ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า•ตอนที่ 2

รอยเท้าในสายหมอก

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"เจ้าคิดว่าคนตายจะยังถือดาบได้หรือไม่?" คำถามของไป๋หลิงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจ แต่มันดังก้องชัดเจนในโสตประสาทของจางอี้เฟิง ท่ามกลางหมอกหนาทึบที่ปกคลุมหุบเขาเขี้ยวพยัคฆ์จนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายเท้าของตัวเอง จางอี้เฟิงหยุดฝีเท้า มือขวาของเขากุมด้ามดาบไม้เก่าคร่ำคร่าแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขามิได้ตอบคำถาม แต่ดวงตาคมปลาบคู่นั้นกวาดมองไปรอบด้านอย่างเยือกเย็น "หากเจ้าหมายถึงศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนักที่หวงหลงสังหารไป... พวกเขามิได้ตายด้วยดาบ แต่ตายด้วยคำลวงของคนในยุทธภพที่ยกย่องตนเองว่าเป็นธรรมะ" จางอี้เฟิงกล่าวเสียงเรียบ แม้ในน้ำเสียงจะมีความแค้นสุมอยู่ลึกๆ แต่ท่วงท่าของเขากลับดูราวกับรูปปั้นหินที่สงบนิ่ง ไป๋หลิงแย้มยิ้มที่มุมปาก นางขยับกายอย่างแผ่วเบา ร่างของนางกลืนไปกับสายหมอกราวกับภูตผี "อี้เฟิง... เจ้ายังยึดติดกับคำว่าความยุติธรรมมากเกินไป ในโลกของนักฆ่าอย่างข้า มีเพียง 'คนตาย' กับ 'คนรอด' เท่านั้นที่ถือว่าเป็นความจริง" ยังไม่ทันสิ้นคำเสียงกระซิบ รัศมีสังหารที่เยียบเย็นก็พุ่งปราดเข้ามาจากเบื้องหลัง! *ฉับ!* จางอี้เฟิงหมุนตัวกลับหลังด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาคนทั่วไป ดาบไม้ในมือเขาฟาดฟันเข้าใส่เงาดำที่พุ่งออกมาจากหมอก กระแทกเข้ากับอาวุธลับของศัตรูจนเกิดประกายไฟวูบวาบ เสียงเหล็กกระทบไม้ดังสนั่นไปทั่วหุบเขา ไม่ใช่เพียงหนึ่ง แต่เป็นห้า... นักฆ่าชุดดำสวมหน้ากากรูปยักษ์ปรากฏตัวขึ้นรอบทิศทาง พวกมันมิได้ส่งเสียงร้อง แต่เคลื่อนที่ด้วยจังหวะที่ประสานกันอย่างน่าสะพรึงกลัว นี่คือยอดฝีมือที่ได้รับการฝึกฝนมาเพื่อสังหารโดยเฉพาะ "พวกมันเป็นสุนัขรับใช้ของหวงหลง" จางอี้เฟิงเอ่ยเบาๆ ขณะที่ขยับกายไปยืนเคียงข้างไป๋หลิง "ดูเหมือนทางที่ข้าเลือกเดิน จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่อาจารย์เคยกล่าวไว้จริงๆ" "ก็ดี... ข้าจะได้ขยับเส้นสายบ้าง" ไป๋หลิงดึงมีดสั้นสองเล่มออกจากแขนเสื้อ แววตานางเปลี่ยนเป็นดุดันผิดกับเมื่อครู่ราวกับคนละคน การต่อสู้เริ่มขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน นักฆ่าชุดดำพุ่งเข้าใส่พร้อมๆ กันเหมือนตาข่ายที่ค่อยๆ บีบรัด จางอี้เฟิงเคลื่อนไหวเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ทุกย่างก้าวของเขาสอดคล้องกับหลักปรัชญาเต๋าที่เขาฝึกฝนมานับสิบปี เขาไม่รีบร้อนที่จะสังหาร แต่เน้นการปัดป้องและหาจุดอ่อน *เปรี้ยง!* จางอี้เฟิงใช้สันดาบไม้กระแทกเข้าที่จุดชีพจรของนักฆ่าคนหนึ่งจนอีกฝ่ายกระเด็นไปไกล แต่ในจังหวะที่เขาสะบัดดาบกลับมา เขากลับรู้สึกถึงไอสังหารที่รุนแรงกว่าเดิมพุ่งตรงมาจากเบื้องบน "ระวัง!" ไป๋หลิงตะโกนพลางดีดตัวขึ้นไปปัดป้องอาวุธลับของศัตรูที่ซ่อนอยู่ในเงามืด แต่จังหวะนั้นเอง นักฆ่าอีกคนก็ฉวยโอกาสแทงดาบยาวเข้าที่สีข้างของจางอี้เฟิง! *ฉึก!* จางอี้เฟิงเอี้ยวตัวหลบได้ทันท่วงที แต่คมดาบก็กรีดผ่านแขนเสื้อจนขาดวิ่น เลือดสีแดงสดซึมออกมาเปื้อนชุดสีเทาที่เรียบง่ายของเขา กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปกับความชื้นของหมอก "เจ้าบาดเจ็บ" ไป๋หลิงกล่าวเสียงต่ำ ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นแทนเขา "บาดแผลเล็กน้อย... เพียงพอที่จะทำให้ข้าตระหนักว่า ยุทธภพไม่ได้ต้อนรับคนแปลกหน้าอย่างข้า" จางอี้เฟิงเช็ดเลือดที่มุมปาก ดวงตาของเขากลับมานิ่งสงบดุจผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นคลอน เขาตั้งท่าดาบอีกครั้ง คราวนี้เขากางขาออกกว้าง มือซ้ายจรดปลายดาบไม้ตั้งฉากกับพื้น นักฆ่าทั้งห้าหยุดชะงัก พวกมันสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่พุ่งออกมาจากตัวชายหนุ่มคนนี้ รัศมีรอบตัวจางอี้เฟิงเริ่มเปลี่ยนไป สายหมอกที่เคยนิ่งสนิทเริ่มหมุนวนตามจังหวะการหายใจของเขา "พวกเจ้า... ใครเป็นคนส่งมา?" จางอี้เฟิงถามเสียงเย็น ไม่มีคำตอบจากนักฆ่าชุดดำ มีเพียงการพุ่งเข้าจู่โจมระลอกสุดท้ายที่หมายเอาชีวิต จางอี้เฟิงหลับตาลงชั่วขณะ ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งที่เต็มไปด้วยความคมกริบดุจใบมีด เขาหมุนกายด้วยท่วงท่าที่ซับซ้อน ดาบไม้ในมือร่ายรำไปตามเส้นสายของสายหมอก มันเป็นวิชาดาบที่ไม่มีรูปทรง ไม่มีเงา แต่กลับทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า *อ๊าก!* เสียงร้องของนักฆ่าดังขึ้นสลับกับเสียงเนื้อที่ถูกเฉือน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับคืนสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง นักฆ่าทั้งห้าทรุดลงกับพื้น แต่ละคนถูกจู่โจมเข้าที่จุดตายเพียงจุดเดียวด้วยความแม่นยำที่น่าขนลุก จางอี้เฟิงยืนหอบหายใจอยู่กลางซากศพเหล่านั้น เลือดที่แขนยังคงไหลซึม แต่เขากลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน "เก่งมาก... แต่นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น จางอี้เฟิง" ไป๋หลิงเดินเข้ามาใกล้พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเลือดที่แขนให้เขา "หวงหลงรู้แล้วว่าเจ้ากำลังมุ่งหน้าไปที่ใด และเขาไม่มีทางปล่อยให้เจ้าไปถึงที่นั่นอย่างแน่นอน" จางอี้เฟิงมองไปยังเส้นทางเบื้องหน้าที่หมอกเริ่มเบาบางลง เผยให้เห็นรอยเท้าขนาดใหญ่ที่แปลกประหลาดประทับอยู่บนพื้นดิน มันไม่ใช่รอยเท้าของมนุษย์ และดูเหมือนมันจะมุ่งหน้าไปยังทิศทางเดียวกับที่เขากำลังไป เขาก้มลงสัมผัสรอยเท้านั้นก่อนจะขมวดคิ้ว "นี่ไม่ใช่รอยเท้าของสัตว์ป่า... ไป๋หลิง เจ้าดูนี่" ไป๋หลิงก้มลงมอง ก่อนที่ใบหน้าของนางจะซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด "นั่นมัน... สัญลักษณ์ของ 'องครักษ์เงาโลหิต' กองกำลังที่หวงหลงเชื่อว่าสาบสูญไปนานแล้วตั้งแต่อดีตเจ้าสำนักของเจ้าสิ้นชีพ" จางอี้เฟิงเงยหน้าขึ้นมองไปยังปลายทางของหุบเขา ที่นั่น... ร่างของชายผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนโขดหินสูงใหญ่ เขาผู้นั้นสวมชุดสีแดงฉานราวกับเลือดและถือดาบยักษ์ที่แผ่ไอสังหารออกมาจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว "ในที่สุดเจ้าก็มา... จางอี้เฟิง ข้าเฝ้ารอการปรากฏตัวของเจ้ามาตลอดสิบปี เพื่อที่จะได้เห็นว่าศิษย์ทรยศผู้นี้จะมีความสามารถสักเพียงใด" เสียงของชายผู้นั้นดังก้องราวกับฟ้าร้อง จางอี้เฟิงเบิกตากว้างเมื่อจำใบหน้าของชายผู้นั้นได้ชัดเจน "ท่าน... ท่านเป็นไปไม่ได้ ท่านตายไปตั้งแต่วันที่อาจารย์ของข้าถูกใส่ร้ายแล้วไม่ใช่หรือ!" หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะถูกใจท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านนะครับ ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปพร้อมกับจางอี้เฟิงครับ หมื่นกระบี่คืนรัง
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%