กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งยังไม่จางหายไปจากปลายจมูก ร่างไร้วิญญาณของไป๋หลิงที่เพิ่งสิ้นลมลงในอ้อมแขนยังคงหลงเหลือความอุ่นจางๆ ทว่ารอบกายกลับถูกโอบล้อมด้วยกองทัพมารนับหมื่นที่เคลื่อนพลเข้ามาประชิดเชิงเขา เสียงเกือกม้าสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ ธนูเพลิงนับพันดอกถูกน้าวขึ้นจนเต็มคัน เตรียมพร้อมที่จะแผดเผาทุกสรรพสิ่งบนยอดเขานี้ให้เป็นจุล
ทว่า สิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่าคมศาตรา กลับไม่ใช่กองทัพมหึหาเบื้องล่าง หากแต่เป็นเงาร่างบนยอดผาสูงชันเบื้องหลัง ร่างของ “หลี่อี้เฉิน” เจ้าสำนักธรรมะผู้ยิ่งใหญ่ มือขวาที่ถือกระบี่ชุ่มเลือดหยดติ๋งลงสู่พื้นหิน รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้านั้นสะท้อนความจริงอันโหดร้ายว่า ความอยุติธรรมที่เคยพรากอาจารย์ไปเมื่อหลายปีก่อน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ แต่มันคือเกมการเมืองสกปรกที่ถูกชักใยจากเบื้องสูงมาโดยตลอด
จางอี้เฟิงค่อยๆ วางร่างของไป๋หลิงลงบนพื้นหินอย่างทะนุถนอม แววตาที่เคยมีความลังเลและความโดดเดี่ยว บัดนี้กลับว่างเปล่า... ว่างเปล่าราวกับห้วงมหาสนุกที่ไร้ก้นบึ้ง ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ไร้ซึ่งความเสียใจ เหลือเพียงความนิ่งสงบดั่งน้ำค้างแข็งบนยอดเขาพันปี
มือหยาบกร้านกุมด้ามกระบี่ไร้เงาแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เขาไม่แม้แต่จะชายตามองกองทัพนับหมื่นที่กำลังส่งเสียงคำรามก้องด้วยความฮึกเหิม นัยน์ตาคมกริบกวาดมองภูมิประเทศรอบกายอย่างรวดเร็ว—หน้าผาสูชันชันห้าร้อยวา สายลมโชยจากหุบเหวเบื้องล่าง และแนวป่าหินศิลาแลงที่ตั้งตระหง่านสลับซับซ้อนราวกับค่ายกลธรรมชาติ
“อี้เฟิง! เจ้าจนมุมแล้ว ยอมจำนนแต่โดยดีเถิด สำนักอธรรมเช่นเจ้าไม่มีทางรอดเงื้อมมือฟ้าดินไปได้!” เสียงตะโกนก้องของหลี่อี้เฉินดังทะลุสายลมมาอย่างเย่อหยิ่ง ราวกับผู้ชนะที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร
จางอี้เฟิงไม่ตอบคำพูดไร้สารៈนั้น ริมฝีปากที่แห้งผากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ส้นเท้าเหยียบลึกลงไปในร่องหินศิลาแลงที่ถูกกัดเซาะด้วยกาลเวลา
“เจ้าสำนักหลี่...” เสียงทุ้มต่ำหลุดจากลำคอแห้งผาก กังวานฝ่าสายลมไปอย่างชัดเจน “ท่านคิดว่าชัยชนะอยู่แค่เบื้องหน้าท่านแล้วกระนั้นหรือ”
สิ้นเสียง ร่างของจางอี้เฟิงก็พุ่งวาบหายไปจากจุดเดิมด้วยวิชาตัวเบาขั้นสูงสุด ทิ้งไว้เพียงเงาร่างที่พร่ามัว ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของกองทัพมารที่เริ่มเคลื่อนพลบุกตะลุยขึ้นมาตามทางลาดชันของภูเขา
หวงหลง เจ้าสำนักมหาเทพผู้ขี่ม้าศึกสีดำสนิท ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสังหรณ์ใจ เขายกมือขึ้นห้ามกองทัพส่วนหน้าไม่ให้เร่งรัด “ระวัง! อย่าเพิ่งบุ่มบ่าม สำนักเร้นลับมีค่ายกลซ่อนเร้นปะปนอยู่ทั่วภูเขานี้!”
ทว่า สายเกินไปเสียแล้ว กองทัพหน้าของมารโลหิตนับพันนายที่วิ่งตะลุยมาตามทางแคบริมหน้าผา ต่างเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตที่จางอี้เฟิงวางหมากไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ขึ้นมาถึงยอดเขา
กรอบ! ครืนนน!
เสียงกลไกหินผาขนาดยักษ์ดังสนั่นหวั่นไหว จางอี้เฟิงใช้กระบี่แทงทะลุแผ่นศิลาชนวนกลไกที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน กระตุ้นแรงสั่นสะเทือนจากภูเขาที่ถูกสะสมมานับร้อยปี หินผานับร้อยตันถล่มทลายลงมาจากยอดผาสูงชัน ราวกับภูเขาพิโรธ บดขยี้กองทัพมารนับร้อยชีวิตให้แหลกละเอียดคาที่ในพริบตาเดียว ฝุ่นตลบอบอวลจนท้องฟ้ามืดครึ้ม
นี่ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยกำลังภายใน ทว่าเป็นการใช้ “ธรรมชาติ” เป็นอาวุธ
จางอี้เฟิงยืนสงบนิ่งอยู่บนชะง่อนผาอีกด้านหนึ่ง ดวงตาสะท้อนภาพความโกลาหลเบื้องล่างอย่างเย็นชา เมื่อกองทัพมารพยายามปรับขบวนและระดมยิงธนูเพลิงสวนขึ้นมา เขาก็อาศัยกระแสลมพายุที่พัดวนขึ้นจากหุบเหว สะบัดชายเสื้อปัดป้องลูกศรเหล่านั้นด้วยพลังลมปราณเต๋าที่หมุนวนเป็นเกราะกำบัง ลูกศรนับพันดอกสะท้อนกลับไปปักร่างของพวกมันเองจนเกิดความโกลาหลอลหม่าน
“ไอ้สารเลว!” หวงหลงคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อเห็นไพร่พลล้มตายลงเรื่อยๆ โดยที่ยังไม่ทันได้แตะชายเสื้อของศัตรู “ทุกคนระดมกำลังบุกขึ้นไป! ฆ่ามันให้ได้ ไม่ว่าแลกด้วยอะไร!”
กองทัพมารเปลี่ยนแผน กระจายกำลังออกเป็นสสายโอบล้อมทุกด้านเพื่อปิดกั้นทางหนีทีไล่ทั้งหมด พวกมันปีนป่ายหน้าผาขึ้นมาดุจฝูงแมงมุมพิษ จางอี้เฟิงรู้ดีว่าเวลาของตนเหลือน้อยเต็มที แรงกดดันจากยอดผาเบื้องบนและกองทัพเบื้องล่างกำลังบีบให้เขาต้องถอยร่นเข้าไปในถ้ำลึกโบราณ—ถ้ำที่บรรพชนสำนักเร้นลับเคยใช้เก็บคัมภีร์ต้องห้าม
เขาก้าวถอยหลังทีละก้าว ยSอมให้พวกมันไล่ต้อนเข้ามาในถ้ำราวกับเหยื่อที่จนมุม ทว่าในแววตานั้นกลับประกายแสงแห่งความเยือกเย็นระคนเด็ดเดี่ยว
เมื่อร่างของเขาหายลับเข้าไปในความมืดของถ้ำ หลี่อี้เฉินที่ยืนดูอยู่บนยอดผาก็ทะยานร่างลงมาสมทบกับหวงหลง ใบหน้าของเจ้าสำนักธรรมะเต็มไปด้วยความกระหายเลือด
“ท่านหลี่ ท่านแน่ใจนะว่ามันหนีไม่พ้นแล้ว?” หวงหลงหันไปถามด้วยความระแวง
หลี่อี้เฉินแค่นAยิ้มเย็นเยียบ “ถ้ำนั้นคือทางตัน ไม่มีทางออกอื่นใดนอกจากกระโดดลงไปตายในเหวห้วงมรณะ เจ้าสำนักหวง พาคนล้อมปากถ้ำไว้ ข้าจะเข้าไปจัดการมันด้วยมือของข้าเอง เพื่อชำระล้างชื่อเสียงของยุทธภพ!”
หวงหลงพยักหน้ารับอย่างไม่ติดใจอะไร สัญญาพันธมิตรระหว่างธรรมะและอธรรมถูกถักทอขึ้นบนคราบเลือดและความโลภ
ภายในถ้ำลึกที่ไร้แสงสว่าง มีเพียงเสียงหยดน้ำกระทบพื้นหินดังก้องเป็นจังหวะ จางอี้เฟิงยืนพิงผนังถ้ำหินเย็นเฉียบ ลมหายใจเริ่มติดขัดจากการใช้พลังปราณเกินขีดจำกัด บาดแผลตามร่างกายเริ่มปริแตกซึมออกเป็นสีแดงเข้ม เขาพยายามประคับประคองสติท่ามกลางความมืดมิดที่แผ่ซ่าน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่ปากถ้ำ พร้อมกับเงาร่างของหลี่อี้เฉินที่ก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ มือถือกระบี่ชุ่มเลือดเปื้อนรอยยิ้มเย้ยหยัน
“อี้เฟิง ลูกศิษย์กตัญญู เจ้ายังมีความลับอะไรจะสั่งสมอีกหรือไม่ ก่อนที่ข้าจะส่งเจ้าไปพบอาจารย์โง่ๆ ของเจ้าในนรก?” เสียงของหลี่อี้เฉินก้องกังวานในความมืด
จางอี้เฟิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นสะท้อนประกายแสงประหลาดในความมืด เขาไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย มุมปากกลับแย้มยิ้มออกมา—รอยยิ้มที่ทำให้หลี่อี้เฉินชะงักฝีเท้าลงโดยสัญชาตญาณ
“ท่านอาจารย์เคยบอกข้าไว้เรื่องหนึ่ง...” จางอี้เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนกดดันบรรยากาศในถ้ำให้หยุดนิ่ง “...ว่าดาบที่คมที่สุด ไม่ใช่ดาบที่อยู่ในมือคน แต่คือดาบที่ซ่อนอยู่ในใจคน และคนที่ไว้ใจได้น้อยที่สุด... มักเป็นคนที่ยืนอยู่ข้างเราในยามที่วิกฤตที่สุด”
หลี่อี้เฉินขมวดคิ้ว “เพ้อเจ้อ! ตายเสียเถิด!”
เขากระโจนเข้าหาพร้อมแทงกระบี่หมายปลิดชีพในดาบเดียว ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ปลายกระบี่จะถึงตัว พื้นหินเบื้องเท้าของหลี่อี้เฉินกลับยุบตัวลง เสียงกลไกโบราณทำงานอย่างเงียบเชียบพร้อมกับหินผาน้ำหนักหมื่นชั่งที่ร่วงหล่นลงมาปิดตายปากถ้ำในพริบตาเดียว!
ความมืดมิดเข้าปกคลุมทันที เสียงทุบหินโวยวายของหลี่อี้เฉินดังมาจากอีกด้านของผนังศิลา
และท่ามกลางความมืดสนิทนั้นเอง เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ไม่ใช่ของจางอี้เฟิง ก็ดังขึ้นจากมุมมืดลึกที่สุดของถ้ำ—ถ้ำที่ควรจะมีเพียงเขาคนเดียว...
*“เจ้าตัดสินใจได้ไม่เลว... ศิษย์น้อง”*
---
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านลมหนาวและหยาดเลือดนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า•ตอนที่ 43
กลยุทธ์เหนือชั้น
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!