ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า•ตอนที่ 24

หนีตายในป่ามืด

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
“อาจารย์...” จางอี้เฟิงพึมพำด้วยเสียงที่สั่นเครือที่สุดเท่าที่เคยมีมา หยาดฝนสีดำที่ปนเปื้อนด้วยกลิ่นคาวเลือดหยดลงบนใบหน้าของเขา จางอี้เฟิงไม่ได้ปาดมันออก เขายังคงคุกเข่าอยู่หน้ากองเถ้าถ่านที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวของบุรุษผู้เป็นดั่งดวงประทีปในชีวิต มือที่จับกระบี่คู่กายสั่นไหวเล็กน้อย มิใช่เพราะความกลัว แต่เพราะโทสะที่กำลังเดือดพล่านอยู่ภายในดั่งลาวาใต้ภูเขาไฟ “อี้เฟิง! ถ้าเจ้ายังไม่ยอมขยับตัว พวกมันจะถึงตัวเราภายในเวลาไม่เกินสามลมหายใจ!” ไป๋หลิงกระชากคอเสื้อเขาแรงๆ นางไม่ได้ตะโกนด้วยความตื่นตระหนก ทว่าน้ำเสียงนั้นเฉียบคมดุจใบมีดโกน สายตาของนางกวาดมองไปรอบป่ามืดมิดที่ต้นไม้ทุกต้นดูราวกับปีศาจที่กำลังเงื้อเงาเข้าจู่โจม จางอี้เฟิงค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น แววตาของเขาที่เคยสงบนิ่งดั่งบึงน้ำลึก บัดนี้กลับกลายเป็นสีแดงฉานด้วยความแค้น เขาเหลือบมองรอยเท้าที่ย่ำไปบนดินโคลนรอบๆ กลิ่นอายของวิชามารที่คุ้นเคยกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ หวงหลงไม่ได้ส่งคนมาเพียงกลุ่มเดียว มันส่ง "กองกำลังเงา" มาปิดล้อมป่าแห่งนี้ไว้อย่างมิดชิด “พวกมันต้องการหัวของข้า” จางอี้เฟิงกล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยไอสังหารที่ทำให้อากาศรอบกายเย็นเยียบ “ไป๋หลิง เจ้าควรไปเสีย ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องมาตายเพราะความแค้นที่ไม่มีวันสิ้นสุดของข้า” หญิงสาวแค่นหัวเราะ หันกลับมาจ้องตาเขาโดยไม่หลบเลี่ยง “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าเป็นใคร? ในเมื่อข้าเลือกจะเดินเคียงข้างเจ้า ตั้งแต่วันที่เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้จากกองเพลิงนั่น ชีวิตนี้ก็ไม่ได้เป็นของข้าแต่แรกแล้ว” นางสะบัดมือ พัดเหล็กกล้าในมือขยายตัวออกเป็นใบมีดหยัก กางออกดุจปีกของมัจจุราช เสียงแหวกอากาศดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ลูกดอกอาบยาพิษนับสิบพุ่งเข้าใส่พวกเขาจากมุมมืด จางอี้เฟิงตวัดกระบี่เพียงครั้งเดียว กระแสลมหมุนวนจากวิชากระบี่ไร้เงาสร้างกำแพงโปร่งใสปัดป้องอาวุธเหล่านั้นจนกระเด็นหายไปในพงหญ้า แต่ทว่า... นั่นเป็นเพียงการหยั่งเชิง จากเงามืดของแมกไม้ บุรุษในชุดสีดำสนิทราวกับกลืนไปกับความมืดก้าวออกมาทีละคน สองคน... สิบคน... จนกระทั่งรอบกายของพวกเขาทั้งสองถูกล้อมไว้ด้วยเหล่านักฆ่าเดนตายของหวงหลง “จางอี้เฟิง” เสียงทุ้มต่ำและแฝงด้วยอำนาจดังมาจากด้านหลังกลุ่มนักฆ่า หวงหลงไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่นั่นคือรองแม่ทัพเงาที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุด “ส่งคัมภีร์ลับมา แล้วข้าจะเมตตาให้เจ้าตายโดยไม่เจ็บปวด หากขัดขืน... ศพของเจ้าจะกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ในป่าแห่งนี้แทนอาจารย์ของเจ้า” จางอี้เฟิงกำด้ามกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “อาจารย์ของข้าตายเพราะความริษยาของคนต่ำช้าอย่างพวกเจ้า ส่วนคัมภีร์... อย่าหวังว่ามันจะตกไปอยู่ในมือของปีศาจเช่นพวกเจ้า!” “งั้นก็ตาย!” การปะทะเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย จางอี้เฟิงพุ่งตัวออกไปราวกับสายฟ้า ดาบในมือร่ายรำเป็นวงโค้งที่งดงามทว่าแฝงด้วยความตายในทุกองศา เขาไม่ได้เน้นการฟันแทงแบบดุดัน แต่เขาใช้หลักการของสายน้ำที่อ่อนโยนแต่เซาะกร่อนหินผา กระบี่ไร้เงาของเขาไร้ร่องรอย ไร้จุดตั้งรับ และไร้ความปรานี ไป๋หลิงกระโดดขึ้นไปบนกิ่งไม้ นางเคลื่อนไหวรวดเร็วปานเงาพราย ใช้มีดพกสั้นสังหารศัตรูที่พยายามจะลอบเข้าหลังจางอี้เฟิงอย่างแม่นยำ ทั้งสองประสานสอดรับกันราวกับเป็นร่างเดียวกัน แต่อุปสรรคที่แท้จริงหาใช่จำนวนคน... แต่เป็นความเหนื่อยล้าที่กัดกินร่างกาย ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วยาม เลือดสีแดงฉานชโลมพื้นดินราวกับงานรื่นเริงของภูตผี จางอี้เฟิงหอบหายใจถี่ ร่างกายของเขามีบาดแผลจากการเฉี่ยวของดาบหลายแห่ง แต่เขายังคงยืนหยัดด้วยจิตวิญญาณที่สั่นคลอน “หนีไปทางทิศเหนือ!” ไป๋หลิงตะโกนบอกขณะเตะศพนักฆ่าคนหนึ่งเข้าใส่กลุ่มที่กำลังพุ่งเข้ามา “ที่นั่นมีถ้ำหินที่สลับซับซ้อน ข้าเคยเห็นแผนที่ตอนออกภารกิจกับพวกมัน!” จางอี้เฟิงไม่รีรอ เขาคว้าแขนนางแล้วใช้วิชาตัวเบาระดับสูงสุดทะยานออกจากวงล้อม เสียงฝีเท้าของเหล่านักฆ่าไล่ตามมาติดๆ ราวกับฝูงหมาป่าที่หิวโหย พวกเขาหนีเข้าสู่ส่วนลึกของป่ามืดที่หนาทึบเสียจนแสงจันทร์ส่องลงมาไม่ถึง ในขณะที่ทั้งสองซุกตัวอยู่หลังโขดหินใหญ่เพื่อพักหายใจเพียงเสี้ยววินาที จางอี้เฟิงก็นำม้วนคัมภีร์เก่าคร่ำคร่าออกมาจากสาบเสื้อ เขาเปิดมันออกดูด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความจริงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น มันไม่ใช่คัมภีร์วิชาพิฆาตอย่างที่หวงหลงต้องการ... แต่มันคือรายชื่อของผู้ทรยศในยุทธภพที่เกี่ยวข้องกับการสังหารอาจารย์ของเขา และหนึ่งในรายชื่อที่เขียนด้วยลายมืออาจารย์ตัวบรรจง คือชื่อของคนใกล้ตัวที่สุด “เจ้าเห็นอะไร...” ไป๋หลิงถามเสียงแผ่ว พลางชะโงกหน้าเข้ามาดู จางอี้เฟิงรีบหุบคัมภีร์ด้วยความตระหนก สายตาของเขาเปลี่ยนไปทันทีที่มองไป๋หลิง มือที่ถือกระบี่สั่นระริกด้วยความสับสนและความหวาดระแวงที่ก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน เขารู้สึกได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างของหญิงสาวที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอดทาง... และเมื่อเขามองลงไปที่พื้นดินข้างเท้าของนาง เขาไม่ได้เห็นเงาของไป๋หลิงทอดลงบนผืนหญ้า ทุกอย่างเงียบสงัดลงจนได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของเขาเอง ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับหมื่นกระบี่คืนรังครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%