ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า•ตอนที่ 41

รวมพลังใต้หล้า

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"ศิษย์รัก... เจ้าเติบโตขึ้นมากทีเดียว" เสียงนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับก้อนหินที่ถูกทิ้งลงสู่ผืนน้ำนิ่งสงบ สร้างคลื่นระลอกแล้วระลอกเล่าจนหัวใจของจางอี้เฟิงปั่นป่วน ใบหน้าที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังหน้ากากโลหิตหาใช่ใครอื่น—หากแต่เป็นปรมาจารย์ตงฟาง ผู้อาวุโสผู้ล่วงลับที่ทุกคนในยุทธภพต่างประณามว่าทรยศต่อสำนัก และเป็นผู้ปลิดชีพตัวเองหนีความผิดเมื่อสิบปีก่อน ลมหายใจของอี้เฟิงสะดุดไปชั่วขณะ ดาบไร้เงาในฝักสั่นระริกตามจิตสังหารที่ยากจะควบคุม มือหนากำด้ามดาบแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ดวงตาคมกริบจ้องมองร่างเบื้องหน้าสลับกับรอยแผลเป็นรูปจันทร์เสี้ยวที่หางคิ้วซ้าย—ร่องรอยที่ไม่มีวันปลอมแปลงได้ "ท่าน... อาจารย์?" เสียงของอี้เฟิงแหบพร่าอย่างยิ่ง ยามเมื่อคำสองคำนี้หลุดรอดจากริมฝีปาก มันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายเหลือเกิน ทั้งความโหยหา ความแค้นเคือง และความเคลือบแคลงสงสัยที่กัดกินจิตใจมาเนิ่นนาน ไป๋หลิงที่ยืนอยู่เคียงข้างพลอยขยับตัวเข้าประชิด ร่างเพรียวบางของนางตื่นตัวเต็มที่ มือเรียวดั่งหยกขาวแตะอยู่ที่ด้ามมีดสั้นอาบยาพิษข้างเอว สัญชาตญาณนักฆ่าบอกให้นางระแวดระวังภัยขั้นสุดยอด นางเอ่ยเสียงเบาแต่เฉียบขาด "อี้เฟิง ตั้งสติ... นั่นไม่ใช่คนตายฟื้นคืนชีพ ยุทธภพนี้มีวิชาลวงตามากมายนัก" ตงฟางแย้มยิ้ม รอยยิ้มนั้นอบอุ่นและเปี่ยมด้วยเมตตาเช่นเดียวกับวันวาน ทว่าในยามนี้มันกลับชวนให้รู้สึกหนเหน็บถึงกระดูกดำ "เจ้ายังระแวดระวังตัวแจเช่นเดิม ไป๋หลิง... หรือควรเรียกว่า แม่นางไป๋ แห่งหุบเขาไร้รักดี?" คำพูดนั้นทำให้นัยน์ตาของหญิงสาวหรี่แคบลง นางรู้ดีว่าตัวตนเบื้องหลังของนางลึกลับปานใด การที่ชายผู้นี้ล่วงรู้ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน "ถ้าท่านคืออาจารย์จริง เหตุใดจึงต้องสร้างภาพลวงตาว่าตายไปแล้ว? เหตุใดปล่อยให้สำนักเร้นลับต้องแปดเปื้อน มลทิน และถูกชาวยุทธ์รุมประณามมาตลอดทศวรรษ!" อี้เฟิงก้าวเท้าเข้าไปหาหนึ่งก้าว แววตาเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอแต่ไม่ยอมร่วงหล่น ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับปีระเบิดออกมาพร้อมกับจิตสำรวมลมปราณที่แผ่ซ่านจนใบไม้รอบกายไหวสะท้าน ตงฟางถอนหายใจยาวนาน แววตาคู่นั้นทอประกายความเจ็บปวดล้ำลึก "อี้เฟิงเอ๋ย... ฟ้าดินกว้างใหญ่ มนุษย์เป็นเพียงธุลีดิน ความขัดแย้งของสำนักต่างๆ ในยุทธภพ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่มีเงาของ 'หวงหลง' และสำนักมหาเทพชักใยอยู่เบื้องหลัง หากข้าไม่แสร้งตายในวันนั้น เพื่อหลบเร้นไปสืบหาความจริงเรื่องคัมภีร์วิชามารโลหิต ป่านนี้พวกเราคงไม่เหลือแม้แต่กระดูกให้ฝัง" บรรยากาศภายในห้องโถงลับ ณ หุบเขาบูรพาเงียบงันลงทันตาเห็น มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและความจริงอันหนักอึ้งที่กำลังกดทับหัวใจของคนทั้งสาม จางอี้เฟิงนิ่งงัน ดาบในมือคลายความสั่นเทาลงทีละน้อย ปรัชญาเต๋าที่เขาศึกษาเล่าเรียนมาตลอดชีวิตสอนให้มองทะลุภาพลวงตาและความยึดติด ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับความจริงข้อนี้ จิตใจที่เคยสงบราบเรียบกลับเกิดคลื่นลมโหมกระหน่ำ หากอาจารย์ยังอยู่ และสิ่งที่อาจารย์กล่าวเป็นความจริง เช่นนั้นแล้ว... สิ่งที่เขาต้องทำในยามนี้มิใช่การล้างแค้นส่วนตัว หากแต่มันคือภาระอันยิ่งใหญ่ในการประสานรอยร้าวของชาวยุทธ์ที่กำลังจะล่มสลายด้วยน้ำมือของมารโลหิต หวงหลง --- ณ ลานกว้างสำนักกระบี่ฟ้าคราม เสียงลมหายใจนับร้อยสายประสานกันเป็นเสียงอึงอล ทว่าเต็มไปด้วยความอึดอัดคับข้องใจ ธงประจำสำนักต่างๆ ทั้งสำนักบู๊ตึ้ง เส้าหลิน พรรคกระบี่ฟ้าคราม และพรรคกระยาจก ปักเรียงรายเผชิญหน้ากันราวกับค่ายกลสงคราม ความบาดหมางหลายสิบปี ความแค้นเรื่องการแย่งชิงคัมภีร์ และอคติที่สั่งสมมานาน ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือดที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ เจ้าสำนักกระบี่ฟ้าคราม "มู่หลงเทียน" ก้าวออกมาเบื้องหน้า สีหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมปลาบจ้องมองไปยังบุคคลตรงกลางลานกว้าง—จางอี้เฟิง และไป๋หลิง ที่เพิ่งก้าวเดินเคียงคู่กันเข้ามา "จางอี้เฟิง! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาเหยียบสถานที่แห่งนี้ สำนักเร้นลับของพวกเจ้าก่อเรื่องงามหน้าไว้ไม่น้อย ยังกมีหน้ากล้าเรียกประชุมชาวยุทธ์ในยามที่แผ่นดินกำลังปั่นป่วนอีกหรือ?" มู่หลงเทียนตวาดก้อง เสียงกังวานสะท้อนไปทั่วภูเขา รอบกาย ทายาทและศิษย์สำนักต่างๆ ส่งเสียงฮือฮาขึ้นทันที สายตานับร้อยคู่มองมาด้วยความดูแคลนและระแวดระวัง อี้เฟิงไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองไปยังผู้นำแต่ละสำนักด้วยความรู้สึกเวทนาลึกซึ้ง ความแบ่งแยกและทิฐิมานะเหล่านี้แหละ คือเครื่องมือชั้นดีที่ทำให้หวงหลงหัวเราะร่าในเงา "ท่านมู่หลง... และบรรดาผู้วิเศษทุกท่านในที่นี้" อี้เฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานก้องกังวานไปทั่วทุกสารทิศ พลังลมปราณที่แฝงมากับน้ำเสียงทำให้ทุกคนต้องหุบปากลงโดยอัตโนมัติ "พวกท่านรบราฆ่าฟันกันมานานเท่าใดแล้ว? แย่งชิงความเป็นหนึ่งเพื่อสิ่งใด? ชื่อเสียง เกียรติยศ หรือกระดาษแผ่นเดียวที่เรียกว่าคัมภีร์ยอดวิชา?" "สามห่าม!" ผู้อาวุโสสำนักบู๊ตึ้งเค้นเสียงคำราม "วิชาฝีมือคือรากฐานของสำนัก หากไร้ซึ่งความเหนือกว่า สำนักเราจะยืนหยัดในยุทธภพได้อย่างไร!" "ยืนหยัดเพื่อถูกทำลายโดยมารโลหิตน่ะหรือครับ?" อี้เฟิงสวนกลับทันควัน ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังผู้อาวุโสท่านนั้นด้วยแววตาเฉียบคมดั่งคมดาบ "ในขณะที่พวกท่านกำลังระแวงซึ่งกันและกัน สกัดกั้นวิชาของสำนักอื่น หวงหลงกำลังสะสมกำลังพล ฝึกฝนวิชามารดูดกลืนวิญญาณ และเตรียมยกทัพกวาดล้างยุทธภพให้ราบเป็นหน้ากลอง หากพวกท่านยังมัวแต่ทะเลาะกันเรื่องศักดิ์ศรีจอมปลอมเหล่านี้ อีกไม่นาน... จะไม่มีใครเหลือแม้แต่ชื่อให้คนรุ่นหลังได้จดจำ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมลานกว้างชั่วขณะ คำพูดของอี้เฟิงราiกับเข็มพิษที่ปักลงกลางใจของทุกคน ความจริงที่เจ็บปวดนี้ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ เพราะข่าวคราวการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของสำนักเล็กๆ หลายแห่งทางตอนเหนือ เริ่มสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ทุกฝ่ายมาพักใหญ่แล้ว มู่หลงเทียนขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเคร่งเครียดขึ้น "แล้วเจ้าจะให้พวกเราทำเช่นไร? ให้ลืมความแค้นเก่าๆ ที่บรรพบุรุษสั่งสมมาอย่างนั้นหรือ? เกียรติยศของสำนักกระบี่ฟ้าคราม ย่อมล้างได้ด้วยเลือดเท่านั้น!" "เกียรติยศที่แลกมาด้วยความล่มสลายของแผ่นดิน มันคือความอัปยศที่ไม่มีวันชำระล้างต่างหากครับ" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังแทรกขึ้นจากเบื้องหลัง ร่างในชุดคลุมสีเทาเข้มก้าวเดินผ่านกลุ่มศิษย์สำนักกระบี่ฟ้าครามเข้ามาอย่างช้าๆ ใบหน้านั้นมีรอยแผลเป็นรูปจันทร์เสี้ยวที่หางคิ้วซ้าย และดวงตาที่เต็มไปด้วยประสบการณ์และความลึกล้ำ ยามเมื่อมู่หลงเทียนและบรรดาผู้อาวุโสเห็นใบหน้านั้นชัดเจน ทุกคนต่างผงะถอยหลังโดยไม่รู้ตัว สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกสุดขีดราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ "ทะ... ตะ... ตงฟาง!? เจ้า... เจ้ายังไม่ตายหรอกหรือ!" มู่หลงเทียนอุทานเสียงหลง มือที่ถือกระบี่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ตงฟางแย้มยิ้มบางเบา กวาดตามองสหายเก่าแก่ที่เคยเป็นทั้งมิตรและศัตรู "ข้าตายไปแล้วครั้งหนึ่ง... ตายจากโลกที่เต็มไปด้วยอคติและความมืดบอด เพื่อกลับมามองเห็นความจริงที่กระจ่างชัดขึ้น" เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างจางอี้เฟิง วางมือลงบนบ่าของศิษย์รักเบาๆ เป็นการส่งผ่านพลังและความมั่น "วันนี้ ข้าไม่ได้มาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ตัวเอง แต่มาเพื่อบอกพวกท่านว่า... หากชาวยุทธ์ยังคงแตกแยกกันเช่นนี้ อีกสามวันข้างหน้า เมื่อกองทัพมารโลหิตเหยียบย่างมาถึงหุบเขาแห่งนี้ จะไม่มีสำนักใดรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว การรวมพลังใต้หล้าไม่ใช่ทางเลือก... แต่มันคือทางรอดเดียวที่เรามี" บรรยากาศรอบลานกว้างตึงเครียดจนแทบจะหยดเป็นเลือด สายตาของเจ้าสำนักและผู้อาวุโสแต่ละคนฉายแววลังเล สับสน และหวาดกลัว สลับกันไปมา ทิฐิหลายสิบปีกับความเป็นความตายของสำนักกำลังชั่งน้ำหนักกันในใจ อี้เฟิงประสานมือคารวะรอบด้าน น้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคงดั่งขุนเขา "ข้าพเจ้า จางอี้เฟิง ขอใช้สัตย์สาบานแห่งดาบไร้เงา นำพาพวกท่านก้าวผ่านมหันตภัยครั้งนี้ด้วยกัน... ใครเห็นด้วยก้าวมาข้างหน้า ใครต้องการเป็นศัตรูกับแผ่นดิน เชิญชักกระบี่ใส่ข้าได้ทันที!" ความเงียบงันทอดตัวยาวนาน ราวกับเวลาหยุดเดิน ทุกคนต่างจดจ้องไปยังมู่หลงเทียน ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายกระบี่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุทธภพ นิ้วมือของเขากำด้ามกระบี่แน่น เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม มู่หลงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึก, ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่ตงฟางและอี้เฟิง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำบางสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด—ชายชราปลดกระบี่ประจำกายออกจากเอว แล้วโยนมันลงกับพื้นเสียงดังสนั่น! "ถ้ามันคือหนทางเดียว... สำนักกระบี่ฟ้าคราม ขอร่วมมือกับพวกเจ้า!" เสียงเฮลั่นและเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกดังระงมไปทั่วลานกว้าง การผนึกกำลังครั้งประวัติศาสตร์กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังยินดีกับความสำเร็จก้าวแรกนั้นเอง... ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยปลอดโปร่งกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับย้อมด้วยเลือด กลิ่นอายไอสังหารอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งแผ่ซ่านกดทับลงมาจากยอดเขา ท้องฟ้าระเบิดเสียงคำรามกึกก้อง พร้อมกับร่างของบุรุษในชุดเกราะสีดำทมิฬผู้หนึ่งที่เหยียบย่างลงมากลางวงล้อมอย่างเงียบเชียบ โดยไม่มีใครทันรู้ตัวแม้แต่น้อย "รวมพลังอย่างนั้นรึ?... ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนายิ่งนัก" เสียงหัวเราะเย็นเยียบดั่งมาจากขุมนรกดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างนั้นที่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มอำมหิต และดวงตาที่แดงก่ำราวกับสัตว์ร้ายกระหายเลือด—คนที่ควรจะตายไปพร้อมกับตำนานมารโลหิตเมื่อสิบปีก่อน... กลับยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมรสุมและบททดสอบแห่งจิตAวิญญาณนี้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตลอดนะครับ — หมื่นกระบี่คืนรัง
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%