“เจ้าคิดหรือว่าคมดาบที่ไร้จิตวิญญาณจะสังหารข้าได้ จางอี้เฟิง?”
เสียงหัวเราะแหบพร่าของ ‘หวงหลง’ ดังสะท้อนอยู่ภายในถ้ำศิลาที่สั่นสะท้านจากแรงปะทะ มวลพลังมารสีเลือดเข้มข้นดั่งก้อนเมฆทมิฬบดบังแสงสว่างจนหมดสิ้น อี้เฟิงยืนหอบหายใจหนักหน่วง โลหิตไหลซึมจากมุมปากอาบย้อมอาภรณ์สีครามจนชุ่มโชก เขาปักปลายดาบลงกับพื้นเพื่อพยุงกาย มือที่กุมด้ามดาบสั่นเทาไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความสูญเสียที่เขารับรู้ได้ว่ากำลังจะมาถึง
ข้างกายเขาคือ ‘อาจารย์อาหยวน’ ชายชราผู้เป็นดั่งเสาหลักสุดท้ายของสำนักเร้นลับ บัดนี้ใบหน้าของเขาราวกับหินแกะสลักที่แตกร้าว เส้นผมสีขาวโพลนยุ่งเหยิงเปรอะเปื้อนด้วยหยาดเลือด ท่านยื่นมือสั่นเทามาแตะที่ไหล่ของอี้เฟิงเบาๆ ทว่าน้ำหนักนั้นกลับหนักแน่นดั่งขุนเขา
“อี้เฟิง… ฟังข้าให้ดี” เสียงของอาหยวนแผ่วเบาทว่าทรงพลังในใจของศิษย์หนุ่ม “วิถีดาบไร้เงาไม่ได้มีไว้เพื่อแก้แค้น แต่มันมีไว้เพื่อปกป้องสิ่งที่เจ้าหวงแหนที่สุด… ข้าปกป้องเจ้ามานานเกินไปแล้ว ถึงเวลาที่เจ้าต้องก้าวเดินด้วยขาของตนเอง”
“ท่านอาจารย์ อย่าพูดเช่นนั้น!” อี้เฟิงตวาดเสียงสั่น สายตาจับจ้องไปยังหวงหลงที่กำลังรวบรวมพลังปราณมารจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว “เราจะถอยไปด้วยกัน ท่านสอนข้าเองมิใช่หรือว่าชีวิตสำคัญกว่าชัยชนะ!”
อาจารย์อาหยวนยิ้ม ยิ้มที่ดูอ่อนโยนและปลดปล่อย “ข้าไม่ได้สละชีวิตเพื่อชัยชนะอี้เฟิง แต่ข้าทำเพื่ออนาคตของสำนักเรา”
ฉับพลัน ชายชราดีดกายขึ้นด้วยวิชาตัวเบาที่รวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด ร่างของเขาพุ่งเข้าหาใจกลางพายุพลังมารของหวงหลงอย่างไม่เกรงกลัวความตาย ไป๋หลิงที่ซุ่มอยู่มุมมืดของถ้ำถึงกับอุทานออกมาพลางพยายามจะพุ่งตัวเข้าไปช่วย แต่นางกลับถูกคลื่นพลังสะท้อนกระเด็นจนร่างกระแทกผนังหิน นางกัดฟันกรอด น้ำตาไหลอาบแก้มขณะมองดูเงาร่างของผู้เฒ่าที่กำลังเผาผลาญ ‘ลมปราณแก่นแท้’ สุดท้ายในชีวิต
“หวงหลง! หากเจ้าต้องการวิชาลับสำนักเร้นลับนัก ก็มารับไปพร้อมกับชีวิตของข้า!”
อาหยวนคำรามก้อง ร่างกายของเขาระเบิดแสงสีขาวนวลตาออกมาตัดกับไอสีเลือดของหวงหลง มันคือวิชา ‘เพลิงจิตดับตะวัน’ วิชาที่รวบรวมลมปราณทั้งชีวิตหลอมรวมเป็นจิตสังหารอันบริสุทธิ์ แรงระเบิดปะทะกันอย่างรุนแรงจนถ้ำศิลาถล่มลงมาเป็นท่อนๆ อี้เฟิงตะเกียกตะกายลุกขึ้นด้วยความเจ็บปวด เขาเห็นเพียงร่างของอาจารย์ที่แตกสลายกลายเป็นละอองแสงเข้าโอบล้อมหวงหลงจนศัตรูร้ายต้องแผดเสียงร้องด้วยความทรมาน
“ไม่!!!” อี้เฟิงคำรามลั่น แรงกดดันมหาศาลผลักร่างของเขาและไป๋หลิงให้กระเด็นออกไปนอกถ้ำ ก่อนที่ปากทางจะถูกปิดตายด้วยแท่งหินขนาดยักษ์
ความเงียบงันเข้าปกคลุมหลังเสียงระเบิด อี้เฟิงนอนนิ่งอยู่บนพื้นหญ้าที่เปียกชื้นด้วยหยาดน้ำค้าง สายตามองไปยังปากถ้ำที่เงียบสงัด เขาไร้ซึ่งเสียงสะอื้น มีเพียงความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ดั่งคลื่นยักษ์ เขาคือศิษย์ที่อาจารย์ฝากความหวังไว้ แต่เขากลับเป็นคนทำให้ท่านต้องจากไปอย่างทรมานเช่นนี้หรือ?
ไป๋หลิงคลานเข้ามาใกล้ นางคว้ามือเขาไว้แน่น มือของนางเย็นเยียบ “อี้เฟิง... เจ้าต้องตั้งสติ หากเจ้าปล่อยให้จิตใจแตกสลายไปตอนนี้ สิ่งที่อาจารย์ทำลงไปจะไร้ค่าทันที”
อี้เฟิงไม่ตอบ เขามองไปยังดาบในมือที่เคยเงาวับ บัดนี้กลับดูทื่อสนิทราวกับเหล็กไร้ค่า ทันใดนั้น เขาสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่คุ้นเคย แผ่ซ่านออกมาจากซากปรักหักพังของถ้ำ พื้นดินสั่นสะเทือนเบาๆ ก่อนที่ก้อนหินยักษ์จะค่อยๆ เคลื่อนตัวออกด้วยพลังมหาศาลที่ไม่ได้มาจากฝีมือมนุษย์
หวงหลงก้าวออกมาจากซากถ้ำ สภาพของเขาดูอเนจอนาถ แขนขวาขาดสะบั้น ผิวหนังไหม้เกรียม แต่ทว่าดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งที่ทวีคูณขึ้น เขากำลังถือบางสิ่งในมือซ้าย... มันคือจี้หยกประจำตัวที่อาจารย์อาหยวนห้อยไว้ที่คอมาตลอดชีวิต
“วิชาของอาจารย์เจ้านับว่าร้ายกาจนัก...” หวงหลงแค่นยิ้ม เลือดสีดำไหลออกมาจากแผลฉกรรจ์ “แต่มันก็นำพาความลับที่ข้าตามหามาให้ข้าด้วย จางอี้เฟิง เจ้าคิดว่าอาจารย์เจ้าสละชีวิตเพื่อช่วยเจ้าอย่างนั้นรึ? หึ... ความจริงมันช่างน่าเวทนายิ่งนัก เพราะคนที่ส่งเจ้ามาตายในวันนี้ ไม่ใช่ข้า แต่คือคนในสำนักเร้นลับที่เจ้าเคารพนักหนา!”
หวงหลงโยนห่อผ้าเก่าๆ ตกแทบเท้าอี้เฟิง ภายในนั้นคือจดหมายที่มีตราประทับของ ‘เจ้าสำนักคนปัจจุบัน’ ซึ่งเป็นศิษย์พี่ใหญ่ที่อี้เฟิงเชื่อใจที่สุด อี้เฟิงหยิบจดหมายขึ้นมามือสั่นเทา ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตา
‘กำจัดเสี้ยนหนามทั้งสอง... แล้วสำนักเราจะเป็นใหญ่ใต้หล้า’
อี้เฟิงเงยหน้าขึ้นมองหวงหลงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม ราวกับดาบที่เคยทื่อสนิทถูกลับจนคมกริบด้วยความแค้นครั้งใหม่ เขาไม่ได้มองว่าหวงหลงเป็นศัตรูเพียงคนเดียวอีกต่อไป บัดนี้ ยุทธภพที่เขาเคยเชื่อมั่นได้พังทลายลงเบื้องหน้าแล้ว และท่ามกลางความมืดมิดนั้น ปรากฏเงาร่างของนักฆ่าลึกลับนับสิบคนสวมชุดสีดำสนิทปรากฏกายขึ้นบนยอดไม้ ล้อมรอบตัวเขาและไป๋หลิงไว้ทุกทิศทาง
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีดาบนี้ด้วยกันครับ หมื่นกระบี่คืนรังตั้งใจเขียนตอนนี้นี้ด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มีครับ
ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า•ตอนที่ 39
สูญเสียคนสำคัญ
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!