ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า•ตอนที่ 12

กระบี่บรรลุธรรม

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
“วางดาบลงเสียเถอะอี้เฟิง... ความแค้นที่เจ้าถือไว้ ไม่ใช่เหล็กกล้า แต่มันคือโซ่ตรวนที่กำลังรัดคอเจ้าให้ตายทั้งเป็น” เสียงแหบพร่าของชายชราในความทรงจำยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท จางอี้เฟิงนั่งนิ่งอยู่กลางป่าไผ่ไร้เงา สถานที่ที่เขาใช้เวลาบำเพ็ญตบะมาตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืน บนตักของเขามีเพียงฝักกระบี่เปล่าที่ว่างเปล่าราวกับจิตใจที่ไร้จุดหมาย ไป๋หลิงยืนพิงต้นไผ่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว ดวงตาสีน้ำตาลคู่คมกริบของเธอกำลังจับจ้องแผ่นหลังของชายหนุ่มด้วยความกังวล เธอเห็นหยาดเหงื่อที่ซึมออกมาตามขมับของเขา แม้ลมหนาวจะพัดผ่านจนยอดไผ่ลู่ไปตามกัน แต่ร่างของอี้เฟิงกลับร้อนระอุจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว “หากท่านยังคงพยายามฝืนข้ามผ่านขอบเขตนี้ด้วยโทสะ ท่านจะไม่มีวันได้เห็นวิถีแห่งเงา” ไป๋หลิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเรียบเรื่อยทว่าแฝงความนัย “ศัตรูของท่าน—หวงหลง—มันไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับดาบของใคร แต่มันจะพ่ายแพ้ต่อความว่างเปล่าที่ท่านเป็นอยู่” อี้เฟิงไม่ขยับกาย ลมหายใจเข้าออกของเขาเชื่องช้าจนแทบสังเกตไม่ได้ ราวกับเขากำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่า “เจ้าคิดว่าข้าต้องการฆ่ามันเพื่อแก้แค้นให้ท่านอาจารย์อย่างนั้นหรือไป๋หลิง?” “นั่นคือสิ่งที่ท่านบอกกับตัวเองมาตลอด” “ผิดแล้ว...” อี้เฟิงลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาไม่มีประกายแห่งความโกรธแค้นหลงเหลืออยู่ มันลึกซึ้งดุจเหวนรกและกว้างใหญ่ดุจจักรวาล “ข้าไม่ได้ต้องการฆ่ามันเพื่อแก้แค้น ข้าแค่ต้องการ ‘ลบ’ ร่องรอยความอัปยศที่มันขีดเขียนลงบนแผ่นดินนี้ทิ้งไป... การฆ่าฟันเป็นเพียงผลลัพธ์ แต่สิ่งที่ข้าต้องการคือวิถีทางที่สะอาดหมดจด” วินาทีนั้นเอง กลิ่นอายกดดันมหาศาลพุ่งทะยานออกจากร่างของจางอี้เฟิง ไม่ใช่พลังปราณที่ดุดันเหมือนคลื่นยักษ์ แต่เป็นความเงียบงันที่แหลมคมยิ่งกว่าคมกระบี่ใดในใต้หล้า ใบไผ่ที่หล่นลงมารอบตัวเขาทั้งหมดหยุดชะงักกลางอากาศ ก่อนจะถูกพลังงานที่มองไม่เห็นตัดขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างพร้อมเพรียง ไป๋หลิงเบิกตากว้าง เธอถอยหลังโดยสัญชาตญาณ วิชาตัวเบาที่เธอภาคภูมิใจถูกกดดันจนเกือบจะใช้การไม่ได้ นี่คือ ‘เขตแดนแห่งความไร้เงา’ ที่ตำนานกล่าวขานว่ามีเพียงผู้บรรลุธรรมขั้นสูงเท่านั้นที่จะสร้างขึ้นได้ “ท่าน... ทำได้แล้วจริงๆ หรือ?” เธอถามเสียงสั่น อี้เฟิงลุกขึ้นยืนช้าๆ ราวกับก้อนหินที่ถูกกัดเซาะจนได้รูปทรง เขามองไปที่มือเปล่าของตนเอง “ความแค้นที่เคยหนักอึ้งในอก บัดนี้กลับว่างเปล่า ข้าเพิ่งเข้าใจว่าเหตุใดอาจารย์จึงวางดาบลงก่อนตาย ท่านไม่ได้พ่ายแพ้ แต่มันคือการปล่อยวางเพื่อโอบรับทุกลมหายใจของยุทธภพ” แต่ความเงียบสงบนั้นคงอยู่ได้เพียงครู่เดียว จากทิศทางของยอดเขาเบื้องหน้า กองกำลังสีดำสนิทของสำนักมหาเทพปรากฏขึ้นราวกับเงาปีศาจ หวงหลงขี่อาชาสีนิลกาลก้าวเข้ามาในรัศมีที่อี้เฟิงสัมผัสได้ มือของมันกุมด้ามกระบี่โลหิตที่แผ่กลิ่นอายคาวเลือดฟุ้งกระจายไปทั่วป่า “ศิษย์ทรยศ...” เสียงของหวงหลงดังกังวานเย้ยหยัน “ข้าอุตส่าห์ส่งคนออกตามหาเจ้าไปทั่วแผ่นดิน นึกว่าเจ้าจะมุดหัวอยู่ในรูเหมือนหนูที่ไหนได้ ที่แท้ก็มาซุ่มฝึกวิชามารอยู่ในป่าช้าแห่งนี้เอง” อี้เฟิงหันไปเผชิญหน้ากับมัน แววตาของเขาเรียบเฉยดุจผิวน้ำที่ไร้กระแสลม “หวงหลง เจ้าเรียกข้าว่าทรยศ แต่สิ่งที่เจ้าทำกับสำนักของอาจารย์ คือการเหยียบย่ำคุณธรรมจนไม่เหลือชิ้นดี” “คุณธรรม? ในยุทธภพนี้ มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่นิยามคำว่าคุณธรรม!” หวงหลงชักกระบี่โลหิตออกมา แสงสีแดงฉานสาดส่องจนท้องฟ้าที่กำลังพลบค่ำดูราวกับถูกย้อมด้วยเลือด “วันนี้ ข้าจะส่งเจ้าไปพบกับอาจารย์ผู้โง่เขลาของเจ้าในนรก!” อี้เฟิงไม่ตอบโต้ เขาเพียงแค่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทว่าในจังหวะที่เท้าก้าวแตะพื้น ดินที่เขายืนอยู่กลับแตกละเอียดออกเป็นผงผง พลังงานสีขาวบริสุทธิ์หมุนวนรอบตัวเขาจนกลายเป็นพายุขนาดย่อม ทว่า ก่อนที่การปะทะครั้งใหญ่จะเริ่มต้นขึ้น ไป๋หลิงที่ยืนอยู่เบื้องหลังกลับกระตุกแขนเสื้อของอี้เฟิงอย่างแรง ใบหน้าของเธซีดเผือดเมื่อมองไปยังทิศทางที่กองทัพของหวงหลงเคลื่อนพลมา “อี้เฟิง... หยุดก่อน...” เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น “ดูที่คอของทหารพวกนั้น... พวกมันไม่ได้มาเพื่อสู้กับท่าน แต่มันกำลังลากใครบางคนมาด้วย” อี้เฟิงชะงักสายตาไปที่กลุ่มทหารด้านหลังหวงหลง หัวใจของเขากระตุกวูบเมื่อเห็นร่างที่ถูกมัดด้วยโซ่ตรวนเหล็กกล้า ร่างนั้นคือหญิงสาวที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับอาจารย์ของเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยน—นางคือผู้ที่ถูกประกาศว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน และเหนือสิ่งอื่นใด นางกำลังถือ ‘กระบี่จันทร์ดับ’ ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายของอาจารย์เขาไว้ในมือในสภาพที่แตกหัก! หวงหลงแสยะยิ้ม “เจ้าคิดว่าเจ้าบรรลุธรรมแล้วงั้นรึ? ถ้าอย่างนั้น เจ้าจงบอกข้าที ว่าระหว่างชีวิตของพี่สาวแท้ๆ ของอาจารย์เจ้า กับวิถีดาบที่เจ้าเพิ่งจะเชิดชู... เจ้าจะเลือกรักษาอะไรไว้!” จางอี้เฟิงยืนนิ่งสนิท ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ กระบี่ไร้เงาในใจเขาเพิ่งจะก่อตัวได้เพียงชั่วครู่ กลับต้องสั่นคลอนด้วยหยดเลือดที่ค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากรอยแผลที่คอของหญิงสาวผู้นั้น ผมหวังว่าทุกท่านจะยังคงร่วมเดินทางไปพร้อมกับผมนะครับ หมื่นกระบี่คืนรังครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%