ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า•ตอนที่ 27

การล่มสลายของสำนักพยัคฆ์

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"เจ้าจะฆ่าข้าด้วยวิธีนี้จริงๆ หรือ?" เสียงของจางอี้เฟิงราบเรียบดุจผิวน้ำในบ่อลึก แม้คมกระบี่ของชายปริศนาจะจ่ออยู่ชิดลำคอจนผิวหนังเริ่มปรากฏรอยแดงจางๆ แต่ดวงตาของเขากลับไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนก มันเป็นเพียงความว่างเปล่าที่สะท้อนถึงการยอมรับในชะตากรรมที่อาจจะมาถึงได้ทุกเมื่อ ชายผู้นั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาภายใต้เงาหมวกสานคู่นั้นเย็นเยียบยิ่งกว่าไอสังหาร "ความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว อี้เฟิง... สิ่งที่น่ากลัวคือการมีชีวิตอยู่เพื่อเห็นสิ่งที่เจ้าหวงแหนพังทลายลงต่อหน้าต่อตา โดยที่เจ้าไม่สามารถทำอะไรได้เลยต่างหาก" คมกระบี่ถูกถอนออกอย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์ ทิ้งไว้เพียงความเย็นเยือกที่ยังคงฝังแน่นอยู่บนผิวหนัง จางอี้เฟิงไม่รอช้า เขาหมุนตัวกลับหลังด้วยวิชาตัวเบาที่เฉียบคมราวกับวิหคโผบิน พุ่งทะยานออกจากเงามืดของตรอกแคบสู่ท้องฟ้าที่บัดนี้ถูกฉาบด้วยสีเลือด กลิ่นควันไฟและคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศ ยิ่งเข้าใกล้เขตที่ตั้งของสำนักพยัคฆ์ เสียงโห่ร้องสังหารและเสียงเหล็กกระทบกันก็ยิ่งดังสนั่นดุจเสียงกัมปนาทแห่งพายุฝน "อี้เฟิง! ทางนี้!" ไป๋หลิงยืนอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่สูงตระหง่าน มือหนึ่งจับสายธนู อีกมือหนึ่งชี้ไปยังทิศตะวันออกที่ซึ่งหอตำราของสำนักพยัคฆ์กำลังถูกเปลวเพลิงกลืนกิน นางไม่ได้ดูตกใจ แต่นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววเด็ดขาดที่เขารู้ดีว่าหมายความว่าอย่างไร "พวกพรรคมารหวงหลงไม่ได้มาเพื่อล้อมเพียงอย่างเดียว พวกมันมาเพื่อถอนรากถอนโคน" ไป๋หลิงกล่าวพลางปล่อยสายธนูในมือ ลูกดอกอาบยาพิษพุ่งแหวกอากาศปักเข้าที่ลำคอของยอดฝีมือพรรคมารที่กำลังจะลอบทำร้ายศิษย์สำนักพยัคฆ์จากด้านหลัง จางอี้เฟิงไม่ตอบคำ เขาทะยานลงสู่ลานกว้างของสำนักพยัคฆ์ ดาบในมือชักออกจากฝักเพียงครึ่ง ดาบที่ไม่มีเงา ดาบที่คมกริบดุจสายลมที่มองไม่เห็น มันตวัดผ่านร่างของศัตรูที่ขวางหน้าไปสามคนโดยที่พวกมันยังไม่ทันได้ขยับตัวด้วยซ้ำ "ถอยไปให้หมด!" จางอี้เฟิงตวาดก้อง เสียงของเขาแฝงด้วยกำลังภายในที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณของฝ่ายตรงข้าม ท่ามกลางกลุ่มศัตรู ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีนิลก้าวออกมา บุรุษผู้นั้นคือ 'มารโลหิต หวงหลง' เขายืนอยู่ท่ามกลางซากศพของศิษย์สำนักพยัคฆ์ด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและหิวกระหาย "จางอี้เฟิง เจ้ามาได้จังหวะพอดิบพอดี" หวงหลงกล่าวพลางเช็ดคราบเลือดที่กระเด็นเปื้อนใบหน้า "ข้ากำลังคิดอยู่พอดีว่า หากเจ้าเห็นหัวหน้าสำนักพยัคฆ์ต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของข้า เจ้าจะแสดงสีหน้าเช่นไร" หวงหลงสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ชายชราในชุดขาวที่มีรอยขาดวิ่น—เจ้าสำนักพยัคฆ์ผู้เกรียงไกร—ถูกเหวี่ยงลงมากองกับพื้นเบื้องหน้าจางอี้เฟิง ลมหายใจของเขาแผ่วเบาราวกับเทียนที่ถูกลมพัดจนเกือบดับ "อาจารย์อา..." จางอี้เฟิงก้าวเข้าไปหา ทว่าถูกกระแสพลังกดดันจากหวงหลงสกัดไว้ "เจ้ายังไม่เข้าใจวิถีแห่งเต๋าที่แท้จริงหรอก" หวงหลงหัวเราะ "เต๋าที่แท้จริงคือผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่กำหนดโลก หากเจ้าต้องการช่วยเขา เจ้าต้องวางดาบลง แล้วก้มกราบข้าในฐานะนายเหนือหัวคนใหม่ของแผ่นดิน" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ อากาศรอบข้างดูเหมือนจะหยุดนิ่ง จางอี้เฟิงมองไปยังใบหน้าของอาจารย์อาที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเจ็บปวดและแววตาที่เว้าวอนให้เขาหนีไป เขาค่อยๆ ปล่อยดาบในมือให้ร่วงหล่นลงพื้น เสียงเหล็กกระทบหินดังชัดเจนในความเงียบสงัด ไป๋หลิงที่ซุ่มอยู่บนหลังคากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว นางรู้ดีว่าจางอี้เฟิงไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใคร แต่สถานการณ์เบื้องหน้าบีบคั้นจนเหลือทางเลือกเพียงน้อยนิด จางอี้เฟิงคุกเข่าลงหนึ่งข้าง มือยื่นไปข้างหน้า แต่แทนที่จะเป็นการกราบกราน นิ้วมือของเขากลับสะบัดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อออกไป—มันคือ 'เข็มโปรยหิมะ' ที่อาบด้วยโลหิตของตนเอง! หวงหลงแค่นหัวเราะ "วิชาชั้นต่ำ!" เขากางเกราะพลังมารขึ้นปกป้องร่างกาย แต่เข็มเหล่านั้นกลับทะลุผ่านเกราะสีดำทมิฬของเขาได้อย่างง่ายดายราวกับตัดผ่านกระดาษ หวงหลงชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดเมื่อเข็มเหล่านั้นปักลงบนจุดชีพจรสำคัญทั่วร่าง การเคลื่อนไหวของเขากลายเป็นอัมพาตชั่วขณะ "เจ้า... เจ้าทำอะไรลงไป!" หวงหลงคำราม จางอี้เฟิงลุกขึ้นยืน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกล้าและไร้ซึ่งความปรานี "ในเมื่อเจ้าเชื่อในอำนาจของความตาย ข้าจะส่งเจ้าไปพิสูจน์ให้เห็นว่าความตายของเจ้าจะเปลี่ยนใต้หล้านี้ให้งดงามขึ้นเพียงใด" ทว่า ก่อนที่จางอี้เฟิงจะได้เผด็จศึก เสียงกระซิบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง... มันเป็นเสียงของคนที่เขาคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่วันที่อาจารย์ของเขาถูกประหาร "หยุดมือเสีย อี้เฟิง... หากเจ้าฆ่าเขา วันนี้เจ้าจะไม่ได้พบกับความจริงที่อาจารย์ของเจ้าพยายามปกปิดเอาไว้" จางอี้เฟิงชะงักค้าง มือที่กำลังจะชักดาบสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเห็นเงาร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งเดินออกมาจากกองเพลิง มือของนางถือจดหมายผนึกครั่งสีทองที่ประทับตราสำนักเร้นลับที่หายสาบสูญไปนานนับสิบปี! ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับศิษย์สำนักเร้นลับและวิถีดาบไร้เงาด้วยกันนะครับ หมื่นกระบี่คืนรังครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%