ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า•ตอนที่ 26

ฝึกฝนท่ามกลางพายุ

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
“ศิษย์น้อง... เจ้าคิดว่าบันทึกแผ่นหนังวัวที่อาจารย์ทิ้งไว้ให้ จะช่วยชุบชีวิตคนที่ตายไปแล้วขึ้นมาได้งั้นหรือ?” เสียงของศิษย์พี่ใหญ่ดังขึ้น ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยรังสีอำมหิตที่กดทับลงมาจนอากาศรอบกายจางอี้เฟิงหนักอึ้ง เขาไม่ได้หันไปมอง ยังคงจ้องมองไปยังรอยแตกร้าวบนก้อนหินที่เกิดจากพลังปราณของตน ความเงียบคือคำตอบเดียวที่เขามอบให้หวงหลงและชายที่เคยเรียกตนว่าศิษย์พี่ “ความตายไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือการเริ่มต้นของความว่างเปล่า” อี้เฟิงเอ่ยเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ “ท่านอาจารย์ไม่ได้ทิ้งวิชาเพื่อชุบชีวิตผู้ใด แต่ท่านทิ้งไว้เพื่อลบล้างสิ่งที่พวกท่านกำลังทำกับยุทธภพ” หวงหลงหัวเราะร่า เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วหุบเขาผาเมฆา มือของมันกระชับกระบี่มรกตแน่น “ลบล้าง? ด้วยวิชาครึ่งๆ กลางๆ ที่เจ้ากำลังพยายามทำความเข้าใจน่ะหรือ? จงส่งบันทึกนั้นมาเสียดีๆ ก่อนที่ข้าจะทำให้เจ้ากลายเป็นคนพิการที่ไม่มีแม้แต่ลมหายใจจะเอ่ยคำแก้ตัว” อี้เฟิงไม่รอช้า เขาพลิกฝ่ามือ บันทึกในมือหมุนวนดั่งปีกนก กระแสลมเริ่มก่อตัวเป็นเกลียวคลื่นรอบกายเขา นี่ไม่ใช่กระบี่ที่เน้นความเร็วหรือความรุนแรงดั่งเดิม แต่มันคือวิชาที่ ‘ไร้รูป’ เมื่อไร้รูป ย่อมไร้เงา เมื่อไร้เงา ย่อมไม่อาจถูกป้องกัน ทันใดนั้น อี้เฟิงก็ขยับกาย ร่างของเขากลายเป็นเพียงภาพเลือนรางท่ามกลางพายุฝนที่เริ่มโหมกระหน่ำกระทันหันราวกับฟ้าดินรับรู้ถึงการปะทะ ศิษย์พี่ใหญ่ตวัดกระบี่เข้าใส่ด้วยวิชาดรรชนีสยบเซียน ทว่าปลายกระบี่นั้นกลับฟันโดนเพียงความว่างเปล่า อี้เฟิงไม่ได้หลบหลีกในลักษณะของการป้องกัน แต่เขา ‘แทรกตัว’ ผ่านรอยรั่วของกระแสลมที่หวงหลงสร้างขึ้น “ช้าไป” อี้เฟิงกระซิบข้างหูศิษย์พี่ใหญ่ ก่อนจะใช้นิ้วชี้แตะลงที่กลางหลังของอีกฝ่ายเบาๆ ไม่ใช่การโจมตีที่รุนแรง แต่เป็นแรงสะเทือนที่ถ่ายทอดผ่านจุดชีพจร กระดูกสันหลังของศิษย์พี่ใหญ่สั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนร่างกระเด็นไปกระแทกกับผนังถ้ำหิน ศิษย์พี่ใหญ่กระอักเลือดสีดำออกมาคำโต ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตระหนก “นี่เจ้า... เจ้าบรรลุวิชา ‘กระบี่ไร้ลักษณ์’ ของอาจารย์ไปถึงขั้นนี้ได้อย่างไร!” “ข้าไม่ได้บรรลุวิชาของอาจารย์” อี้เฟิงยืนตระหง่านกลางพายุ ร่างกายอาบโชกด้วยหยาดฝนแต่ทว่ากระบี่ในมือกลับดูสงบนิ่งดุจกระจกเงา “ข้าแค่ทำในสิ่งที่อาจารย์ไม่เคยทำ... ข้าสละทิ้งกระบวนท่าทั้งหมด แล้วเหลือไว้เพียงความว่างเปล่า” หวงหลงชักสีหน้า มันก้าวออกมาข้างหน้า แววตาสีแดงฉานวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น ปราณมารสีดำทะมึนแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนต้นไม้รอบข้างเหี่ยวเฉาในพริบตา “ความว่างเปล่ารึ? ข้าจะทำให้เจ้าว่างเปล่าไปตลอดกาล!” หวงหลงพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ปุถุชน ทุกย่างก้าวที่มันเหยียบพื้นดินแตกกระจาย อี้เฟิงรวบรวมสมาธิ กระแสลมหมุนรอบตัวเขาแปรเปลี่ยนเป็นคมดาบที่มองไม่เห็น มันพุ่งสวนทางกับหวงหลงโดยไม่เกรงกลัว การปะทะกันครั้งนี้ไม่มีเสียงโลหะกระทบกัน มีเพียงเสียงของมวลอากาศที่ฉีกขาดและเสียงกระดูกที่ลั่นเปรี๊ยะ อี้เฟิงรู้สึกได้ถึงพลังมารที่กำลังจะกัดกินแขนขวาของเขา แต่ในจังหวะวิกฤตนั้นเอง เขากลับหลับตาลง ไม่ใช่เพื่อยอมแพ้ แต่เพื่อ ‘ฟัง’ จังหวะหัวใจของพายุที่กำลังคลั่งไคล้ เขารู้สึกได้ถึงกระแสปราณของไป๋หลิงที่แฝงตัวอยู่บนยอดไม้สูง เธอกำลังรอจังหวะ... แต่เขารู้ดีว่าหากเธอลงมาตอนนี้ เธอจะตกเป็นเหยื่อของหวงหลง อี้เฟิงจึงตัดสินใจทำสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด เขาเปลี่ยนทิศทางกระบี่ที่กำลังจะปะทะกับหวงหลง แล้วตวัดมันขึ้นสู่ท้องฟ้าแทน ทันใดนั้น ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมายังจุดที่อี้เฟิงยืนอยู่ สายฟ้าแลบแปลบปลาบสะท้อนกับคมกระบี่ของเขา พลังงานมหาศาลไหลผ่านร่างอี้เฟิง เขาไม่ได้ใช้วิชาของอาจารย์ แต่เขากำลังใช้ ‘ธรรมชาติ’ เป็นกระบี่! หวงหลงชะงักงันด้วยความตกตะลึง ก่อนจะร้องตะโกนออกมา “เจ้าคนสติแตก! เจ้ากำลังจะทำลายตัวเอง!” อี้เฟิงลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเงินวาวโรจน์ “ถ้าข้าจะตาย ข้าก็จะลากเจ้าไปดูความจริงที่ท่านอาจารย์ปกปิดไว้ด้วย!” ท่ามกลางพายุที่กำลังจะบ้าคลั่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเบาหวิวของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทของอี้เฟิง มันไม่ใช่เสียงของศิษย์พี่ใหญ่ที่บาดเจ็บ หรือเสียงของหวงหลงที่กำลังคลุ้มคลั่ง แต่มันเป็นเสียงรองเท้าผ้าที่คุ้นเคย... เสียงที่เขาไม่ได้ยินมานานนับปีตั้งแต่สำนักถูกกวาดล้าง เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าหวงหลง บุคคลนั้นสวมชุดสีขาวสะอาดตา ตัดกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด หวงหลงหยุดกะทันหัน ความเย่อหยิ่งในแววตามลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความหวาดหวั่นที่ยากจะปิดบัง “ท่านอาจารย์...” อี้เฟิงพึมพำผ่านริมฝีปากที่สั่นเทา กระบี่ในมือร่วงหล่นลงสู่พื้นดินโดยไม่ตั้งใจ คนผู้นั้นหันมามองอี้เฟิงด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อี้เฟิงต้องก้าวถอยหลัง “เจ้าทำดีแล้วอี้เฟิง แต่เจ้ายังลืมสิ่งสำคัญที่สุดไปอย่างหนึ่ง... ความเมตตาต่อศัตรู คือการทรยศต่อผู้ที่ตายไปแล้ว” สิ้นคำพูดของชายผู้นั้น ปลายกระบี่ที่ควรจะอยู่ในมือของอี้เฟิง กลับไปปรากฏอยู่ที่คอหอยของเขาสิ่งที่อี้เฟิงเห็นตรงหน้าไม่ใช่ภาพลวงตา แต่เป็นจุดจบที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน... ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านเส้นทางสายกระบี่นี้มาด้วยกันนะครับ หมื่นกระบี่คืนรัง
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%