ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า•ตอนที่ 14

กับดักในงานชุมนุม

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
“หุบปากเสีย เจ้าพวกสุนัขรับใช้!” เสียงตวาดกร้าวของเจ้าสำนักกระบี่เมฆาที่ดังขึ้นกลางโถงกว้างของศาลากลางเขาไท่ซาน ทำให้บรรยากาศที่เคยตึงเครียดอยู่แล้วยิ่งบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ จางอี้เฟิงยืนนิ่งอยู่ในมุมอับสายตา มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่ที่พกติดตัวไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดโปน สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวเฝ้ามองหวงหลงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักลวดลายมังกรเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกเย็นเยียบในอก “เจ้าสำนักซ่ง ท่านใจร้อนเกินไปแล้ว” หวงหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงด้วยกระแสกดดันมหาศาล เขาค่อยๆ วางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะ เสียงกระทบกันของถ้วยกระเบื้องกังวานดังก้องไปทั่วโถงที่เงียบสงัด “ข้าเพียงแค่เสนอทางรอดให้ยุทธภพ เหตุใดต้องมองข้าเป็นมารร้าย?” “ทางรอดหรือทางสูญสิ้นกันแน่!” ซ่งซานลุกขึ้นยืนตบโต๊ะจนแตกละเอียด “การส่งคนไปทำลายศิษย์สำนักเร้นลับเมื่อหลายปีก่อนเพื่อชิงคัมภีร์ลับ... นั่นคือสิ่งที่คนทำเพื่อยุทธภพหรือ!” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ จางอี้เฟิงรู้สึกถึงแรงบีบที่ไหล่เบาๆ เมื่อหันไปมองพบไป๋หลิงที่ยืนอยู่ข้างกาย นางไม่ได้พูดสิ่งใด แต่สายตาที่จ้องมองไปยังเหล่าองครักษ์ชุดดำที่รายล้อมอยู่รอบโถงก็บอกชัดเจนว่านางกำลังประเมินสถานการณ์ “เจ้าคิดว่าเจ้าสำนักซ่งจะรอดไปจากที่นี่ได้หรือ จางอี้เฟิง?” ไป๋หลิงกระซิบเสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน ลมหายใจอุ่นๆ ของนางเป่ารดข้างหูเขา “ทางออกทั้งสี่ทิศถูกปิดตายด้วยค่ายกลค่ายโลหิต หวงหลงวางแผนมาเป็นอย่างดี” “ข้าไม่ปล่อยให้คนดีต้องตายต่อหน้าข้าอีก” จางอี้เฟิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “แม้จะต้องเหยียบศพพวกมันออกไป ข้าก็จะทำ” จังหวะนั้นเอง หวงหลงก็ปัดมือส่งสัญญาณเพียงครั้งเดียว เสียงระฆังเหล็กที่ซ่อนอยู่ในคานไม้ก็ดังสะท้านขึ้น องครักษ์ชุดดำนับสิบพุ่งเข้าล้อมโถงทันที ประตูกระดาษที่เคยกั้นความเป็นส่วนตัวถูกฟันขาดสะบั้นด้วยคมดาบอาบยาพิษ “จับตัวเจ้าสำนักซ่งและคนที่น่าสงสัยทั้งหมดเสีย!” หวงหลงสั่งการพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน สายตาของเขากวาดผ่านฝูงชนจนมาหยุดอยู่ที่มุมมืดที่จางอี้เฟิงยืนอยู่ “และอย่าให้แขกผู้มีเกียรติที่ซ่อนตัวอยู่หลุดรอดไปได้... โดยเฉพาะศิษย์คนสุดท้ายของสำนักเร้นลับ” จางอี้เฟิงขยับกายดั่งเงาพราย กระบี่คู่ใจถูกชักออกจากฝักในพริบตา แสงสีเงินวับวาววาดผ่านอากาศดั่งสายฟ้าฟาดฟันเข้าใส่องครักษ์ที่พุ่งเข้ามาขวางทาง เขาไม่ได้เน้นการฆ่าฟันเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเบิกทางเพื่อเข้าใกล้ซ่งซาน “ไป๋หลิง!” เขาตะโกนเรียกสั้นๆ นักฆ่าสาวพยักหน้า นางดีดกายขึ้นกลางอากาศ ร่างของนางพลิ้วไหวดุจใบไม้ร่วงท่ามกลางพายุ ดาบสั้นสองเล่มในมือนางพุ่งเข้าสกัดการจู่โจมจากเงามืดที่ซุ่มอยู่เบื้องบน ทั้งสองประสานจังหวะกันอย่างรู้ใจ กระบวนท่าของจางอี้เฟิงคือความตรงไปตรงมาอันทรงพลัง ส่วนไป๋หลิงคือความลื่นไหลที่ไม่มีใครคาดเดาได้ “พวกเจ้าประเมินค่าความโกรธแค้นของข้าต่ำไป” จางอี้เฟิงตวาดก้อง ปลายกระบี่ของเขาแทงทะลุจุดชีพจรของศัตรูคนแรกที่เข้ามาถึงตัว ก่อนจะหมุนตัวฟาดดาบกลับหลังไปรับแรงกระแทกจากทวนยาวที่พุ่งมาหมายเจาะทะลุหัวใจ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดท่ามกลางเสียงกรีดร้องของแขกเหรื่อที่ต่างวิ่งหนีเอาตัวรอด ซ่งซานที่ได้รับบาดเจ็บจากการลอบวางยาถอยหลังไปพิงผนังโถง หวงหลงยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาสีเพลิงคู่นั้นจ้องมองจางอี้เฟิงด้วยความหลงใหลราวกับกำลังมองดูเหยื่อที่กำลังดิ้นรนในกับดัก “รำกระบี่ได้งดงามยิ่งนัก จางอี้เฟิง... แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าที่นี่คือบ้านของข้า” หวงหลงเอ่ยจบ เขาก็ลุกขึ้นยืน พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของเขาสั่นสะเทือน พลังลมปราณสีแดงฉานพุ่งทะลักออกมาจากร่างราวกับโลหิตที่เดือดพล่าน จางอี้เฟิงชะงักฝีเท้า เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่เท้าของตนเอง แผ่นหินที่เขายืนอยู่เริ่มยุบตัวลง เสียงกลไกเฟืองเหล็กหมุนวนดังสนั่นจากใต้ดิน! “อี้เฟิง! ระวัง!” ไป๋หลิงตะโกนสุดเสียง แต่มันสายเกินไป จางอี้เฟิงพยายามจะดีดตัวออก ทว่าโซ่เหล็กที่ซ่อนอยู่ในร่องหินพุ่งขึ้นมารัดข้อเท้าของเขาไว้แน่น กระชากเขาล้มลงไปกองกับพื้น กลิ่นหอมประหลาดโชยเข้าจมูกจนเขารู้สึกมึนงง สติที่เคยเฉียบคมเริ่มพร่าเลือนในฉับพลัน หวงหลงเดินเข้ามาใกล้จนหยุดลงตรงหน้าเขา พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้จางอี้เฟิงรู้สึกหนาวเหน็บถึงกระดูก “เจ้าไม่ใช่แค่ศัตรูคนสุดท้ายที่ข้าต้องการจัดการ แตเจ้าคือ ‘กุญแจ’ ดอกสุดท้ายที่จะเปิดตำราเร้นลับที่อาจารย์ของเจ้าทิ้งไว้... และตอนนี้ กุญแจดอกนั้นก็อยู่ในมือข้าแล้ว” จางอี้เฟิงฝืนเงยหน้าขึ้น สายตาของเขาจ้องมองหวงหลงด้วยความอาฆาต ในขณะที่ไป๋หลิงกำลังถูกองครักษ์นับสิบต้อนจนมุมไปที่หน้าผาหลังศาลา แต่แล้วเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังของโถงใหญ่ แทนที่จะเป็นกองกำลังหนุนของหวงหลง เสียงนั้นกลับมาพร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดขาวบริสุทธิ์ ผู้ซึ่งหวงหลงไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้ ชายคนนั้นวางมือบนไหล่ของหวงหลงเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบที่ทำให้ทั่วทั้งโถงหยุดเคลื่อนไหว “พอได้แล้ว หวงหลง... แผนการของเจ้าล้มเหลวตั้งแต่เจ้าเริ่มยุ่งกับศิษย์ของสำนักเร้นลับคนนี้” หวงหลงชะงักกึก สีหน้าเหี้ยมเกรียมในตอนแรกบิดเบี้ยวด้วยความตกใจอย่างรุนแรง จางอี้เฟิงที่พยายามยื้อสติไว้เห็นชายคนนั้นชัดเจน... เขาคือคนเดียวกับที่เคยปรากฏในความทรงจำสุดท้ายของอาจารย์เขาก่อนสิ้นใจ และเป็นคนที่จางอี้เฟิงตามหามาตลอดชีวิต! หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับก้าวย่างใหม่ที่อันตรายกว่าเดิมของจางอี้เฟิงนะครับ ข้าหมื่นกระบี่คืนรังจะรอพบทุกท่านในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%