"เจ้าคิดว่ากระบี่หักเล่มนี้จะช่วยล้างมลทินให้อาจารย์ของเจ้าได้จริงๆ หรือ จางอี้เฟิง?"
เสียงของไป๋หลิงแผ่วเบาทว่าบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในถ้ำลึกที่ถูกปกคลุมด้วยไอเย็นแห่งไอศวรรย์ นางนั่งอยู่บนโขดหินริมลำธารใต้ดิน แสงตะเกียงน้ำมันสลัวๆ สะท้อนใบหน้างามสง่าที่ฉายแววกังวล
จางอี้เฟิงไม่ตอบ เขาเพียงแต่นั่งขัดสมาธิอยู่กลางลานหินเบื้องหน้ากระบี่หักสนิมเกรอะเล่มหนึ่งที่ปักอยู่กับพื้นดิน ปลายกระบี่ที่บิ่นงอไม่ได้ทำให้น่าเกรงขาม แต่มันกลับแผ่ซ่านไอพลังที่กดทับจนอากาศรอบข้างหนาแน่นขึ้นผิดปกติ มือแกร่งของชายหนุ่มเอื้อมไปแตะด้ามกระบี่ที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งในฤดูเหมันต์
"มันไม่ใช่แค่เรื่องล้างมลทินไป๋หลิง..." จางอี้เฟิงเอ่ยเสียงเรียบ หากสายตาเขากลับจับจ้องไปที่รอยร้าวบนใบกระบี่ที่สะท้อนแสงไฟเป็นประกายประหลาด "แต่มันคือหนทางเดียวที่จะทำให้ข้าเข้าใจว่า 'ไร้เงา' ที่อาจารย์ทิ้งไว้ก่อนตายนั้น แท้จริงแล้วคืออะไร"
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก จิตวิญญาณเริ่มเคลื่อนคล้อยเข้าสู่สภาวะว่างเปล่าตามหลักวิชาเต๋าที่อาจารย์เคยพร่ำสอน ทันใดนั้น กระบี่หักที่เคยนิ่งสงบกลับสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างรุนแรง ไอพลังสีเทาจางๆ เริ่มไหลเวียนผ่านปลายนิ้วเข้าสู่เส้นชีพจรของเขา มันไม่ใช่พลังลมปราณที่ร้อนแรงดั่งไฟ แต่เป็นความเยือกเย็นที่กัดกินไปถึงกระดูก
ไป๋หลิงลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ มือของนางกุมดาบคู่ข้างเอวแน่น เมื่อเห็นว่าเส้นเลือดบนแขนของจางอี้เฟิงเริ่มปรากฏเป็นสีดำคล้ำ
"หยุดเสียเถิดจางอี้เฟิง! วิชาที่ท่านกำลังฝึกอยู่นั่นมันไม่ใช่เพลงกระบี่ทั่วไป มันกำลังกัดกินจิตวิญญาณของท่าน!" นางตะโกน แต่ชายหนุ่มหาได้ยินไม่ ดวงตาของเขาปิดสนิท ทว่าในมโนภาพกลับปรากฏเส้นสายกระบี่นับพันพุ่งผ่านเงาในใจที่พร่ามัว
"ไม่มีเงา... เพราะไม่มีตัวตน" จางอี้เฟิงพึมพำ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือราวกับผู้ที่กำลังเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย "อาจารย์ไม่ได้ถูกใส่ร้ายเพราะท่านทำผิด แต่ท่านถูกใส่ร้ายเพราะท่านค้นพบว่า 'มหาเทพ' หวงหลง คือเงาที่กัดกินยุทธภพมาตลอดหลายร้อยปี"
ทันใดนั้น กระบี่หักในมือเขาก็แตกละเอียดเป็นผุยผงเหลือเพียงด้ามดาบเปล่าๆ ทว่าแรงอัดอากาศมหาศาลกลับระเบิดออกมาจากใจกลางร่างของจางอี้เฟิง ผลักไป๋หลิงจนกระเด็นไปติดผนังถ้ำ ชายหนุ่มลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความเด็ดขาด แต่มันกลับลึกซึ้งดุจเหวที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ไป๋หลิงเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก นางมองเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ความรักความห่วงใยเจือปนด้วยความเกรงขามในพลังที่เขากำลังสัมผัส "ท่านเห็นอะไร?"
"ข้าเห็นเส้นทาง..." จางอี้เฟิงลุกขึ้นยืน ร่างกายที่เคยบาดเจ็บจากการต่อสู้คราวก่อนกลับดูแข็งแกร่งและสงบนิ่งอย่างประหลาด "ข้าเห็นว่าทำไมหวงหลงถึงตามล่าข้าไม่เลิกรา ไม่ใช่เพราะกระบี่เล่มนี้ แต่เพราะเขาต้องการ 'กุญแจ' ที่ซ่อนอยู่ในความทรงจำของข้า"
ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ไป๋หลิง สายตาของเขาสบกับนางด้วยความรู้สึกที่อัดอั้น "ไป๋หลิง หากข้าต้องสูญเสียตัวตนไปในเส้นทางสายนี้ ข้าอยากให้เจ้า..."
ยังไม่ทันที่จางอี้เฟิงจะกล่าวจบ เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังก้องมาจากปากถ้ำ แสงคบเพลิงสว่างจ้าทำลายความมืดมิดที่ปกคลุมอยู่ เสียงฝีเท้าเหล่านั้นมิใช่คนธรรมดา แต่เป็นไอพลังสังหารที่คุ้นเคย
"มหาเทพหวงหลง ไม่นึกเลยว่าท่านจะตามมาได้เร็วถึงเพียงนี้" จางอี้เฟิงกล่าวโดยไม่หันหลังกลับไปมอง
เงาของผู้มาเยือนทอดตัวยาวลงบนผนังถ้ำ ร่างกำยำในชุดคลุมสีเลือดเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่อำมหิต หวงหลงไม่ได้มาเพียงลำพัง ทว่าเบื้องหลังเขากลับมีร่างของชายชราคนหนึ่งที่จางอี้เฟิงจำได้ดีที่สุดในชีวิตคนหนึ่งคอยเดินตามมาในฐานะนักโทษ
"ศิษย์โง่เขลา เจ้าเข้าใจผิดมาโดยตลอด" หวงหลงกล่าวพลางกระตุกยิ้ม "อาจารย์ของเจ้าไม่ได้ตายเพราะข้า แต่เขาเป็นคนทรยศที่แท้จริงที่ยอมแลกวิญญาณเพื่อให้เจ้าได้ครอบครองวิชาต้องห้ามนี้... เพื่อที่จะให้เจ้าเป็นภาชนะในการจุติใหม่ของเขาต่างหาก!"
จางอี้เฟิงชะงัก ร่างกายที่เพิ่งบรรลุเคล็ดวิชาเกิดอาการสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างกะทันหัน เมื่อเห็นร่างของอาจารย์ที่ควรจะตายไปแล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้น พร้อมกับดวงตาที่กลายเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปในวิถีแห่งดาบไปกับผมครับ
ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า•ตอนที่ 5
เพลงกระบี่ที่หายไป
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!