแท็บเล็ตทิ้งลงบนโซฟาแล้วมองเพื่อนรักด้วยสายตาที่ซับซ้อน "เธอปฏิเสธเขาจริงๆ สินะ ริน... นี่คือตั๋วใบเดียวที่จะทำให้เธอได้กลับมาเฉิดฉายในงานแฟชั่นวีคเดือนหน้าเลยนะ" "ฉันยอมเป็นดีไซเนอร์โนเนมที่ขายงานตามตลาดนัด ยังดีกว่าต้องไปเป็นทาสรับใช้คนอย่างนั้นค่ะ เมญ่า" รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ แรงที่ใช้ไปกับการประจันหน้าเมื่อครู่เริ่มสูบฉีดจนเธอรู้สึกล้า "วีวี่ล่ะ... เธอรู้เรื่องนี้หรือยัง" เพียงแค่ชื่อนั้นถูกเอ่ยออกมา เมญ่าก็ชะงักไปชั่วครู่ "วีวี่... เธอกำลังพยายามดึงรินเข้ามาอยู่ในโปรเจกต์ใหม่ของเธอ แต่หลังจากที่คริสเตียนเดินออกไปหน้าตาบึ้งตึงแบบนั้น ฉันเกรงว่าวีวี่อาจจะเข้าใจผิดไปไกลแล้วล่ะ" ยังไม่ทันขาดคำ เสียงประตูห้องทำงานก็เปิดออกอีกครั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าดุจนางพญา ดวงตาคมกริบของ 'วีวี่' ซูเปอร์โมเดลเบอร์หนึ่งของวงการจับจ้องไปที่รินรดาราวกับจะกรีดให้เป็นรอย "ฉันได้ยินว่าเธอเพิ่งทำสิ่งที่โง่ที่สุดในชีวิตลงไป รินรดา" วีวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความกดดัน เธอเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานของรินรดา "คริสเตียนไม่ได้มาเพื่อเจรจา เขามาเพื่อยื่นเส้นด้ายให้เธอ แต่เธอกลับเลือกที่จะตัดมันทิ้ง" "ฉันไม่ต้องการเส้นด้ายจากคนที่ผูกปมให้ฉันตั้งแต่แรกค่ะ วีวี่" รินรดาตอบกลับด้วยความนิ่งสงบผิดกับพายุในใจ "ทำไมเธอต้องเดือดร้อนแทนเขาด้วย หรือว่าข้อเสนอของเขาก็มีส่วนแบ่งให้เธอด้วยเหมือนกัน?" วีวี่ชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว เธอโน้มตัวลงมาหาคนตรงหน้าจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมกุหลาบที่คุ้นเคย "ที่ฉันเดือดร้อน... ไม่ใช่เพราะคริสเตียน แต่เป็นเพราะถ้าเธอพัง รันเวย์ของฉันในฤดูกาลนี้ก็คงจะจืดชืดไร้สีสัน... ฉันยังไม่อยากเล่นกับของไร้คุณภาพ" "งั้นก็ไปหานางแบบคนอื่นเถอะค่ะ" รินรดาแค่นยิ้ม มือของเธอเริ่มสั่นจนต้องกำไว้ใต้โต๊ะ "ฉันกำลังจะปิดแบรนด์... ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป" คำพูดนั้นทำให้เมญ่าลุกพรวดขึ้น ส่วนวีวี่ถึงกับนิ่งค้างไป ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างเชื่องช้า รินรดาไม่ได้ล้อเล่น แววตาของเธอว่างเปล่าจนน่าใจหาย ราวกับว่าเป้าหมายสุดท้ายในชีวิตของเธอเพิ่งถูกลบเลือนไปจริงๆ ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของวีวี่ก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบ เธอเหลือบมองหน้าจอเพียงแวบเดียว แววตาที่เคยแข็งกร้าวกลับเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงจนปิดไม่มิด เธอหันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาที่แปลกไปจากเดิม "รินรดา... เธอต้องดูนี่" วีวี่วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะของรินรดา หน้าจอแสดงภาพถ่ายจากอีเมลปริศนาที่เพิ่งส่งเข้ามาสดๆ ร้อนๆ มันคือภาพหลักฐานสำคัญที่สามารถพลิกคดีการใส่ร้ายทั้งหมดของรินรดาได้ แต่มันกลับถูกส่งมาจากที่ที่ไม่มีใครคาดคิด รินรดามองภาพนั้น หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ "นี่มัน... เป็นไปไม่ได้ ใครส่งมาให้เธอ?" วีวี่กัดริมฝีปากแน่น "คนส่งเขาไม่ได้บอกชื่อ แต่เขาบอกแค่ว่า... 'ความลับของคริสเตียนที่เธอถืออยู่ ยังไม่เจ็บปวดเท่ากับความลับที่เขากำลังจะบอกกับทั้งโลกในอีกสิบนาทีข้างหน้า'" เสียงประกาศจากทีวีในห้องทำงานที่เปิดค้างไว้ดังขึ้นทันที รายการข่าวบันเทิงแฟชั่นรายงานด่วนด้วยหัวข้อที่ทำให้รินรดาต้องลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจอย่างที่สุด... ภาพของคริสเตียนที่กำลังถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมตัวกลางงานแถลงข่าวใหญ่! รินรดาหันไปมองวีวี่ด้วยความสับสน "นี่เธอ... เป็นคนทำแบบนี้งั้นเหรอ?" วีวี่ส่ายหน้าช้าๆ สายตาของเธอมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความหวาดหวั่น "ฉันไม่ได้ทำ... และถ้าคนๆ นี้กล้าทำลายคริสเตียนด้วยวิธีนี้ คนต่อไปที่เขาจะเล่นงาน... อาจจะเป็นพวกเราทุกคน" ความหวังที่กำลังจะจุดประกายกลับถูกสั่นคลอนด้วยความกลัวที่ไม่รู้ที่มา และเงาของใครบางคนที่คืบคลานเข้ามาในเงามืดของวงการแฟชั่นที่พวกเธอกำลังยืนอยู่ ควีนบีทูโกหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับการหักมุมในครั้งนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Runway Rebellion: ปฏิวัติหัวใจยัยนางมารร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%