“ตราประทับนี้... เจ้าได้มันมาจากที่ใด ไป๋หลิง”
เสียงของจางอี้เฟิงราบเรียบ ทว่าสั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณของคนฟัง เขาไม่ได้ชักกระบี่ ไม่ได้แสดงท่าทีคุกคาม เพียงแต่วางป้ายหยกสีเลือดสลักรูปหัวกะโหลกไขว้ลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ในโรงเตี๊ยมร้างกลางหุบเขาอับลม แสงตะเกียงน้ำมันที่ริบหรี่ทำให้อาการสั่นที่ปลายนิ้วของหญิงสาวตรงหน้าเด่นชัดขึ้นมาถนัดตา
ไป๋หลิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยคมกล้าดุจเหยี่ยวในยามต่อสู้ บัดนี้กลับไหวระริกเหมือนผิวน้ำที่ถูกหย่อนหินลงไป นางไม่ตอบในทันที ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหยดน้ำที่รั่วซึมจากหลังคาจังหวะเนิบนาบชวนให้อึดอัด
“ท่านเห็นมันแล้วสินะ” นางเอ่ยเสียงแหบพร่า “นึกว่าข้าจะซ่อนมันไว้ได้ลึกกว่านี้เสียอีก”
“เจ้าเป็นคนของสำนักมหาเทพ... เป็นมือสังหารเงาที่หวงหลงส่งมาเฝ้าดูข้าตั้งแต่เริ่มเดินทางออกจากเขาจันทราดารา?” อี้เฟิงถามต่อ มือของเขากุมด้ามกระบี่คู่กายแน่นขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพื่อสังหาร แต่เพื่อระงับอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก
เขานึกถึงวันวานตลอดเส้นทางที่ผ่านมา นึกถึงแผลเป็นที่นางได้รับจากการช่วยชีวิตเขา นึกถึงความอบอุ่นของมือที่กุมเขาไว้ในคืนที่หนาวเหน็บ หากทั้งหมดนี้คือละครฉากใหญ่ที่มีเป้าหมายคือหัวของเขา หัวใจของจางอี้เฟิงก็คงไม่ต่างอะไรจากหินผาที่แตกสลาย
ไป๋หลิงขยับกายลุกขึ้นยืน นางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ระยะห่างที่เพิ่มขึ้นเพียงน้อยนิดกลับให้ความรู้สึกราวกับเหวที่ขวางกั้นระหว่างคนสองคน “ข้าไม่ได้มาเพื่อฆ่าท่าน... อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในตอนแรก แต่เมื่อหวงหลงเริ่มสงสัยว่าท่านกุมความลับเรื่องคัมภีร์บรรพกาลไว้ ข้าก็กลายเป็นหมากที่ไร้ทางเลือก อี้เฟิง... ในยุทธภพนี้ ความเชื่อใจมีค่ามากกว่าชีวิต แต่ข้ากลับเป็นผู้ทำลายมันด้วยมือของข้าเอง”
อี้เฟิงหลับตาลง ภาพของอาจารย์ที่ถูกใส่ร้ายและสิ้นใจในอ้อมแขนเขาฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง ความแค้นคือสิ่งที่เขาแบกไว้เพื่อชำระหนี้เลือด แต่ในชั่วขณะนั้น เขากลับพบว่าความแค้นไม่อาจเทียบได้กับความว่างเปล่าที่ก่อตัวขึ้นเมื่อรู้ว่าคนข้างกายคือศัตรู
เขาลืมตาขึ้น สายตาที่มองไป๋หลิงเปลี่ยนไป ไม่มีความโกรธแค้น มีเพียงความโศกเศร้าที่ลึกซึ้ง “เจ้าเคยคิดจะฆ่าข้าไหม... ในระหว่างที่เราเดินทางร่วมกัน”
ไป๋หลิงหยุดชะงัก ลมหายใจของนางขาดห้วง “มีหลายคืนที่ข้าถือมีดสั้นไว้ในมือขณะที่ท่านหลับไหล... ข้าได้รับคำสั่งให้ปลิดชีพท่านหากท่านเข้าใกล้ความลับเรื่องการตายของอาจารย์ท่านเกินไป แต่ข้า... ข้าทำไม่ลง อี้เฟิง ข้าเป็นเพียงเครื่องมือที่ไร้ค่าในสายตาหวงหลง จนกระทั่งข้าได้พบท่าน ข้าถึงได้รู้ว่าชีวิตคนเรามันมีความหมายมากกว่าแค่การทำตามคำสั่งของปีศาจ”
นางชักมีดสั้นเล่มบางออกมาจากฝัก แล้ววางมันลงบนโต๊ะเคียงข้างตราประทับนั้น ก่อนจะก้าวเข้าไปหาอี้เฟิงจนแทบจะชิดตัว “หากการเชื่อใจข้าจะทำให้ท่านต้องตาย ท่านจงลงมือเสียตอนนี้เลยเถอะ ข้าพร้อมจะชดใช้ทุกอย่างที่ข้าทำพลาดไป”
อี้เฟิงนิ่งงัน เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามค้นหาความลวง แต่สิ่งที่พบกลับเป็นความจริงใจที่เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการโกหก เขาเอื้อมมือออกไป คว้าข้อมือของนางไว้เบาๆ ไม่ใช่เพื่อพันธนาการ แต่เพื่อยึดเหนี่ยว
“ข้าเลือกที่จะเชื่อเจ้า ไป๋หลิง” เสียงของเขาหนักแน่น “ไม่ใช่เพราะข้าโง่เขลา หรือมองไม่เห็นเล่ห์กลของพวกมัน แต่เป็นเพราะข้าเลือกที่จะเชื่อว่า มนุษย์เราสามารถเปลี่ยนแปลงวิถีของตนเองได้ แม้จะเกิดมาจากเถ้าถ่านแห่งความชั่วร้ายก็ตาม หากเจ้าไม่ได้มาเพื่อฆ่าข้าในวันนี้ นั่นก็หมายความว่าข้าได้กู้คืนบางสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิต... นั่นคือความเป็นมนุษย์ของเจ้า”
ไป๋หลิงสะอื้นไห้ ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งสั่นสะท้านภายใต้การกอบกุมของเขา ในยามที่ความลับถูกเปิดเผย ความเชื่อใจกลับกลายเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดในหัวใจของชายนักดาบผู้โดดเดี่ยว
ทว่า ท่ามกลางความเงียบสงัดที่เริ่มผ่อนคลาย เสียงดีดนิ้วแผ่วเบาดังมาจากมุมมืดของโรงเตี๊ยม ตามด้วยเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงกระดูกสันหลัง
“ซึ้งใจนัก... ช่างเป็นบทสนทนาที่น่าประทับใจจริงๆ ศิษย์น้องอี้เฟิง”
ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีนิลก้าวออกมาจากเงามืด หวงหลงยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น แววตาของเขาดุจสัตว์ร้ายที่กำลังมองเหยื่อที่ติดกับดักอย่างสมบูรณ์แบบ ในมือเขามีจดหมายฉบับหนึ่งที่ประทับตราลับของสำนักเร้นลับ “ไป๋หลิง เจ้าทำหน้าที่ได้ดีมากในการล่อลวงเจ้าหนุ่มนี่มาถึงที่นี่... เอาล่ะ สัญญาของเราจบลงแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาสังหารสุนัขรับใช้ที่คิดจะทรยศเจ้านายเสียที”
อี้เฟิงชักกระบี่ออกจากฝักในเสี้ยววินาที แต่ทว่า ไป๋หลิงกลับทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสีดำคล้ำไหลออกมาจากมุมปากของนาง ดวงตาของนางเบิกโพลงด้วยความตระหนกขณะพยายามคว้าแขนเสื้อของอี้เฟิงไว้
“อย่า... อี้เฟิง... ยาพิษใน... ในจดหมายฉบับนั้น... มันไม่ได้มีไว้ให้ท่าน...”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีดาบและหัวใจที่ยังเต้นอยู่ของตัวละครเหล่านี้ครับ หมื่นกระบี่คืนรัง
ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า•ตอนที่ 21
ความเชื่อใจที่สั่นคลอน
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาบเดียวตัดดารา: บันทึกวิถีเต๋าใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!